Welcome
Guest User
 

    สอนโชว์แบบวิถีกระบวนกร ตะลุยเมืองเลโก้

    ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร กล่าวไว้ว่า

    “ความรู้ที่เราเรียน เป็นความรู้ที่หมดอายุ
    ครูควรเป็นผู้จัดการเรียนรู้ให้เด็ก
    สามารถ Upgrade ความรู้ได้เองตลอดเวลา”


    จากคำกล่าวของท่าน ได้สร้างแรงบันดาลใจ

    ว่าทำอย่างไรที่จะสร้างการเรียนรู้ไม่ให้เป็นเรื่องซ้ำซาก น่าเบื่อ

    ขาดชีวิตชีวา เพราะครูสามารถสร้างการเรียนรู้ให้มีความหมายสำหรับเด็กได้

    และในยุคที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารมากมายและเนื้อหาใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน

    โจทย์ของครู จึงเป็นว่าเราจะสอนลูกศิษย์อย่างไร

    ให้เนื้อหาที่มีมากมายมหาศาลนี้ สอนได้ครบหมดทุกเม็ด

    ซึ่งผมบอกได้เลยครับว่า เป็นไปได้ยาก

    และครูก็เครียดที่จะทำอย่างไรเพื่อยัดเนื้อหาให้ลูกศิษย์ได้ครบ

    นักเรียนก็เครียด เพราะต้องมานั่งเรียน นั่งฟังเนื้อหาให้ครบเช่นกัน

     

    หลักสูตรที่มีลักษณะเน้นเนื้อหา (Content-based curriculum

    ที่ครูผู้สอนให้ความสำคัญกับการสอนตามเนื้อหา

    โดยอาศัยหนังสือเรียนเป็นสื่อหลักในการจัดการเรียนการสอนจึงหมดไป

    เข้าสู่การปฏิรูปการศึกษาที่กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและสถานศึกษา

    มีส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาหลักสูตร

    โดยส่วนกลางกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน

    และมีการปรับปรุงพัฒนาในลักษณะเป็นหลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standards-based curriculum)

    ที่ยึดคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานเป็นสำคัญ มากกว่าการยึดเนื้อหา

     

    ผมจึงต้องทบทวนตัวเอง

    และออกแบบกระบวนการเรียนรู้ (Learning process

    ที่ลูกศิษย์ของเราต้องได้ประสบการณ์ที่มีคุณค่าในชั้นเรียน 

    แทนที่จะต้องพบกับครูยืนอ่านหนังสือให้ฟังและให้นักเรียนนั่งจดกันไปวัน ๆ

    เพราะในปัจจุบันข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ สามารถสืบค้นเองได้ง่ายมาก

    เพียงแต่ครูต้องสอนเรื่องทักษะการเรียนรู้ (Learning skill) ให้ลูกศิษย์ด้วย

     

    ผมได้เคยเขียนถึงการสร้างประสบการณ์ให้ลูกศิษย์

    โดยให้เข้าร่วมประกวดความเป็นเลิศในการจัดการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา

    ที่จัดขึ้น ณ คณะศึกษาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ เมื่อปีที่แล้ว (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

    เพราะหลังจากที่เรียนในวิชาการพัฒนาหลักสูตร ( FEM313 ) ที่ผมสอน

    ก็มอบหมายให้พวกเขาได้ออกแบบหลักสูตรจริงเพื่อไปประกวด

    โดยผู้เรียนต้องนำวิทยายุทธ์ทั้งหลายในตัวออกมาใช้จริง ทำจริง เจ็บจริง

     

    image

     

    ในปีนี้ ผมก็ยังคงให้ลูกศิษย์ที่เรียนในวิชานี้

    ไปทดสอบวิทยายุทธ์ โดยให้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้

    ให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ตามแบบฉบับของครุศาสตร์อุตสาหกรรมฯ มจธ.

    และให้นักศึกษาที่เข้าประกวด

    ปรับเปลี่ยนบทบาทที่แสดงเป็นครู

    สู่การเป็น Facilitator (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

     

    โดยในปีนี้ได้กำหนดหัวข้อการแข่งขันเรื่อง

    “งานศิลปาชีพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ กับการพัฒนาการศึกษา”

    มีกลุ่มผู้เรียนเป็นนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

    ทีมของเราจึงได้นำความรู้ทั้งด้านการพัฒนาหลักสูตร

    จิตวิทยาการศึกษา เทคโนโลยีการศึกษา การประเมินผล

    และวิชาที่เกี่ยวข้องที่เรียนผ่านไปแล้ว นำมาออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ดังนี้

     

    1. ต้องใช้สื่อของจริง ทำจริง เน้น Learning by doing

    2. ผู้เรียนเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตัวเอง (Active learning) 
        ที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ (Child centered)

    3. ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ (Facilitator)
        มี Note taker ในการสรุปประเด็นจากที่ผู้เรียนสืบค้นข้อมูล
        เพราะคนที่นำเสนอมากที่สุดในชั้นคือนักเรียน ไม่ใช่ครู

    4.ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในช่วงการจัดการเรียนรู้ (ใช้กล้องถ่ายทอดสดขณะทำกิจกรรม)
        หรือในการประเมินผลแบบ online ด้วย Kahoot (สนใจอ่าน คลิกที่นี่
        รวมถึงการสืบค้นข้อมูลผ่านมือถือ ด้วย QR Code

    5. ใช้กิจกรรมเป็นฐาน สร้างห้องเรียนให้มีชีวิต
         โดยนำตัวต่อ LEGO เป็นสื่อการสอน ที่เรียกเทคนิคนี้ว่า  Lego Serious Play
         

    6. มีเพลงเปิดคลอเบา ๆ เพื่อปรับคลื่นสมอง เป็นต้น

    7. สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้ (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

    8. ออกแบบหลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standards-based curriculum)
        โดยใช้ตัวชี้วัดเป็นเป้าหมายการพัฒนานักเรียน โดยบูรณาการเชื่อมโยงความรู้
        และทักษะจาก 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 

    image

    image

    image

    image

    จากการสร้างประสบการณ์ที่ให้นักศึกษาไปประกวดจัดการเรียนรู้

    ทำให้เราได้เรียนรู้อัตลักษณ์ของการจัดการเรียนรู้ของแต่ละมหาวิทยาลัย

    และยังได้เรียนรู้แนวคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ให้คำแนะนำ

    แม้ว่ารายการประกวดจากโครงการนี้ เราไม่เคยได้รับรางวัลใดเลย

    แต่คุณค่าเหนือสิ่งอื่นใด คือทีมเราได้แสดงวิถีกระบวนกร มจธ. (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

    ที่เน้นเรื่อง Sense – Connect – Contact

    เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง

    **

    เผยแพร่ครั้งแรก ที่ http://www.oknation.net/blog/learning/2016/04/25/entry-1