Welcome
Guest User
 

    กว่าจะได้..วีซ่าอเมริกา

    การขอวีว่าประเทศสหรัฐอเมริกาที่ใครๆ ว่ายาก  โดยเฉพาะหลังจากที่ได้ดูเดี่ยวไมโครโฟน!!   เกิดความกังวลตั้งแต่รูปถ่าย การซื้อพิน การจองคิว การสัมภาษณ์  และจะผ่านหรือไม่  แม้ว่าจะเดินทางไปงานราชการที่ใครๆ ก็ว่ายังไงก็ผ่าน  เริ่มตั้งแต่เตรียมรูปถ่ายต้องเห็นหูเต็มใบ! ไซส์ต้องตามที่กำหนด (ต้องขอขอบคุณน้องเจ สำนักหอสมุด ที่ถ่ายรูปให้คะ)  พอผ่านขั้นตอนรูปไปได้ก็ขั้นตอนอื่นๆ อีก  มาดูกันคะว่ามีอะไรบ้าง
    1. กรอกแบบฟอร์มขอวีซ่าชั่วคราว DS-160  จนได้ code มา
    2. ซื้อพินเพื่อจองคิวนัดสัมภาษณ์  ในการซื้อพินสามารถซื้อได้ 3 ทางด้วยกัน 1) เงินสดที่ไปรษณีย์  2) บัตรเครดิตทางโทรศัพท์ และ 3) บัตรเครดิตผ่านทางออนไลน์ http://thailand.us-visaservices.com  และสามารถจองคิวสัมภาษณ์ได้ 1) call center ผ่านทางโทรศัพท์ และ 2) จองผ่านระบบออนไลน์   เมื่อได้พินเรียบร้อยแล้วจึงจะสามารถนำไปจองคิวสัมภาษณ์ได้  หากซื้อที่ ปณ จะต้องรอ 13.00 น.ขนองวันถัดไป จึงจะสามารถเข้าไปจองคิวได้  แต่หากซื้อผ่านบัตรเครดิตและจองผ่านทางโทรศัพท์ หรือผ่านทางระบบสามารถจองคิวได้เลย   ก็แนะนำให้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและจองคิวออนไลน์ ซึ่งสามารถทำได้เองอย่างต่อเนื่องและค่าใช้จ่ายการซื้อพินเพื่อจองคิวออนไลน์เองจะถูกที่สุดด้วย (คลิกดูรายละัเอียดการซื้อพินออนไลน์และการจองคิว) เมื่อได้คิวแล้วอย่าลืม print นำไปวันสัมภาษณ์ด้วยคะ  
    3. วันสัมภาษณ์  ตื่นเช้า ไปก่อนเวลานัดสัมภาษณ์  โดยไปเข้าคิวหน้าสถานฑูตฝั่งที่ทำวีซ่า ไม่ต้องกลัวหลงเพราะจะเห็นคิวชัดเจนแน่นอน ตามที่โน๊สว่าไว้ในเดี่ยวไมโครโฟนแน่นอนว่าคิวยาวถึงสะพานลอย!  จะมีขั้นตอนในวันสัมภาษณ์ตามนี้เลยคะ
    - ต่อคิวจนได้เหยียบย่างผ่านประตูเข้าไป  ซึ่งต้องฝากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด รวมถึงมือถือด้วยคะ  และเดินผ่านเครื่องตรวจอาวุธ
    - ต่อคิวเพื่อจัดเรียงเอกสาร  หากไปเป็นกลุ่มสามารถแจ้งว่ามาเป็นกลุ่มได้เลยคะ
    - ต่อคิวเพื่อสแกนลายนิ้วมือ  หากไปเป็นกลุ่มสามารถแจ้งว่ามาเป็นกลุ่มและเข้าไปพร้อมกันได้คะ  ในขั้นตอนนี้แนะนำให้เข้าช่องขวาสุดเลย (ดูจะใจดีกว่าอีกคนเยอะเลย)  ระหว่างต่อคิวมองไปเรื่อยๆ จะเห็นคนเอามถือถูเสื้อตลอด เพราะจะได้ยินเจ้าหน้าที่พูดเรื่อยๆ ว่าสแกนใหม่คะ มือมีเหงื่อ เช็ดเสื้อก่อนนะคะ ไม่ก็เอาทิชชู่เช็ดที่เครื่องสแกนเพื่อไม่ให้ติดลายนิ้วมือเดิม  เพราะต้องสแกนนิ้วโป้งสองข้าง และทีละสีนิ้วอีกสองข้าง    ก่อนสแกนก็จะโดนถามนิดหน่อยว่ากรอกเอกสาร DS-160 เป็นความจริงทุกประการใช่หรือไม่  มีกรอกอะไรผิดไหม (ถ้ากรอกผิดนิดหน่อยไม่ใช่สาระสำคัญไม่ต้องบอกก็ได้)  และถามว่าเคยเปลี่ยนชื่อ นามสกุล หรือไม่ ก็ให้ตอบตามจริง  ถ้าแต่งงานจดทะเบียนเปลี่ยนนามสกุลก็ตอบไปเลยคะว่าเปลี่ยน เปลี่ยนเพราะอะไร (เคยได้ยินมาว่ามีคนเคยเปลี่ยนแล้วบอกไม่เคยก็จะโดนเจ้าหน้าที่หาว่าไม่บอกความจริง)  เมื่อสแกนเรียบร้อยแล้ว  เจ้าหน้าที่จะถามว่าจะสัมภาษณ์ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษและจะได้บัตรคิว  (สัมภาษณ์ภาษาไทยก็จะเจอผู้สัมภาษณ์เป็นต่างชาติพูดภาษาไทย ซึ่งก็ฟังยากอยู่คะ)
    - เดินเข้าห้องเพื่อรอสัมภาษณ์  คราวนี้จะมีการเรียกตามบัตรคิว  แต่ไม่รู้เรียงจากอะไรเพราะข้ามไปข้ามมา  เมื่อถึงคิวสัมภาษณ์เข้าไปทั้งกลุ่มได้เลยคะ  แต่ว่าก็สัมภาษณ์ทีละคนอยู่ดี และห้ามตอบแทนกัน ห้ามช่วยกัน  ส่วนคำถามก็เช่น ไปรัฐไหน ไปทำไม ไปนานแค่ไหน ใครสนับสนุนค่าใช้จ่าย  พักที่ไหน หรือถามเรื่องส่วนตัว เคยไปประเทศไหนมาบ้าง ทำงานตำแหน่งอะไร ทำอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ ทำมานานแค่ไหน  ในการสัมภาษณ์จะมีการสแกนลายนิ้วมืออีกครั้ง โดยผู้สัมภาษณ์จะเป็นคนบอกว่าสแกนนิ้วไหนข้างไหน  หากผ่านก็จะบอกให้ไปซื้อซองไปรษณีย์เพื่อส่งเล่ม passport คืน  เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ออกแต่บ้านแต่เช้าตรู่ ใช้เวลาเกือบครึ่งวัน

    ทั้งนี้ ในการขอวีซ่า ต้องขอขอบคุณ คุณซูซี่ (Blog Susie) ที่ให้ข้อมูลมากมายสำหรับการขอวีซ่า  และขอบคุณ มจธ. ที่ให้โอกาสในการเดินทางครั้งนี้

     

    นึกว่ายากตรง "ทำยังไงให้ถ่ายรูปแล้วเห็นหู" Tongue out

    PuK...IT 4 Rural School

    1325 days ago

    1 people liked this comment.

    ถ่ายรูปให้หูมีเทคนิคพิเศษ บอกใครไม่ได้ 

    [P][L][E] 1325 days ago

    1 people liked this comment.