Welcome
Guest User
 

    ฺBook journey หนังสือดี ต้องมีคนอ่าน

    วันนี้อยากเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟังครับ พอดีผมไปอ่านเจอบทความหนึ่ง เกี่ยวกับการสร้างชุมชนนักอ่านขึ้นมา ชื่อว่า “Book crossing” โดย มีความคิดที่ว่าอยากให้ทุกๆที่เป็นเหมือนดังห้องสมุด โดยหนังสือเหล่านั้นได้มาด้วยวิธีที่สุดแสนจะซิมเปิ้ล ก็คือได้มาจากผู้อ่าน ซึ่งปรกติแล้วเหล่าบรรดาหนอนหนังสือจะบอกว่า หนังสือที่ดีก็คือหนังสือที่ถูกเปิดอ่านบ่อยๆนั่นเอง  

     

    มัน จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เวลาเราอ่านหนังสือดีๆแล้วก็อยากแนะนำให้เพื่อนๆ หรือคนที่เรารู้จักได้อ่านด้วย แต่นั่นก็เป็นเรื่องปรกติ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราลองหยิบยื่นหนังสือให้แก่คนที่ไม่ได้รู้จักได้อ่าน และปล่อยให้หนังสือของเราเดินทางไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นต่อไป ในบทความที่ผมอ่านนี้ ก็ไม่ได้บอกซะด้วยว่าหนังสือที่ได้รับการแลกเปลี่ยนนี้เกิดการหายหรือโดน ขโมยมั่งรึเปล่า แต่ทราบจากข้อมูลว่าก่อนที่จะให้หนังสือชองเราออกผจญภัยนั้น เขาจะให้ลงทะเบียนที่เวปไซต์ของ BOOK crossing ก่อน จากนั้นเราก็จะได้เลขทะเบียนหนังสือ ซึ่งเราก็จะปรินต์แล้วแปะลงไปบนหนังสือ จากนั้นก็หากระดาษเปล่ามาหนึ่งใบแปะลงที่ปกหลังด้านใน แล้วเราก็เขียนรีวิวหนังสือเล่มนี้ซะหน่อย และเหลือเนื้อที่เอาไว้ให้เจ้าของใหม่ได้เขียนชื่อต่อๆกันไป เสร็จจากขั้นตอนนี้แล้วเราก็ไปแกล้งลืมทิ้งไว้ที่ต่างๆ หรือเอาให้ใครก็ได้ที่ไม่รู้จัก หรือไปวางตามที่นั่ง ทางเดิน ห้องน้ำก็สุดแท้แต่ เพื่อรอให้คนได้หยิบไปอ่าน และเมื่อมีคนได้อ่านเขาจะคลิกไปที่เวปไซต์เพื่อขอบคุณและแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ นอกจากนั้นเรายังได้ตามรอยอีกด้วยว่าเมื่อเวลาผ่านไป หนังสือของเราไปอยู่ส่วนไหนของประเทศหรือของโลก

    นับจากวันที่เริ่มโครงการ มาจนถึงวันนี้ ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก เพราะตอนนี้มีผู้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกว่า 300000 คน และมีหนังสือที่วนเวียนอยู่ในวัฏจักรนี้กว่า 1.5 ล้านเล่ม อ่านกันแบบไร้พรมแดนไปเลย จากวิธีการอันแสนจะสุดธรรมดานี้กลับกลายเป็นเรื่องที่ฮิตขนาดที่ Oxford dictionary บัญญัติศัพท์ คำว่า Book crossing ไว้ในพจนานุกรมเลยก็แล้วกัน

             จากเรื่องนี้ทำให้ผมนึกว่าถ้ามีโครงการนี้เกิดขึ้นในบางมดของเราน่าจะดี เหมือนกัน เพราะลองนึกภาพว่า ตามสถานที่ต่างๆในมหาวิทยาลัยนอกเหนือจากห้องสมุด เรายังมีหนังสือวางไว้ให้อ่านตามโต๊ะริมสระมรกต โรงอาหาร ร้านกาแฟ หรือตามซุ้มที่นั่งต่างๆในมหาวิทยาลัย นั้นคงดีไม่น้อย อีกอย่างเวลานศ ปีสี่ ที่กำลังจะจบออกไปนั้น เวลาย้ายออกจากหอ น่าจะมีหนังสืออยู่มากมายที่ไม่ได้ขนกลับ นอกจากชีส วิชา ตำราเรียน ที่ส่งต่อให้น้องๆแล้ว พวกหนังสือพ๊อคเก็ตบุ๊คก็น่าจะมีอยู่บ้าง หากเราลองนำมาบริจาคคนละหนึ่งเล่ม แต่ละเทอมผมคิดว่าก็น่าจะได้หลายอยู่ อีกอย่างใครจะไปรู้ว่าพอจบออกไปแล้ว มีคนมาคอมเม้นหนังสือบอกเล่าผ่านอีเมล์ต่อจากเราอีกเกือบร้อยคน น่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนักเชียว

     

             ในวาระที่ปีนี้เราได้เริ่มต้นการทำ KM นึกในใจอยู่ว่า"จะดีไหมหากเรามาลองทำ Book crossing ในมหาวิทยาลัยเราบ้าง"  เพื่อ ที่เวลาเราไปนั่งตามที่ต่างๆ ก็จะมีหนังสือให้อ่าน ส่วนเรื่องหนังสือจะหายหรือไม่ อันนี้ผมก็คิดว่ามันอยู่ที่จิตสำนึกของคนเรา ว่าจะมีความเห็นแก่ตัวแค่ไหน หรือถ้ามีคนให้หนังสือกันมามากๆ แล้วมันร่อยหรอลงไปไม่เกิดการเวียนขึ้น มา มันก็เป็นการสะท้อนถึงจริยธรรม ของผู้ที่ได้ชื่อว่ามีการศึกษาสูง เพราะที่ต่างประเทศเขายังทำกันได้ อาศัยมองโลกในแง่ดี บางมดของเราที่เต็มไปด้วยคนเก่งและคนดี คงไม่เกิดเหตุการณ์เหล่านั้นแน่ ถ้าอย่างนั้นเรามาลองดูกันซักตั้งว่า หากเราจะเริ่มทำตามแบบไอเดียนี้บ้าง มหาวิทยาลัยเราจะเป็นอย่างไร 

     

              ซึ่งKM team จะอาสาเป็นคนเริ่มทำก่อน โดยจะลองให้หนังสือที่มีแก่ผู้โชคดีในบางมด และชักชวนให้คนที่ผมรู้จักไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย ได้ทำตามบ้าง หรือใครมีหนังสือที่ดีไม่รู้จะให้ใครก็เอามาให้ KM team ก่อนก็ได้ และเราจะนำส่งต่อไปให้คนอื่นๆเอง  แต่มีข้อแม้ว่า ควรเป็นหนังสือที่เราคิดว่ามีประโยชน์ต่อบุคคลอื่นๆ ไม่ใช่หนังสือที่คิดว่าจะทิ้ง เปื่อย หรือบวมแล้วค่อยเอามาให้ เพราะเราจะให้ด้วยความปรารถนาดี ด้วยจิตที่เป็นกุศล เพื่อที่อยากให้คนอื่นได้อ่านหนังสือที่ดีแบบเราบ้าง และให้หนังสือที่เรารักได้ออกไปทำประโยชน์ของมันอย่างเต็มที่เท่านั้นเอง

      ณ ตอนนี้ ใครคิดว่าไอเดียแบบนี้มีประโยชน์ก็เริ่มทำได้เลย หรือลองมาลงทะเบียนที่หน้าเวปแรก KM ของเรา ตรงแบนเนอร์ข้างๆ ที่ชื่อว่า "book journey" เพื่อจะได้ทราบว่าใครได้อ่านบ้างแล้ว ส่วนใครเริ่มให้หนังสือแก่ใคร เรื่องอะไร ตอนไหน ก็ช่วยบอกต่อ บ้างก็ได้นะครับ

     

        เพราะผมก็เฝ้ารอที่จะอ่าน หนังสือดีๆ ของคุณอยู่เช่นกัน..

     

    เรียนพี่โอครับอย่าพึ่งลบ Blog นี้นะครับ มันคือ บั๊กที่เกิดจากโปรแกรซึ่งสาเหตุอันเนื่องมาจาก พี่โอ ทำการคัดลอกมาจาก microsoft word ทำให้เกิด Tag พิเศษเพิ่มขึ้น เด๋วจะทำการแก้ไขให้นะครับ ขอบพระคุณมากครับ

    เจ้าไม้ขีดไฟตัวน้อย 3607 days ago