Welcome
Guest User
 

    โอเอ๊กซ์ หรือ XO


     

              

     

    image

     

     

    มีใครไม่เคยใช้อินเตอร์ เน็ตบ้าง   ยกมือขึ้น.....?

           

    คำถามแบบนี้คงเชยมาก หากมาถามคนบางมด ของเรา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย ที่โดดเด้งทางเทคโนโลยี เพราะตอนนี้แทบทุกจุดในบางมดนั้น เป็นอินเตอร์เน็ตไร้สาย (Wireless) หมดแล้ว ทำให้เดี๋ยวนี้พบเห็นวัฒนธรรมพกพาเครื่องคอมพิวเตอร์บนตัก (Lap แปลว่าตัก top แปลว่า บน) ได้ทั่วไป ทำให้คำว่าข้อมูล ข่าวสาร เสมือนแมลงหวี่ แมลงวันที่ลอยไปลอยมาในอากาศ รอให้เราคว้าเอามาใช้ทำประโยชน์ได้อย่างสะดวกทุกที่ทุกเวลา

                จาก การสังเกตุส่วนตัว เวลาที่ผมไปใช้อินเตอร์เน็ตตามร้านข้างนอก เมื่อเทียบอัตราส่วนระหว่าง คนใช้อินเตอร์เน็ตในการหาข้อมูลความรู้มักจะ น้อย กว่า คนที่เข้าไปใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อความบันเทิง เช่น โหลดหนัง เพลง หรือ เล่นเกมส์ เป็นต้น  ดังนั้นบรรยากาศในร้านจึงเต็มไปด้วย เสียงคนสั่งการให้ บุก สู้ ลุย ฆ่ามัน! อยู่ ประมาณนี้ ทำให้ผมต้องเข็ดขยาดการใช้บริการตามร้านเหล่านี้ไป ขนาดร้านเป็นห้องแอร์แต่ คนเล่นเกมส์นั้นยังนั่งบังคับเมาส์กันอย่างเมามันเหงื่อไหล น้ำลายเลอะหน้าจอ บ้างก็กินนอนมันอยู่ในร้านเกมส์ทั้งวันทั้งคืนก็มี

            ก็ เข้าใจนะครับว่า สำหรับวัยรุ่น ความสนุก บันเทิง ย่อมมาก่อน ฉะนั้นหากสามารถแทรกสาระความรู้เข้าไปในความบันเทิง ก็จะเป็นทางหนึ่งที่ช่วยให้ได้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต  ในการเรียนรู้ไม่งั้นอาจ จะโดนแรพเปอร์ ค่อนแคะได้ว่า  “อินเตอร์เน็ตมี ความรู้อยู่เป็นกิโล เอาแต่ดูรูปโป๊ ก็ขอให้ยกมือขึ้น

              ปัจจุบัน วิถีการใช้ Internet ของชาว Cyber เปลี่ยนไปจากเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมามาก เมื่อก่อน เรารู้จักที่จะใช้ Internet เพื่อ ส่ง Email, คุย กับเพื่อนด้วย Chat Room หรือ IM, Download โปรแกรม ใหม่, Search หาข้อมูล, แลกเปลี่ยนความเห็นที่ Web Board, อ่านข่าว ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คือ Featureหลักๆที่ เราใช้งาน แต่ลองมาคิดถึงปัจจุบันเรากลับใช้ Internet เพื่อ เขียน BLOG (เวปส่วนตัวแบบออนไลน์), แชร์ Photo (บริการแลกเปลี่ยนไฟล์ภาพบนเวป), ร่วมเขียน Wiki (สา รานุกรมออนไลน์ที่ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการสร้าง), Post Comment ใน ข่าว, หาแหล่งข้อมูลด้วย RSS เพื่อ Feed มา อ่านที่ Desktop, และ Google จะเห็นได้ว่าวิถี การใช้ชีวิตบน Internet ของชาว Cyber เริ่ม เปลี่ยนไปแล้ว

              ว่ากันถึงเรื่องอินเตอร์เน็ตนั้น การที่เราอยากค้นคว้าหาคำตอบบางสิ่งบางอย่าง หาได้ต้องวิ่งเข้าห้องสมุดเหมือนสมัยก่อนไม่ เดี๋ยวนี้เป็นเรื่องแสนง่ายเพียงปลายนิ้วคลิก คลิก แล้วก็คลิก  ใน ยุคที่ อะไรๆก็กู (เกิล) อยากเห็นอะไรแปลกใหม่ก็ไปเปิดดูในยู (ทูบ) เพราะลำพังแค่สองเวปนี้ เปิดดูกันจนถึงชาติหน้าก็คงดูไม่หมด

           

       แต่ทว่า ในขณะที่คนส่วนน้อยของประเทศกำลังเมามันส์กับการใช้ชีวิตแบบ คอนเวอร์เจนส์ นั้น ในขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ที่มีความสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตนั้น ยังถือได้ว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก อย่าว่าแต่เครื่องคอมเลย จะหาอาหารให้พอยาไส้ ยังแทบจะไม่มี!

              มัน ก็เลยนำไปสู่นิทานเรื่องเก่า ว่าคนที่ไม่มีกะตังค์ก็คงต้องถูกนักการเมืองเขาจัดกลุ่มให้เป็นชาวรากหญ้า ที่ต้องยากจน และต้องด้อยโอกาสอยู่เสมอ ถ้ามองในมิติเรื่องการศึกษาด้านเทคโนโลยี ยิ่งแล้วกันไปใหญ่

               

                ครั้งหนึ่งผมได้มีโอกาสไปแอ่วที่ หมู่บ้านสามขา  จ.ลำปาง และได้ไปทำความรู้จักกับคุณครู ชาวบ้านและนักเรียน ที่เป็นนักปฏิบัติ เรียนรู้การใช้ชีวิตกับธรรมชาติ และเป็นหมู่บ้านตัวอย่างในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการปรับกระบวนการเรียน การสอน ที่ผมยกตัวอย่างก็คือ เด็กนักเรียนที่นี่มีโน๊ตบุ๊ค ที่ชื่อว่า XO เอ๊กซ์ โอ เพราะโลโกเป็นรูปกากบาทและมีจุดวงกลมอยู่ข้างบน มองไกลๆ เหมือนรูปคนกางแขนขาเหมือนกัน ทำให้เด็กๆสามารถใช้ในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต อย่างทันสมัยและเพื่อประโยชน์ในการศึกษา จะเห็นได้ว่า ถึงจะอยู่บนดอย แต่ก็ไม่ใช่ ชาวรากหญ้าที่ไร้ปัญญา ของทั่นผู้แทนหรอกนะ ขอรับ เจ้านายยย..

    image

             ด้วย เหตุนี้ จึงทำให้อยากรู้จักกับเจ้าเครื่องคอมพิวเตอร์มีเขา น่าตาน่ารักเครื่องนี้มากขึ้น ว่ามันจะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก ในรูปแบบใด แล้วผู้ใหญ่อย่างเราอยากลองเล่นบ้าง จะเป็นอย่างไรน้อ?

     

             ต้องเริ่มต้นท้าวความ กันก่อนถึงโครงการนี้ ที่มีชื่อว่า “One Laptop Per Child for Thailand (OLPC-TH)” ซึ่งจัดตั้งขึ้นจากองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ผ่านการออกแบบโดยบุคลากรจาก Media Lab สถาบัน MIT ซึ่งมีศาสตราจารย์ Nicholas Negroponte เป็นประธานของโครงการ

     

    วัตถุประสงค์ที่อยากจะ ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์นี้ขึ้นมาก็คือ ต้องราคาถูก ซึ่งวางแผนไว้ว่า ไม่น่าจะเกิน หนึ่งร้อยเหรียญ เพื่อให้เด็กสามารถหามาใช้ หรือ มีผู้จัดหามาให้ จะได้เข้าถึงความรู้ต่างๆที่มีอยู่ในอินเตอร์เน็ต และรูปแบบการศึกษาสมัยใหม่ในอนาคต

     

     

    ส่วนใหญ่เวลาที่เด็ก วิศวะจะรู้จักกับอุปกรณ์ไฮเทค มักอยากจะทราบ สเป๊คเครื่องก่อน ว่าขั้น "เทพ" มั้ย ซึ่งต้องขอบอกว่า อาจผิดหวังเล็กน้อย ถ้าจะนำไปเปรียบเทียบกับ Laptop ที่ขายกัน อยู่ทั่วไป แต่อย่าลืมว่ามันก็สมราคาที่ตั้งไว้เช่นกัน เพราะใช้ระบบปฏิบัติการ Linux และมีความเร็วของ ซีพียู ชิปของ AMD แค่ 366 Mhz เท่านั้นเอง ทั้งนี้ทางทีมผู้สร้างได้บอกไว้ก่อนแล้วว่า “It's an education project, not a laptop project. ”  เพราะในระหว่างที่ ดำเนินโครงการ ต้องเผชิญกับอุปสรรคและต้องอดทนกับคำเย้ยหยันต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทางบริษัทอินเทล ที่เคยกล่าวไว้ว่า นี่เป็นเพียงอุปกรณ์ Gadgets ในราคาร้อยเหรียญเท่านั้น ฮ่าๆๆ (อันนี้ผมเติมเองครับ..)”  นอก จากจะทับถมแล้วยังไม่พอ ยังไปผลิตอุปกรณ์คล้ายๆกัน ที่ชื่อว่า Classmate PC ออกมาท้าชิง แต่ต่อมาด้วยความมุ่งมั่น ของทีมงาน OLPC ที่ พัฒนาทีละเล็กละน้อย สร้างความคืบหน้าโครงการมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายอินเทล ต้องกลับตัวกลับใจ กลายมาเป็นพันธมิตรในการพัฒนาโครงการนี้ร่วมกัน จนกระทั่งทุกวันนี้ (แต่ ณ ปัจจุบันอินเทลเปลี่ยนใจ ไปจับมือกับ Asus แล้วผลิตเครื่อง EEE pc ออกมาฆ่า OLPC แล้ว..กวน จิงๆ)

     

    เนื่องด้วยโจทย์ที่ ท้าทายของทีมสร้างก็คือ ต้องการฮาร์ดแวร์ที่ใช้ทรัพยากรน้อย ชาร์จไฟครั้งนึงต้องใช้ได้นานๆ ทำให้หน้าจอต้องแสดงผลในระดับ ดีวีดี ส่วนภายในเมนบอร์ดไม่มีฮาร์ดดิสแบบมอเตอร์หมุน แต่จะใช้เป็นแฟลช เมมโมรี แทน โดยมี Wireless Lan พร้อม กล้อง ความละเอียดที่ 640 x 480 ด้วยฟีเจอร์ที่มากมายนี้ ใครจะเชื่อว่ากินไฟ แค่ 8 วัตต์!!

     

    นอกจากนี้ทีมออกแบบ ยังได้คิดกันละเอียดถึงขนาดที่ว่า ประเทศโดยส่วนใหญ่ที่ยากจนมักจะเป็นประเทศที่มีแดดมาก (ประเทศอะไรหว่า?) และมีความต้องการจะนำไปใช้นี้ น่าจะเป็นแถบภูมิภาคเอเชีย หรือไม่ก็แอฟริกา  จึงได้ทำการออกแบบหน้าจอที่ต้องกินไฟน้อย แถมยังมองเห็นกลางแสงแดดจ้าอีกด้วย

    image

               แต่ ทั้งนี้ทั้งนั้น การเรียนรู้ของมนุษย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า โยนอุปกรณ์ไปให้หนึ่งชิ้นแล้วจะเก่งขึ้น เพราะหลังจากผลิตออกมา นำไปแจกจ่ายแล้ว ยังเคยมีข่าวว่า ที่ไนจีเรีย เด็กนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์โดยการต่อเน็ตแล้วโหลดรูปอนาจารมาเก็บไว้ใน เครื่อง ซึ่งเป็นการนำอุปกรณ์ไปใช้อย่างไม่เหมาะสม รวมถึงบางคนนำไปประมูลในอีเบย์ก็มี (ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี สอนให้รู้จักเข้าอีเบย์ แต่เด็กมันดันใช้เน็ตมาสนองคุณแบบแทบกระอักเลือดตาย)

               ทำ ให้ผมนึกในใจว่า โชคดีชิบเป๋งที่เค้าเอาไปทดลองกับเด็กที่ไนจีเรียก่อน เพราะถ้าเอามาเทสที่เมืองไทยเป็นที่แรก รับรองว่า เด็กไทยเราชนะเลิศ  ฮ่วย..

              เพราะ ตอนนี้ก็ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่า ถ้ามีโน้ตบุ๊คแบบนี้ออกมาจำหน่าย แล้วเวลาที่พ่อแม่พาเด็กไปซื้อ แล้วเด็กดันหาโปรแกรม พวก Warcarft ,CABAL  ,iTUNE  ไม่เจอ แล้วยังจะอยากได้อีกหรือเปล่า? เพราะคำว่าคอมพิวเตอร์นั้นหมายถึงต้องมาคู่กับวินโดวส์เท่านั้น ซึ่งเป็นอีกเรื่อง ที่นอกเหนือจากทีมงานสร้าง เพราะเป็นปัญหาทางภูมิสังคมนั้นๆ เรื่องเด็กที่ติดเกม และใช้อินเตอร์เน็ตแบบ ความรู้เอาไว้ก่อนละกัน แต่ความมันส์ต้องมาก่อน

                โดย แท้จริงแล้วทางทีมผู้พัฒนาเค้าก็ย้ำหนักหนาว่า สิ่งที่สร้างออกมานี้คือเครื่องมือที่ช่วยในการเรียนรู้ (Learning Tools) เพราะอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เด็กเก้าขวบก็สามารถประกอบอัพเกรด และซ่อมแซมได้ด้วยตนเอง ทำให้คนที่ด้อยโอกาส สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษา และสามารถพัฒนาตนเองไปสู่การยกระดับฐานะของครอบครัวให้ดีขึ้น

               เพราะ ในตัวซอฟต์แวร์เองก็ออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนนั้น สามารถสร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง ตามหลักทฤษฏีการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ด้วยปัญญา ของ Dr. Seymour Papertที่ เชื่อว่าเทคโนโลยีนั้นจะเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างความรู้ไปสู่การปฏิบัติ ยกตัวอย่างเช่น การสร้างซิมมูเลชันง่ายๆ หรือการนำอุปกรณ์นี้ไปบูรณาการกับวิชาเรียนอื่น รวมถึงการนำเอาระบบปฏิบัติการ แบบ open source หรือ โปรแกรมที่ช่วยในการเรียน ซึ่งใน Linux ก็มีผู้พัฒนาโปรแกรม ด้านการศึกษามากมาย

               ไม่ ว่าจะเป็นการนำ เครื่องเอ็กโอ นี้ ไปอัดเสียงบันทึก เอาไปถ่ายรูป เอาไปเปิดอีบุ๊คอ่านจะได้เห็นภาพประกอบ เป็นต้น นอกจากนี้หากเครื่องนั้นเสียหรือชำรุด เด็กๆก็สามารถแก้ไข หรือถอดออกมาซ่อมแซม แล้วประกอบกลับเข้าไป ให้ใช้งานได้ ด้วยตนเองอีกด้วย

              จาก การที่ผมได้ทดลองขอน้องๆเค้ามาใช้ดูซักพัก ทำให้ผมรู้สึกว่าการตอบสนองของซอฟต์แวร์ก็เร็วดี ไม่ค่อยอืดเท่าไหร่ เพียงแต่เรายังไม่ค่อยคุ้นกับไอคอน และปุ่มกดที่เล็กกระจิ๊ดนี้ แต่ในภาพรวมเรื่องประโยชน์ใช้สอยในการนำมาใช้สำหรับการศึกษานั้น ผมว่าเค้าทำได้ดีมากเลยทีเดียว เพียงแต่อนาคตต้องมีซอฟแวร์ด้านการศึกษามารองรับมากกว่านี้ หรือไม่ก็เด็กอาจจะเป็น Developer เองเลย ใครจะไปรู้.. (คงจะดีกว่านี้สักสามเท่า ถ้ามีเครื่องมาให้ผมทดลองใช้จริงๆจังๆ สักสองเดือน ฮิ ฮิ)

               จาก ทั้งหมดนี้ผมต้องขอคารวะ ให้กับทีมงานที่สร้างเจ้าเครื่อง เอ๊กโอ นี้ขึ้นมา เรียกได้ว่าเป็นโปรเจคยักษ์ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกแห่งการศึกษาได้เลย ซึ่งเท่าที่ทราบทีมงานนี้มีประมาณเพียง สิบห้าคน! เท่านั้น  ลองนึกภาพหากเครื่อง เอ๊กโอ นี่แพร่หลายออกไปหลายๆประเทศ โปรแกรมที่เป็นโอเพ่นซอร์สถูกพัฒนาต่อไปในอนาคต เราก็จะมีโปรแกรมด้านการศึกษามากมาย

     

              สำหรับส่วนตัว ผมชอบในแนวคิดของเขาที่บอกว่า อย่ามัวแต่รอให้ รัฐบาล หรือระบบการศึกษา พร้อมเสียก่อน ถึงจะทำให้เด็กเรียนรู้ได้ เพราะมันเป็นการรอคอยที่ไม่เคยมาถึงเสียที แต่เราควรหยิบยื่นพลังในการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆเหล่านี้ให้กับเด็ก แล้วเด็กจะสร้างสิ่งต่างๆเหล่านั้น ให้เกิดขึ้นมาด้วยตัวพวกเขาเอง

                 เพราะบางที เด็กๆอาจจะค้นพบตัวเองจาก OLPC เครื่อง นี้ก็เป็นได้

            

     

     

    image

     

      ภาพดีไซน์ล่าสุด ที่ออกแบบให้เป็นแนว Tablet

     

     

     

    หลังจากพี่โอได้เล่ามา ผมก็เลยได้หาข้อมูลเกี่ยวกับ OLPC นี้

    แนวคิดนี้ดีมากครับ เรื่องสื่อที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชนนั้นผมว่า ไม่น่าเป็นปัญหาครับ

    ดังคำของท่าน ว.วชิรเมธีท่านเคยกล่าวไว้ว่าสรุปโดยย่อว่า

    ถือแม้สื่อที่ไม่เหมาะสมได้เผยแพร่ออกมามาก

    แต่ ถึงอย่างนั้นสื่อที่มีประโยชน์ก็ได้มีการเผยแพร่ออกมาหลายทางเช่นกัน

    ดังนั้นผมมองว่า ต่อให้สื่อที่ไม่เหมาะสมนั้นได้เผยแพร่มามากมายเช่นไรก็ตาม

    หากเราได้สอนให้เด็ก เยาวชน ตระหนักถึงสิ่งไหนที่เหมาะสม และไม่เหมาะสมก็จะเป็นทางออกที่ดี

    ดูคำพูดจะง่ายๆ ไปแต่ไอ้คำว่า "ตระหนัก" เนี่ย ยากเย็น มากครับ แต่ต่อให้ยากเย็นแค่ไหนก็ต้องลองดู

    ครับ ถ้าพี่โอมีโปรเจ็คอย่างนี้ที่ไหน ผมขอไปร่วมด้วยช่วยนะครับ

    Admin#2 3405 days ago

    1 people liked this comment.

    คุณโอคะ ไม่ทราบว่ามีเครื่องให้ลองทดสอบไหมคะ สนใจมาก อยากทดสอบระบบดู

    เผื่อจะได้นำไปใช้กับเด็กในถิ่นทุรกันดาร

    PuK...IT 4 Rural School

    3348 days ago