Welcome
Guest User
 

    เมื่อผมกลายเป็นเครื่องมือ ลปรร.

    เมื่อสัปดาห์ก่อน มีโอกาสไปบริจาคเลือดที่ธนาคารเลือด รพ.ศิริราชครับ

     

    ตอนที่รู้ว่าจะได้ไปที่ศิริราชนั้น แอบคิดในใจเล่น ๆ ว่า "ใคร ๆ ก็ว่าที่นี่โดดเด่นเรื่องการจัดการความรู้ ขอไปแอบดูหน่อยเถอะว่าเขาเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่"

     

    วันนั้นผมไปถึงธนาคารเลือดตอนประมาณ 18.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ยังมีผู้บริจาคอยู่สัก 2-3 คน พร้อมกับเจ้าหน้าที่อีกประมาณ 4-5 คน

     

    ระหว่างที่ตรวจร่างกายเบื้องต้นนั้น ก็พยายามสอดส่องสายตาดูว่ามีการจัดสถานที่หรือสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้เห็นอย่างเด่นชัดหรือไม่ อย่างไร แต่เท่าที่พบ ก็ดูแล้วไม่แตกต่างจากห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยเราสักเท่าไหร่ คือมีมุมหนังสือและเอกสารต่าง ๆ ให้อ่านระหว่างรอคิว ที่เห็นจะต่างก็เพียงทีวีจอยักษ์ ที่เปิดอยู่ข้างหน้าเตียงผู้บริจาค ซึ่งคงหวังช่วยสร้างความเพลิดเพลินระหว่างให้เลือดนั่นเอง

     

     

    แต่แล้ว สิ่งที่ผมรอคอยก็ปรากฏขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวครับ

     

    คือระหว่างที่น้องนักเทคนิคการแพทย์ท่านหนึ่ง กำลังพยายามเสาะหา (ควานหา) เส้นเลือดของผม ซึ่งก็ใช้เวลาไปนานมาก (น้องแกเล่นตีจนแขนผมแดงไปหมด) จู่ ๆ แกก็ร้องขึ้นมาเสียงดังว่า "อุ้ย!!!! พี่..... ช่วยด้วย" (ที่เว้น.... ไว้ ก็เพราะผมไม่ทันฟังว่าชื่ออะไรนะครับ)

     

    หลังจากสิ้นเสียงร้องลั่น พี่คนดังกล่าว ก็เดินเข้ามาอย่างใจเย็น พร้อมกับชะโงกหน้ามาดูที่แขนผมเป็นสิ่งแรก ยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า "สบายมาก สบายมาก"

     

    พี่ท่านนี้เข้ามาหาเส้นเลือดผมแทนที่น้องคนแรก ที่เปลี่ยนมายืนดูจากอีกฝั่งหนึ่งของตัวผม ซึ่งไม่กี่นาทีต่อมา น้องเขาก็ตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่อีก 2-3 ท่านมาร่วมมุงดูเป็นสักขีพยานด้วย (ไม่เว้นแม้แต่ผู้บริจาคเตียงข้าง ๆ ก็ยังอุตส่าห์ชะโงกหน้ามาด้วยเหมือนกัน)

     

    ด้วยความสงสัย ผมก็เลยถามน้องเทคนิคการแพทย์ไปว่า ทำไมถึงต้องตกใจและต้องเปลี่ยนตัวคนเจาะด้วย (ในตอนนั้น ยอมรับว่าเป็นกังวล เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแขนของผม)

     

    ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือ "ปกติเส้นเลือดตรงแขนของคนเราจะอยู่ในแนวตรง กับแนวเฉียง แต่ของพี่มันเฉียงเหมือนกัน แต่เฉียงไปอีกด้านหนึ่ง แถมเส้นเลือดพี่เป็นเส้นใหญ่ หนูไม่เคยเจาะทั้งเส้นใหญ่และเฉียงแบบนี้ถ้าเจาะไปแล้วไม่เจอ มันต้องควานหาจะทำให้เจ็บมาก เลยให้พี่..... เขามาทำให้ดีกว่า เขาเป็นซีเนียร์ เป็นระดับเทพ ส่วนที่พี่เห็นพวกหนูมามุงอยู่นี่ ก็คือมาดูกันไว้ คราวหน้าจะได้ทำเป็น"

     

    ถ้าเป็นท่านได้ฟังแบบผมแล้ว จะรู้สึกอย่างไรบ้างครับ....

     

    บอกตามตรงว่าผมฟังแล้ว ลืมเจ็บแขนที่ถูกเจาะเลือดไปสนิทเลยครับ

     

    เพราะคำตอบที่น้องนักเทคนิคการแพทย์ท่านนี้พูดมานั้น มันฝังไปด้วยวิธีคิดที่ดีหลายประการด้วยกัน

     

    ประการแรก ผมมองว่า นักเทคนิคการแพทย์ท่านนี้ รู้จักประมาณตน หรือ รู้ระดับความสามารถของตนเป็นอย่างดี คือรู้ว่าตนรู้และถนัดอะไร และรู้ว่าไม่รู้และไม่ถนัดอะไร ซึ่งในข้อนี้ จะนำไปสู่วิธีคิดที่สำคัญอีก 2 ประการก็คือ

     

    วิธีคิดต่อเรื่องคุณภาพที่ต้องส่งมอบให้กับผู้รับบริการ ที่มีความตระหนักถึงคุณภาพ (ความเจ็บปวด/อาการทางร่างกาย) ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของตน ไม่ฝึกปฏิบัติในขณะที่ตนเองไม่มีความรู้/ทักษะอย่างเพียงพอ และ

     

    วิธีคิดต่อเรื่องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่พร้อมจะเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในการทำงาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพโดยรวมของตัวเอง และหน่วยงานได้ต่อไป...

     

     

    อย่างที่ผมเขียนไว้ในหัวข้อด้านบนครับ ว่าผมได้กลายเป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปรร.) โดยไม่รู้ตัว แต่ก็ได้เห็นวิธีคิดและวิธีทำของส่วนหนึ่งของคนศิริราช นับว่าคุ้มค่าทีเดียวครับ ^^

     

    ผมเคยไปบริจาคเลือด ที่โรงพยาบาลรามา แล้วกลับมาบ้าน บริเวณที่โดนเจาะไปเขียวปี๊เลย - -*

    แต่ การตระหนักถึงความรู้ และคุณภาพ ก็เป็นสิ่งที่ ดี แต่ถ้าในส่วนงานผม ก็จะมี ตัวแปร อื่นๆ เพิ่มขึ้นมา

    เช่น เวลา , กำลังคน , Resource และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ยังต้องนำมาเป็นองค์ประกอบ

    ในการ พัฒนางานให้มีคุณภาพและประสิทธิ์ภาพ ต่อไปครับ

    Admin#2 3346 days ago

    ชอบใจloginของแชมป์ เกี่ยวไม๊นี่ มีกี่แร้ง

    nongnuj.pat 3345 days ago

    ไม่อยากเป็นเครื่องมือ ลปรร แบบนี้เท่าไหร่ เจ็บ ขอแบบชัวร์ๆ ทีเดียวเลยดีกว่า

    [P][L][E] 3345 days ago

    สมกับเป็นเลขา KM ยอมเป็นเครื่องมือแบบไม่ตั้งใจ

    เส้นเลือดใหญ่ เกี่ยวกับขนาดตัวป่ะ

    NinG HR 3345 days ago

           เป็นการเล่าเรื่องที่สนุกมากเลยครับพี่ ผมเข้าใจพี่ เพราะผมเคยไปบริจาคเลือดแล้วเจอ คุณนางพยาบาล นำเ้ข็มมาจิ้มที่ตัวผม สามครั้ง ซึ่งรับรู้ได้ถึงความเจ็บ ปวด ซึ่ง ตัวผม ณ ตอนนั้น สถานะไม่เหมือนพี่ คือไม่ได้ลปรร แต่เป็นหนูทดลองสำหรับ คุณนางพยาบาลท่านนั้น สรุปแล้วผมก็เจ็บฟรีครับ  Cry

    เจ้าไม้ขีดไฟตัวน้อย 3345 days ago

    ชื่อ Login ผมได้ ไอเดีย จาก การฟัง Youtube ของ ดร. วรภัทร เลยนะครับ

    เลยมาแปลงเป็น แีร้ง เพื่อเข้ากับกิจกรรม ช่วงนี้ครับ หุหุ

    Admin#2 3345 days ago

    อนุโมทนาสาธุกะ อ.โจ ด้วยนะคะ ด้วยเส้นเลือดเส้นใหญ่พิเศษ อาจารย์คงบริจาคได้แยะเป็นแกลลอน!

    **ซ้ (Suang)** 3345 days ago

    อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่า บางที เราอาจจะเป็นกรณีศึกษาหรืออาจเป็น "ครู" ของใครบางคนได้โดยคาดไม่ถึง นั่นก็เป็นสิ่งดี ซึ่งถ้ามองในมุมกลับกัน เราเองก็ควรระลึกอยู่เสมอว่าอย่ามองข้ามเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว เปิดหู เปิดตา และเปิดใจที่จะรับบทเรียนของคนอื่น ให้เป็นบทเรียนของเราด้วย ....เราไม่ควรนินทาและไม่ก้าวก่ายเรื่องของคนๆ หนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าเรื่องที่ธุระไม่ใช่ จะเป็นเรืองที่เราควรปล่อยๆ ไป และไม่ใส่ใจที่จะวิเคราะห์วิพากษ์เพราะคิดว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นกับเราตอนนี้ ...

    การเรียนรู้ไม่ได้ไกลไปกว่าสองตา หนึ่งสมอง สองหู และหัวใจสี่ห้องของเราทุกคนหรอก จริงมั้ย >.<

     

    chantima.pat 3344 days ago

    อ.โจไปบริจาคเลือดแถมยังได้เรียนรู้ด้วย เยี่ยมครับ

    สมัยที่ผมเรียนระดับปริญญาตรีที่ขอนแก่น ก็ได้กลายเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนเรียนรู้เช่นกันครับ ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์จะเป็นที่เรียนและที่ฝึกงานของนักศึกษาแพทย์ อาจารย์หมอก็จะคอยมาช่วยเหลือและเรียกนักศึกษามาดูเป็นประจำครับ

    สำหรับคุณอ้อม ผมอยากจะเสริมว่าการเรียนรู้มาจากกายสัมผัสด้วยครับ ความอบอุ่น (ใจและกาย) จะช่วยให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ทำให้กล้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ

    Suthee LI 3343 days ago

    น่าปลื้มปิดติครับที่ได้เป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แต่ว่าหากจะครบสมบูรณ์แล้วละก็ คงต้องบริจาคร่างกายเพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่ จะได้เป็นประโยชน์ให้แก่นักศึกษาแพทย์ อย่างแน่นอน อนูโมธนาๆ

     

    ♥ ผู้ก่อการรัก อยากก่อการร้าย ♥ 3339 days ago