Welcome
Guest User
 

    เมื่อครูนอกกรอบ ทำละครนอกรีต ที่พระจอมเกล้าธนบุรี

    ผมมีโอกาสเข้าอบรมเพื่อการเข้าใจความเป็นมนุษย์ ผ่านกระบวนการละคร

    จำนวน 3 หลักสูตร คือ

    หลักสูตรที่ 1 ละครเพื่อการเรียนรู้ความเป็นมนุษย์ (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

    หลักสูตรที่ 2 ละครกระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (สนใจอ่าน คลิกที่นี่)

    และหลักสูตรที่ 3 พัฒนาเครือข่ายนักสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง

    ทำให้ผมมีโอกาสได้เรียนรู้กับ รศ.พรรัตน์ ดำรุง (ครูอุ๋ย)

    อาจารย์จากภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ 

     

    ครูอุ๋ยได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับ “ละครนอกกรอบ

    ว่าคือการนำบางช่วง / บางส่วนของการฝึกฝนนี้มาใช้กับคนสามัญ

    โดยใช้ละครเป็นกิจกรรม หรือกระบวนการ (Drama process)

    และการสร้างละครบางฉาก บางตอนที่ล้วนมีจุดมุ่งหมาย

    เพื่อนำพาให้ผู้ที่มีส่วนร่วม (Participant) ไม่ว่าในบทบาทของผู้แบ่งปันเรื่องราว

    ผู้แสดง ผู้ชม ต่างเป็นผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สะท้อนวิพากษ์

    มีส่วนร่วมในการออกความคิด ค้นหาแนวทางในการสร้างเรื่องราว

    ขบคิดปัญหา ลงมือทำ และเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนำเสนอเรื่องราวเพื่อสื่อสาร

    ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ รับฟังความคิดเห็น และลงมือทำการพัฒนาสร้างความเปลี่ยนแปลง

    ที่ทำให้เกิดประสบการณ์ให้เหนือไปจากแค่การรับชม (Viewing)

     

    จากประเด็นนี้ทำให้ผมเกิดความคิดที่ว่า

    หากการสื่อสารด้วยละครมันทำให้สื่อสารกับผู้อื่นได้ง่าย ๆ

    แล้วทำไมเราไม่นำกระบวนการละครมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน

     

    Augusto Boal นักการละครและนักเคลื่อนไหวที่ใช้ละครเป็นสื่อเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม

    โดยการสร้างการสื่อสารพูดคุยระหว่างนักแสดงกับผู้ชม

    ที่สร้างกลวิธีที่จะเกิดการปฏิสัมพันธ์ โต้ตอบ และมีส่วนร่วมระหว่างผู้แสดงละครกับผู้ชม (Spectator)

    ทำให้เส้นที่แบ่งระหว่างผู้ชมกับเวทีทลายลงไปได้

    ผู้ชม นักแสดง (Spect-actor) ในละครของผู้ถูกกดขี่ (Theatre of the oppressed)

    ที่ Boal พัฒนาให้ผู้ชม (Spectator) ได้เข้ามามีส่วนร่วม

    ให้คนที่ไม่รู้จักการแสดงเลยได้เล่าเรื่องราวต่าง  ๆ

    โดยวิถีการฝึกฝนของ Boal คือ

    สร้างกลวิธีในการทำงานกับคนธรรมดา ๆ ที่ไม่เคยรู้จักการแสดง

    ให้สามารถเล่าเรื่องและแบ่งปันความคิด แบ่งปันประสบการณ์

    และวิพากษ์ วิจารณ์เรื่องราวละครที่เขาได้ชม

    โดยครูเป็นผู้ตั้งคำถาม ชักชวนให้เกิดการแสดงความเห็น

    สะท้อนความรู้สึก และโต้แย้งอย่างเป็นรูปธรรมจนทำให้การเสวนาพัฒนาไปได้

     

    ด้วยวิถีของ Boal ผ่านกระบวนการละคร ที่ผมต้องพิสูจน์

    ว่าสามารถพัฒนาความเป็นมนุษย์ได้จริงขนาดนั้นเชียวหรือ

    ผมจึงได้นำกระบวนการละครมาใช้ที่ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

    ว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงกับลูกศิษย์ของเราได้หรือไม่

    image

     

    กิจกรรมการเรียนรู้เพื่อ “รู้จักตัวเรา” ของละครประยุกต์

    - เริ่มจากการสำรวจตัวเราเอง การกำหนดลมหายใจ มีสมาธิ

    มีสติสัมปชัญญะ รู้เท่าทันความคิด ควบคุม ทำให้ช้าลง ฟังมากขึ้น

     

    - ฝึกแลกเปลี่ยนการฟัง เล่าเรื่องและแบ่งปันประสบการณ์

     

    - ส่งเสียงพูด ในวงกลมที่เท่าเทียม (Focus/Trust/Respect)

    - สนุกน้อยลง / คิดถึง-แจกแจงปัญหามากขึ้น จริงจัง และพัฒนาการแตกประเด็น

    การมีพื้นที่ขบคิดเรื่องที่สนใจ อยากติดตาม

    - Space / Time / Collaborative

     

    image

    image

    image

    image

     

    การที่เราจัดหลักสูตรให้กับนักศึกษา

    เราได้เคยคิดหรือไม่ว่าคือสิ่งที่พวกเขาสนใจจริง ๆ

    เรากำลังกดทับ กดขี่ลูกศิษย์อยู่หรือไม่

    แล้วเราจะทำอย่างไรให้เกิดการสร้างสรรค์ ร่วมจิตร่วมใจ

    ในเรื่องราวที่กลุ่มให้ความสนใจและใส่ใจ

     

    หากระบวนการที่จะพัฒนาความคิดให้ชัดเจน

    หากแก้ปัญหาไม่ตก ลองช่วยกันขบคิด

    การสื่อสาร จะนำสู่การเปิดวงสุนทรียสนทนา (Dialogue)

    ที่ต้องกล้าออกจาก Comfort Zone

    ซึ่งหลายครั้งผมมักได้ยินเสมอว่าพื้นที่ไม่อำนวยในการทำวง Dialogue

    ตัวผมเองก็พบกับห้องเรียนที่ไม่เอื้อต่อการจัดวงสุนทรียสนทนาอยู่บ่อยครั้ง

    แต่เราต้องรู้จักปรับตัว แม้ห้องเรียนไม่อำนวย ก็ต้องรู้จักประยุกต์ใช้

    อย่างห้องที่ออกแบบในลักษณะ Lecture based

    เราก็ต้องรู้จักเป็น Facilitator เพื่อประยุกต์ให้เกิด Discussion group ให้จงได้

    image

    image

    image


    กระบวนการละคร จึงเป็นการเรียนรู้ระดับจิตสำนึก

    ที่ผู้เรียนต้องสวมบทบาทสมมุติเป็นผู้อื่น

    และสิ่งที่คุณครูจากมะขามป้อมได้สอนพวกเราทั้ง 3 หลักสูตร

    เป็นกระบวนการที่คุณครูได้ลองผิด ลองถูก ผ่านประสบการณ์มาแล้วทั้งสิ้น

    ขึ้นอยู่กับใครจะนำสิ่งเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้อย่างไรในบริบทของตนเอง

    image

    image

    image

    image

    image


    เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผู้อื่นได้

    นอกจากเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง

    ผมจึงขอเปลี่ยนแปลงตัวเอง

    ด้วยการเป็นครูละคร เพื่อการเข้าใจความเป็นมนุษย์

    ตามวิถีแบบ “มะขามป้อม”

     image