Welcome
Guest User
 

    ครูพันธุ์ใหม่

    ช่วงปิดเทอมนี้ มีหลายโรงเรียนที่จัดอบรมให้กับเพื่อนครู

    จึงเป็นโอกาสดีที่ผมได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครูในหลายโรงเรียน

    ในประเด็น วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21 (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

    เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการจัดการเรียนรู้ให้กับลูกศิษย์ของเรา

    ไม่ใช่เพียงแต่ลูกศิษย์มีความรู้เท่านั้น

    พวกเขาต้องมีภูมิคุ้มกันชีวิตให้รู้เท่าทันสังคมในศตวรรษนี้ด้วย

     

    PLC หรือ Professional Learning Community

    เป็นเครื่องมือหนึ่งที่เพื่อนครูหลายท่านเห็นว่าสำคัญ

    เพราะเป็นการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ระหว่างเพื่อนครู

    ที่ใครมีดีหรือพบปัญหาใดก็มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน

    เพื่อพัฒนาตนเอง โดยเฉพาะเรื่องของการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน

     image

    ประเทศของเราโชคดีที่มีคุณครูที่มีคุณภาพอยู่มากมาย

    แต่การพัฒนาด้านการศึกษามันต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย

    สิ่งหนึ่งที่ต้องใส่ใจคือ เรามีหน้าที่และความรับผิดชอบ อะไร ?

     

    ในฐานะที่ผมเป็นครูคนหนึ่ง

    ก็ต้องมองตัวเองว่าเราจัดการกับการเรียนรู้ให้ลูกศิษย์อย่างไร

    เราต้องเริ่มปรับแก้ไขที่ตัวเองก่อนที่จะไปโทษคนอื่น

    แม้ภาพรวมมันต้องขับเคลื่อนทุกองคาพยพไปพร้อม ๆ กันก็ตาม

     

    ผมได้เคยเขียนเรื่อง การศึกษาไทย เอาไงดีวะ (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

    โดย iLaw ได้จัดประกวดคลิปวิดีโอความยาวไม่เกิน 7 นาที

    ในแนวคิด "การศึกษาไทย เอาไงดีวะ"

    ที่ต้องนำเสนอไอเดียปฏิรูปการศึกษาใหม่ๆ

    ซึ่งลูกศิษย์ของผมได้รวมตัวกันส่งคลิปเข้าประกวดในรายการนี้

    เพราะพวกเขาเป็นผู้ที่ทำงานในวงการศึกษา ได้พบเจอปัญหาเหล่านี้กับตัวเอง

    และได้นำประสบการณ์ตรงมาหลอมรวมกับองค์ความรู้ใหม่จากชั้นเรียนของผม

    มาสร้างเป็นผลงานเพื่อส่งเข้าประกวดในเวทีนี้

    image

    จากเสียงเล็ก ๆ ของพวกเราที่ต้องการสะท้อนแนวคิด

    วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21

    กลับกลายเป็นกระแสข่าวที่คนในวงการศึกษาจับตามอง

    อย่างใน Website ของกระทรวงศึกษาธิการ (อ่านต้นฉบับ คลิกที่นี่

    ได้นำข่าวนี้มาประชาสัมพันธ์ ...

    นศ.มจธ.ทำคลิปแนะครูไทยแก้ปัญหาการศึกษาไม่ต้องรอนโยบาย

    หยุดโทษเด็กแล้วมาเริ่มต้นที่ "ตัวครู"

    เปลี่ยนมุมมอง ความคิด วิธีสอน และวิธีประเมินนำเสนอด้วยเนื้อหา

    ที่ทำให้ครูเกิดความตระหนักหากยังสอนเด็กแบบเดิม

    เด็กท่องได้ จำได้ แต่ใช้ไม่เป็น ความรู้ก็สูญเปล่า

     

    "การศึกษาไทย" เป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องเร่งแก้ไข

    หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่งกำลังตระหนักกับปัญหานี้ทั้งในระดับนโยบายและฝ่ายปฏิบัติ

    แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่รับรู้อยู่กับเรื่องปัญหาการศึกษาอย่างใกล้ชิด

    และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและแก้ไข

     

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

    เป็นสถาบันการศึกษาที่ยึดหลักการเรียนรู้แบบ Active Learning มาโดยตลอด

    ซึ่ง ดร.ปกรณ์ สุปินานนท์ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มจธ.

    เป็นหนึ่งในบุคคลที่ให้ความสำคัญกับการสร้างครู กล่าวว่า

    การเรียนการสอนแบบ Active Learning ผู้เรียนต้องสร้างองค์ความรู้ด้วยตัวเอง

    ผ่านกิจกรรม เกม และทุกสิ่งรอบตัว หรือ case study ต่างๆ โดยมี "ครู" เป็นจุดเริ่มต้น

     

    "สำหรับ active learning แท้จริงผมมองว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่

    การประเมินผลผู้เรียนเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากเราไปนั้น

    เขาสามารถจัดการกับความรู้ที่ได้ไปอย่างถูกต้องตามจุดประสงค์ที่เราตั้งไว้หรือไม่

    หรือสามารถแจกแจงและต่อยอดความรู้ไปอย่างไร

    ดังนั้นการประเมินที่ธรรมดาทั่วไปมันจะไม่สร้างคุณค่า

    และเพื่อให้เกิดความท้าทายความรู้จึงต้องหาเวทีเพื่อให้คนนอกเป็นผู้ร่วมชี้วัด" ดร.ปกรณ์ กล่าว

     

    และเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบและการประเมินผลที่ชัดเจน

    วศินี ตัวลือ , นันทรัตน์ อัศวภักดี และปราณี แก้วใหญ่

    3 นักศึกษาปริญญาโท จากสาขาเทคโนโลยีการเรียนรู้และสื่อสารมวลชน

    คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม (มจธ.) ได้รวมตัวกันภายใต้ทีมที่ชื่อว่า

     "นกแก้วนกขุนทอง" เพื่อเข้าแข่งขันการประกวดคลิปวีดีโอในแนวคิด

    "การศึกษาไทย เอาไงดีวะ!" ซึ่งจัดขึ้นโดย iLAW

    หรือโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน

    โดยคลิปดังกล่าวสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศมาได้สำเร็จ

    จากจำนวนผู้เข้าประกวดทั้งสิ้น 24 ทีมทั่วประเทศ

     

    "สำหรับโจทย์การแข่งขันเกี่ยวกับวิธีการหรือแนวคิด

    ที่จะช่วยแก้ปัญหาการศึกษาไทยในปัจจุบัน

    และเนื่องจากเราทุกคนเรียนครู เราเป็นครู

    ดังนั้นเราจึงมองปัญหาในมุมของครู ซึ่งพบว่าปัญหาเกิดขึ้นกับตัวเด็กจริง

    แต่ไม่ได้เกิดจากเด็กโดยตรงเราเห็นคะแนนสอบ O-net ของเด็กต่ำกว่าเกณฑ์

    ทั้งๆ ที่เราก็ตั้งใจสอนเต็มที่แต่ทำไมเด็กถึงทำคะแนนสอบไม่ได้ดี" ปราณี กล่าว

     

    นันทรัตน์ กล่าวเสริมถึงการนำเสนอในคลิปวีดีโอนี้ว่า

    "ได้แนวคิดจากการเรียนแบบ active learning ในห้องเรียน

    มีกระบวนการสอนที่หลากหลายและสามารถนำมาบูรณาการ

    เพื่อให้เกิดเป็นผลงานขึ้นมา การที่ครูสอนด้วยวิธีเดิมๆ

    สอนตามหนังสือเรียนเน้นการจดและท่องจำนั้น

    เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กขาดการคิดและวิเคราะห์ เพราะเด็กท่องได้ จำได้แม่น

    แต่นำไปใช้ไม่เป็น และบทเรียนนั้นก็เปล่าประโยชน์

    ดังนั้นคลิปวีดีโอนี้จึงทำขึ้นมาโดยมีเนื้อหาเพื่อเตือนสติให้ครู

    ได้กลับมาย้อนดูวิธีการสอนของครูเอง ให้ลองเปลี่ยนวิธีการคิด วิธีการสอน

    เพราะจากการเปลี่ยนแปลงของครูอาจนำมาซึ่งหลายสิ่งที่ดีขึ้นก็เป็นได้"

     

    "O-net ย่ำแย่ แก้ที่ใคร"

    เป็นชื่อคลิปวิดีโอของน้อง ๆ นักศึกษาทีมนกแก้วนกขุนทอง

    เป็นการนำเสนอเรื่องราวที่สะท้อนถึงปัญหาการศึกษาในมุมมองของครู

    นอกจากปัจจัยภายนอกในด้านภาระงานต่าง ๆ ที่เบียดเบียนเวลาการสอนของครูแล้ว

    ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ตัวครูเองที่ยังติดกับรูปแบบการสอนแบบเดิม ๆ

    ดังนั้น จุดประสงค์ของคลิปวิดีโอชุดนี้

    คือสร้างความตระหนักให้กับครูเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง....

     

     ดร.ปกรณ์ ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษากล่าวเสริมแนวคิดของคลิปวีดีโอนี้ว่า

    "การจะพัฒนาชาติหลายคนว่าต้องพัฒนาที่เด็ก

    แต่หากย้อนกลับไปที่ต้นตอจริงๆ ครูต่างหากที่ต้องพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตัวเอง

    ให้เกิดการสอนที่มุ่งไปข้างหน้าสอดคล้องกับเป้าหมายหลักสูตรการศึกษา

    ตามวิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21 ต้องเปลี่ยนที่ครู

    เพราะหากครูยังติดอยู่กับการสอนแบบเดิมๆ การจดและท่องจำแบบที่ผ่านมา

    ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การศึกษาไทยไม่ก้าวหน้า

    ดังนั้นการจะสอนคนให้เป็นครูนั้นเราต้องเป็นต้นแบบของครูให้ได้เสียก่อน"

     

    ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาชมคลิปวีดีโอของทีมนกแก้วนกขุนทอง

    ได้ทาง youtube โดยพิมพ์คำว่า "O-net ย่ำแย่ แก้ที่ใคร"

    และคลิปวิดีโอนี้อาจจะเป็นแรงบันดาลใจ

    ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของครูอีกหลายคนเพื่อการพัฒนาลูกศิษย์ต่อไปก็เป็นได้

     

    จากแนวคิดของคลิปวิดีโอ O-net ย่ำแย่ แก้ที่ใคร

    ก็สอดคล้องกับภาพยนตร์สั้นเรื่อง ครูพันธุ์ใหม่

    ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของประเทศไทย

    ที่สร้างจากการรวบรวมความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิทั่วประเทศในวงการศึกษา

    โดยการจัดเสวนา 4 ภาค เพื่อรับฟังความคิดเห็น

    เกี่ยวกับการจัดทำกรอบแนวคิดในการปฏิรูปการศึกษา

    เพื่อบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

     

    **

    ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เรา ...

    พร้อมปรับ

    พร้อมเปลี่ยน

    พร้อมปฏิรูป

    และคืนครูสู่ห้องเรียน