Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 6 "มจธ. ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร!" บันทึกอิสระ ตอนที่ 4

     

     บันทึกอิสระ ตอนที่ 4 อาหารอังกฤษมาแล้วจ้า... 

     

    ขอคั่นการเล่าเรื่องการไปเรียนปริญญาเอกให้ฟัง ด้วยการเล่าเรื่องของ "อาหาร" แทน เพราะเขียนง่าย และเป็นที่ชื่นชอบของทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน!

    แม้ว่าบันทึกอิสระตอนที่ 4 จะไม่เกี่ยวกับ "มจธ.ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร" โดยตรงนัก แต่ก็เป็นผลพลอยได้จากการที่ให้ทุนผู้เขียนไปเรียนไกลถึงประเทศอังกฤษปู๊นนนนน...

    อาหารอังกฤษหน้าตาเป็นอย่างไร รสชาติเป็นแบบไหน และทำเองได้ยากหรือง่าย มาทำความรู้จักกัน

     

    1.  Fish & Chips

      imageimage

    Fish &  Chips คือ เนื้อปลาชิ้นโตๆ ชุบแป้งทอด (เอาก้างปลาออกหมดแล้ว) และมันฝรั่งหั่นแท่งทอด เป็นอาหารประจำชาติอังกฤษ

    Fish & Chips มีขายทั่วไป หาซื้อง่าย เหมือนร้านข้าวแกงบ้านเรา ถ้ากินที่ร้าน รวมถึง Pub ด้วย ก็ตกจานละ 3-5 ปอนด์ แต่ถ้าซื้อกินนอกร้านแบบ Take Away ก็ราคาถูกลงมาประมาณ 2 ปอนด์กว่า - 4 ปอนด์

    ถ้าซื้อกลับบ้าน คนขายก็จะห่อด้วยกระดาษหรือใส่กล่องโฟม โดยจะให้คนซื้อเหยาะเครื่อปรุงก่อนที่จะพับหรือจะปิดกล่องส่งให้คนซื้อ

    เครื่องปรุงประกอบด้วยเกลือ พริกไทย และน้ำส้มสายชูหมัก (Red Vinegar) ที่มีสีคล้ายกับสีของน้ำปลาบ้านเรา ทีแรกผู้เขียนก็ไม่ชอบเหยาะ แต่นานเข้าๆ ได้ลอง ชักจะติดใจ ไม่เหยาะไม่ได้ จะไม่อร่อย

    Fish & Chips สามารถทำจากปลาได้หลายชนิด บางร้านจะเขียนเมนูที่ป้ายกระดานหน้าร้านด้วยชอล์คว่า วันนี้มี "Cod & Chips" หรือ "Rock & Chips" ซึ่งคำแรกหมายถึงชื่อปลานั่นเอง ผู้เขียนชอบ "Rock & Chips" มาก เพราะเนื้อปลาหนานุ่มหวานและมีความมัน ไม่แห้งกระด้าง ปลาชนิดนี้หากินยากเหมือนกัน พอดีที่ Kent เป็นเมืองติดทะเล เลยได้ชิมปลาหลายๆ อย่างที่นำมาทำอาหารจานนี้

     

    imageimage

     

    Fish & Chips บางร้านก็จะฝานมะนาวลูกสีเหลือง (Lemon ถ้าเป็นมะนาวเขียวเรียกว่า Lime) มาให้บีบ และตักเมล็ดถั่วลันเตาบดต้มใส่ข้างจานหรือข้างห่อมาให้ด้วย ก็อร่อยหอมมันดีเหมือนกัน (ที่เห็นสีเขียวๆ เขละๆ ข้างจานนั่นล่ะ)

    คนอังกฤษมักจะกินแป้งเยอะ หลังเลิกเรียน มักจะเห็นเด็กนักเรียนซื้อ Chips คนละ 1 ปอนด์ที่คนขายจะห่อใส่กระทงกระดาษให้เดินกินก่อนกลับบ้าน ที่แย่ไปกว่านั้นคือ จะเห็นคนอังกฤษกินขนมปังประกบกับมันฝรั่งทอดเป็นแซนวิชด้วย คาร์โบไฮเดรตล้วนๆ...

    เกร็ดเล็กผสมน้อย

    1. คนอังกฤษเรียกมันฝรั่งหั่นแท่งอย่างหนาแล้วเอาไปทอดว่า Chip" ในขณะที่คนอเมริกันจะเรียกว่า French Fries และมีขนาดผอมกว่า (เพื่อนรุ่นน้องของผู้เขียนไม่กิน Chips เพราะบอกว่ากิน Chips แล้วยังรู้สึกเหมือนกินผัก (มันฝรั่ง) แต่กิน Fries ได้!)

    2.คนอังกฤษเรียกมันฝรั่งหั่นแท่งทอดว่า Chip และเรียกขนมมันฝรั่งกรุบกรอบที่บรรจุถุงขายว่า Crisp ในขณะที่ขาวอเมริกันเรียกประเภทแรกว่า French Fries และเรียกขนมถุงว่า Chips 

    3.สถิติการเกิดไฟไม้ของประเทศอังกฤษ มักมีสาเหตุจากหม้อทอด Chips เพราะน้ำมันในหม้อร้อนเกินไปจนเกิดไฟลุกท่วมได้ จึงมีข้อแนะนำให้ใช้ผ้าหนาๆ ชุบน้ำครอบลงไปบนหม้อที่ไฟลุก ห้ามใช้น้ำสาดลงไป เพราะเห็นจากทีวีมาแล้วว่าวิธีใช้น้ำสาดนั้ยิ่งทำให้รุนแรงไฟลุกลามไปมากขึ้น

    4.วิธีทำปลาชุบแป้งทอดให้กรอบนั้น นอกจากจะใช้ "น้ำเย็น" ผสมกับแป้งและคนให้เข้ากันแล้ว ผู้เขียนเห็นรายการทำอาหารในทีวี พ่อครัวที่มีชื่อเสียงบางคนยังใช้ "น้ำโซดา" ซ่าๆ เย็นๆ ไปคลุกกับแป้งสาลี ก็ทอดออกมากรอบนอกนุ่มเหลืองฟูน่ากินมาก ลองไปทำดูนะคะ...

     

    2. English Breakfast

    image

    ในตอนเช้า ถ้าคนอังกฤษจะกินอาหารเช้าครบเครื่องเต็มรูปแบบ ก็จะเป็นอาหารจานนี้ เรียกว่า Full English Breakfast

    ใน 1 จานจะประกอบด้วย เบคอนทอด  ไส้กรอกอังกฤษทอด ไข่ดาว เห็ดผัดน้ำมัน มะเขือเทศย่าง หรือมะเขือเทศปลอกเปลือกต้ม หรือถั่วขาวในซอสมะเขือเทศ (เรียกว่า Baked Bean มีขายเป็นอาหารกระป๋องสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน) และขนมปังปิ้ง (Toast) หรือขนมปังทอดน้ำมัน (Fried Bread) จัดวางไว้เต็มจาน (แต่ในรูปนี้ไม่มี)

    เบคอนของอังกฤษจะใช้ Back Bacon (เป็นเนื้อส่วนขาหลังของหมู..มั้ง!) จึงดูไม่เหมือนเนื้อหมูสามชั้นมากนัก และจะมีรสเค็มกว่า มีส่วนของมันหมูน้อยกว่า  

    imageimage

    ส่วนไส้กรอกอังกฤษ แตกต่างจาก German Sausage ที่เราคุ้นลิ้นแสนลิบลับ ครั้งแรกในชีวิตที่ผู้เขียนได้ชิมไส้กรอกอังกฤษย่างที่ขายตามร้าน เข้าใจผิดคิดว่ากินไส้กรอกเสีย (บูด) เพราะดูบวมๆ แท่งอ้วนๆ พอเข้าปากก็สัมผัสได้ถึงเนื้อหมูสับร่วนๆ เละๆ ข้างในไส้กรอก แถมรสชาติแปลก แต่ไปอยู่อังกฤษซะหลายปีกินบ่อยคุ้นแล้วก็ชักจะชอบ เพราะว่าไส้กรอกอังกฤษผสมแป้งน้อยมาก ได้รสชาติของเนื้อหมูล้วนๆ และมีหลายรสชาติหลายชนิด รวมถึงไส้กรอกเครื่องเทศหรือสมุนไพรด้วย

    image

    ไม่ต้องห่วงสำหรับชาวมังสวิรัต เพราะคนอังกฤษเป็น Vegetarians กันเยอะมาก ย่อมหาซื้อ Veggie English Breakfast กินได้ไม่ยาก

    ใน 1 จานจะประกอบด้วยเห็ดทอด มะเขือเทศย่าง Baked Bean ขนมปังหรือ Hash Brown (คืออะไร ดูจากข้างล่าง) และไส้กรอก! ไม่ใช่ไส้กรอกจริง ที่เห็นเป็นดุ้นๆ เป็นการนำเต้าหู้มาบดผสมกับแป้ง เติมพืชสมุนไพรและเครื่องปรุงรส นวดให้เข้ากันและปั้น คลึง ม้วน จนเป็นแท่งกลมยาวลักษณะคล้ายไส้กรอกแล้วนำไปทอด

    เกร็ดเล็กผสมน้อย

    1. เดี๋ยวนี้ ครอบครัวชาวอังกฤษก็เหมือนกับประเทศอื่นๆที่หลายบ้านไม่ค่อยมีเวลาทานอาหารเช้า ก็มักจะทำ English Breakfast แบบย่อ คือ มีเบคอน ไข่ดาว และ Baked Bean เท่านั้น ซึ่งทาง B&B (Bed & Breakfast โรงแรมแบบอังกฤษที่จัดอาหารเช้าให้ ไว้จะเล่าในตอนอื่นต่อไป) ก็จะจัดอาหารเช้าแบบนี้ให้ลูกค้ากินด้วย และอีกหลายๆ บ้านก็หันไปกินอาหารเช้าแบบ American Breakfast คือ เด็กกิน Cereal (Corn Flakes) กับนมสด ส่วนผู้ใหญ่จะกินขนมปังปิ้งกับกาแฟเท่านั้น

    2. English Breakfast มีขายทั่วไป แต่ที่ผู้เขียนติดใจ อร่อย และถูก อยู่ที่โรงอาหารตึก Student Union ของ The University of Sheffield มหาวิทยาลัยที่ผู้เขียนเรียนตอนปริญญาเอก ไปกินบ่อยจนรู้เวลา! เพราะถ้าไปซื้อ English Breakfast กินช่วงเวลาเช้าจะราคาปกติ แต่ถ้าไปซื้อหลัง 10.30 น. อาหารจานนี้จะลดราคา ผู้เขียนก็ตื่นสายและถือโอกาสไปกินข้าวเช้าที่นั่นอยู่บ่อยๆ ถ้ามีโอกาส ลองตามไปชิมดูนะคะ...

     

    3. Roasted Meat

    imageimage

      Roasted Beef                                                   Roasted Lamb

    image image

     Roasted Pork                                               Roasted Chicken with Thyme

     

    คนอังกฤษชอบกินเนื้อเป็นชีวิตจิตใจ แต่คนที่กินมังสวิรัต (Vegetarians หรือ Veggies) ก็มีมาก สามารถหาร้านอาหารมังสวิรัตได้ทั่วไป

    การกินอาหารประเภทเนื้อของชาวอังกฤษ ทำไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว (Beef) เนื้อหมู (Pork) เนื้อไก่ (Chicken) เนื้อแกะ (Lamb) และเนื้อไก่งวง (Turkey) ก็แค่โรยพริกไทย เกลือ และพืชสมุนไพรต่างๆ เช่น Thyme, Rosemary, Parsley (คล้ายผักชี แต่ใบขดเยอะกว่า และความหอมต่างกัน) หรือ Dill (ผักชีลาว) ใส่เข้าเตาอบ (Roast) หรือย่าง (Grill) หรือทอด (Fry) แค่นี้ก็อร่อยแล้ว

    แต่ถ้าเป็นปลาอบหรือย่าง คนอังกฤษชอบที่จะบีบน้ำมะนาว (Lemon) ลงไปพร้อมกับการเหยาะเกลือพริกไทยและสมุนไพรต่างๆ นำไปทอด หรือห่อฟอยล์แล้วย่างหรือโยนเข้าเตาอบ!

    บางตำราก็เป็น Honey Roasted Meat โดยราดน้ำผึ้งลงไปบนเนื้อด้วย ก็จะได้รสชาติหอมน้ำผึ้งและออกรสหวานไปอีกแบบหนึ่ง

    กร็ดเล็กผสมน้อย

    1. ช่วงที่ผู้เขียนไปเรียนในปีแรกๆ (ปี 1997) ก็มีข่าวดังเกี่ยวกับโรควัวบ้า ทำให้คนอังกฤษเลิกกินเนื้อวัวไปพักใหญ่

    2. เนื้อหมูที่อังกฤษมีกลิ่นสาบเล็กๆ ทีแรกนึกว่าคิดไปเอง กลายเป็นว่าเพื่อนคนไทยทุกคนรู้สึกเหมือนกัน บ้างก็บอกว่าเป็นเพราะขั้นตอนการตอนหมู ขั้นตอนการเชือดหมู หรืออาหารของหมูที่แตกต่างจากบ้านเราที่ทำให้เกิดกลิ่นสาบ ก็เลยมีการแนะนำต่อกันว่าให้ซื้อเนื้อหมูที่ข้างกล่องเขียนว่าเป็นหมูเลี้ยงกลางแจ้งนอกเล้า (Outdoor Pork) เนื้อหมูก็จะมีกลิ่นน้อยลงหรือแทบไม่มีเลย

    3. เนื้อไก่ก็เป็นที่นิยมของชาวอังกฤษเหมือนกัน โดยเฉพาะเนื้ออก (Breast) แต่ผู้เขียนและคนไทยหลายคนชอบกินเนื้อสะโพก (Thigh) เนื้อน่อง (Drum Stick) และปีก (Chicken Wing) มากกว่า ซึ่งอย่างหลังนี้ราคาถูกมากๆ เพราะฝรั่งกินปีกไก่ไม่ค่อยเป็น!

    4. เคล็ดลับการอบขาแกะให้ออกมาดูสวยสะอาดน่ากิน (ตามรูป Roasted Lamb) คือ การหุ้มกระดาษฟอยล์ที่กระดูกขาแกะส่วนที่ยื่นออกมาจากเนื้อ ก่อนจะนำเข้าเตาอบหรือย่าง เมื่ออบเสร็จแกะฟอยล์ออกแล้ว ก็จะได้กระดูกขาแกะที่ขาวสะอาด ไม่ดำปี๋เพราะถูกย่างไปด้วย

     

    4.  English Pork Pie

    image image

    English Pork Pie เป็นพายหมูที่รสชาติไม่คุ้นเคยสำหรับคนไทยและคนทั่วไป (ผู้เขียนเชื่ออย่างนั้น) เพราะพายหมูของอังกฤษนี้มีแค่ 2 รสชาติ คือ "เค็มและมัน" เท่านั้น

    ตัวแป้งพายภายนอกหอมดี มีรสเค็มเล็กน้อย ส่วนเนื้อแป้งพายค่อนข้างมัน จะกินต้องซับน้ำมันออกบ้าง

    ส่วนเนื้อหมูที่เป็นไส้ของพายจะคล้ายไส้กรอกหมูอังกฤษ แหวกแป้งพายดูไส้ข้างไนก็จะเห็นเหมือนในรูปเลย คือ จะมีสีชมพูออกแดงและมีมันหมูปนอยู่บ้าง ส่วนรสชาติจะออกเค็มอย่างเดียว Enhlish Pork Pie จึงมีรสเค็มทั้งตัวแป้งและไส้ ไม่ค่อยกลมกล่อม เพราะไม่มีรสชาติอื่น แต่ก็ไม่เลวร้าย พอกินได้ สามารถกินได้ทั้งร้อน (ที่อบออกมาใหม่ๆ หรือนำไปอุ่นอีกครั้ง) หรือเย็น (เอาออกจากตู้เย็นแล้วกินเลย) และสามารถเก็บได้หลายวันเพราะเค็ม!!!

     

    5. Cottage Pie

    imageimage

    อาหารจานนี้ ผู้เขียนไม่เคยชิม แต่รู้จัก เพราะมีขายทั่วไปในอังกฤษ เรียกว่า Cottage Pie

    Cottage Pie เป็นอาหารที่ชาวอังกฤษทำกินที่บ้าน ทำได้ง่าย และยังมีขายเป็นอาหารแช่แข็งพร้อมกินตามซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วย คือ โยนเข้าเตาอบอุ่นให้ร้อนแล้วก็กินได้เลย

    Cottage Pie ทำจากเนื้อบด (ไม่เคยเห็นทำด้วยหมูสับเลย) ผสมกับเครื่องปรุงต่างๆ อาจใส่หอมสับ แครอทสับ เมล็ดข้าวโพด หรือเมล็ดถั่วลันเตาด้วยก็ได้ เทใส่ชามอ่างที่ทนความร้อน ปะหน้าชั้นบนด้วยมันฝรั่งบดและชี้ส แล้วนำเข้าเตาอบจนสุก จะกินก็แค่เอาช้อนตักจากชามอ่างไปใส่จานกินกับผักต้มต่างๆ

    ถ้าจำไม่ผิด อาหารจานนี้เป็นอาหารของชาวบ้านคนชนบทของประเทศอังกฤษ ที่ทำกินง่ายๆ ภายในครอบครัว จึงตั้งชื่อพายชนิดนี้ว่า Cottage Pie (Cottage แปลว่า กระท่อม)

     

    6. Yorkshire Pudding

     

    image image

    คำว่า Pudding มักจะทำให้คนไทยเข้าใจผิดว่าเป็นขนม

    คนอังกฤษกิน Yorkshire Pudding เหมือนกินขนมปังที่กินกับกับข้าว เช่น เนื้ออบประเภทต่างๆ ราดด้วยน้ำเกรวี่ (น้ำที่ได้จากการอบเนื้อและนำมาปรุงเพิ่ม) น้ำเกรวี่ที่ราดบนจานจะซึมเข้าไปในเนื้อ Yorkshire Pudding ทำให้นุ่ม เข้าปากเคี้ยวแล้วจะชุ่มฉ่ำได้รสชาติน้ำเกรวี่พร้อมเน้ือ Pudding เต็มปาก!

    Yorkshire Pudding คล้ายกับเนื้อขนมปังอบ ไม่หวาน แต่หอมเนย มีหลายขนาด ทุกขนาดจะมีลักษณะรูปทรงถ้วย เพราะการหยอดแป้งใส่พิมพ์ นำออกจากเตาอบเนื้อขนมตรงกลางจะยุบบุ๋มลงไปเอง สามารถทำได้เองหรือจะซื้อสำเร็จรูปแบบแช่แข็งมาอุ่นกินก็ได้

     

    image

    มีอาหารอีกจานหนึ่งที่คล้ายกับ Yorkshire Pudding เรียกว่า Toad in the Hole (คางคกในหลุม - แปลอย่างนี้จริงๆนะ!) โดยใช้ส่วนผสมของแป้งแบบเดียวกัน เทใส่ชามอ่างที่ทนความร้อนใบใหญ่หน่อย และวางเรียงไส้กรอกอังกฤษลงไปตามชอบ นำเข้าเตาอบจนสุก ก็จะได้อาหารอังกฤษทำง่ายและอร่อยเพิ่มอีกอย่าง

    เกร็ดเล็กผสมน้อย

    1. Yorkshire Pudding ได้บ่งบอกถึงแหล่งที่มาจากมณฑล Yorkshire ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ มีเมือง York เป็นเมืองหลัก ส่วนเมือง Sheffield ที่ผู้เขียนเรียนปริญญาเอกตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลนี้เรียกว่า South Yorkshire (ชื่อเมือง New York ก็มีที่มาจากคนอังกฤษที่อพยพไปอาศัยอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในยุคต้นๆ และได้ตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า New York ตามชื่อเมือง York ด้วย)

    2. ปกติ คนอังกฤษจะกิน Chip เหมือนที่คนไทยกินข้าว นอกจากนี้ ยังอาหารประเภทแป้งอีกหลายชนิดที่กินแทนกันได้ในอาหารมื้อต่างๆ ดังนี้

     

    imageimage

     Bread ขนมปังจืด  ังกฤษทำและอบกินเอง บางครั้งก็ซื้อเพราะไม่แพง และจะเก็บทั้งก้อนขนมปัง (Loaf) ไว้ในตู้ไม้ขนาดเล็ก เวลาจะกิน ก็นำมีดมาสไลด์หั่นจำนวนแผ่นที่ต้องการ หลายคนกินแบบนิ่มๆ หลายคนเอาไปปิ้ง (Toast) มีบ้างเหมือนกันที่จะนำขนมปังไปทอด (Fried Bread) หรือนำไปชุบไข่ทอดแบบ French Bread

    image

    Boiled Potato มันฝรั่งต้ม มักใช้มันฝรั่งหัวเล็ก และจะต้มทั้งหัวทั้งเปลือกกินได้หมด เหยาะเกลือตอนต้มเล็กน้อย และบิเนยใส่ข้างจานกินกับมันฝรั่งต้มด้วย จะทำให้เกิดความหอมขณะกินมากขึ้น

     

    image

    Roasted Potato มันฝรั่งอบหรือทอด โดยนำมันฝรั่งที่ต้มแล้วไปอบหรือทอดอีกทีด้วยเนย โรยเกลือและสมุนไพรเล็กน้อย ทำให้หอมน่ากินมากขึ้น

     

    image

    Jacket Potato มันฝรั่งอบเนยหรือชีส (ผู้เขียนเข้าใจว่าด้วยวิธีการห่อฟอยล์หรือการไม่ปอกเปลือกของมันฝรั่งออก จึงเป็นที่มาของชื่อ เปรียบได้กับมันฝรั่งมีฟอยล์หรือเปลือกเป็นเหมือนเสื้อแจ็กเก็ต ไม่รู้ถูกหรือเปล่า!!!)

    นำมันฝรั่งหัวใหญ่ทั้งหัวไม่ต้องปอกเปลือกล้างให้สะอาด นำไปห่อฟอยล์เข้าเตาอบ สุกแล้วผ่าเนื้อมันตรงกลางแล้วใส่เนยหรือชีสหรือโรยพืชสมุนไพรลงไป (หรือจะโรยสิ่งเหล่านี้ก่อนแล้วนำไปอบพร้อมกันด้วยก็ยิ่งอร่อยเพราะซึมเข้าไปในเนื้อมันฝรั่ง) หอมน่ากินมาก บางคนที่ไม่ชอบกินเปลือกมันฝรั่ง เมื่อกินไม่หมดก็นำเปลือกมันฝรั่งมาหั่นเป็นแท่งแล้วเอาไปทอดและโรยเกลือหรือผงปาปริกา (ผงพริกป่นไม่เผ็ดมาก) ก็อร่อยไปอีกแบบ

     

    image

    Mashed Potato หรือมันฝรั่งบด ทำไม่ยาก นำมันฝรั่งหัวเล็กหรือใหญ่ก็ได้ปอกเปลือกก่อนแล้วไปต้มให้สุก จากนั้นนำมาใส่ชามอ่าง ใส่เนย นม และเกลือเล็กน้อย บดให้เข้ากัน ไม่มีที่บดก็ใช้ช้อนส้อมบดก็ได้ บดหยาบหรือละเอียดแค่ไหนแล้วแต่ชอบ บางคนบดละเอียดมากจนเกือบเป็นครีม แต่ผู้เขียนชอบแบบบดหยาบๆ มากกว่าเพื่อให้ได้รสสัมผัสของเนื้อมันฝรั่งแท้จริง

     

    image

    Hash Brown ไม่รู้ว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไร (อ่านว่า "แฮช บราวน์")

    ผู้เขียนชอบกินมากที่สุดเลย ทำจากมันฝรั่งเหมือนกัน โดยหั่นหรือสับหยาบๆ แล้วปั้นเป็นชิ้นรูปสามเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยมหนาเกือบ 2 ซม. จากนั้นนำไปทอด กินกับเนื้ออบต่างๆ หรือ English Breakfast ก็ได้อร่อยสุดๆ

      

     

    image

    Crumpet ก็เป็นอาหารแป้งอีกหนึ่งรายการที่คนอังกฤษชอบกินคู่กับอาหารคาว มีขายแบบอบสุกแล้วตามซุบเปอร์มาร์เก็ต กินได้เลย หรือจะนำไปอุ่นไปจี่อีกนิดแล้วทาเนยด้วย ก็อร่อย ลักษณะของเนื้อแป้ง Crumpet จะออกเหนียวหยุ่นเล็กน้อย ไม่เหมือนขนมปังเลย ส่วนผู้เขียนชอบกินเป็นขนมเปล่าๆ โดยเอาไปอบอีกที แล้วทาเนยทาแยม กินตอนร้อนๆ อึมมมม อร่อย...

     

    imageimage

    อาหารแป้งเท่าที่จำได้อีกอย่างที่คนอังกฤษจะกินร่วมกับกับข้าว คือ Pancake

    คาดไม่ถึงใช่ไหม! เพราะบ้านเราจะกินเป็นขนม ทาเนย ราดน้ำผึ้ง โรยลูกเกดหรือใส่กล้วยหอมหั่นแว่น ...

    คนอังกฤษก็กินเป็นขนมหวานเหมือนกัน แต่ก็กินในมื้ออาหารคาวด้วย กินกับไข่ดาว เบคอนทอด ฯลฯ ซึ่งส่วนผสมแป้งในการทำ Pancake ก็ปกติ ไม่แตกต่างกันไม่ว่าจะกินคู่กับอาหารคาวหรือหวาน คือมีรสหอมหวานเหมือน Pancake ที่กินเป็นขนมทั่วไป

    ประเทศอังกฤษมีวัน Pancake Day ด้วย จะจัดขึ้นประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ใกล้ๆ กับวันวาเลนไทน์ ขออภัยที่ไม่รู้ว่าเป็นวันเกี่ยวกับอะไร แต่เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์แน่นอน เห็นว่ามีวันแบบนี้ในประเทศอื่นที่พูดภาษาอังกฤษด้วย

    นอกจากนี้ ยังมีอาหารแป้งที่ไม่ใช่ของอังกฤษ แต่คนอังกฤษก็กินคู่กับกับข้าวด้วย เช่น

    imageimage

    Baguette                                                 Croissant

    imageimage

     Risotto                                                           Couscous

     

    Baguette และ Croissant เป็นขนมปังที่มีต้นกำเนิดจากประเทศฝรั่งเศส

    ส่วน Risotto เป็นข้าวที่ปลูกในประเทศอิตาลี และ Couscous (อ่านว่า คูสคูส์) เป็นข้าวคล้ายสาคูเม็ดเล็กสีเหลือง ทำจากแป้งข้าวสาลี Durum แบบเดียวกับที่ทำพาสต้า มีต้นกำเนิดจากทวีปแอฟริกา ที่ปัจจุบัน คนในประเทศแถบทะเลเมดิเตอเรเนียนชอบกินมาก

    นอกจากนี้ ยังมีข้าว American Long Grain ข้าวเม็ดยาวคล้ายข้าวเสาไห้ของบ้านเรา (ข้าวที่มีเนื้อออกแข็งๆ แบบที่เรากินในโรงอาหาร) ข้าว Basmati (ข้าวเม็ดยาวผอมเนื้อเหนียว ของอินเดีย เคยซื้อมาหุงกินก็อร่อยดี แต่เม็ดข้าวคล้ายหนอนตัวเล็กๆ ไปนิด) ข้าวญี่ปุ่น (เม็ดสั้นป้อมเหนียว ของญี่ปุ่น ประเภทเดียวกับที่ทำซูชิ) และข้าวหอมมะลิของไทยที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับถึงความหอมอร่อยที่สุดในโลก (Thai Fragrant Rice หรือ Thai Jasmine Rice)

    ไม่ว่าจะเป็นข้าวอะไร ฝรั่งก็หุงข้าวกินแบบที่ฝรั่งคุ้นเคย เพราะฝรั่งไม่มีหม้อหุงข้าวประจำบ้านแบบคนเอเชีย (แต่มีหม้อทอด Chips) โดยที่ฝรั่งจะใช้วิธีการต้มข้าว เหมือนที่เราต้มข้าวต้ม เพียงแต่ไม่รอให้เม็ดข้าวบาน แค่ให้ข้าวสุก จากนั้นก็ตักขึ้นมา ให้สะเด็ดน้ำ อาจเรียกได้ว่าฝรั่งหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ คือ ต้มข้าวแล้วเทน้ำออก แต่ไม่มีการ "ดง" ข้าวให้ระอุแบบชาวเราในสมัยก่อน ข้าวสวยที่ฝรั่งตักใส่จานจึงดูเปียกๆ แฉะๆ บวมๆ ไม่สวยเท่าหุงแบบใช้หม้อหุงข้าว

     

     

    ขอจบบันทึกอิสระตอนอาหารอังกฤษเฉพาะที่เป็น "อาหารคาว" เพียงเท่านี้ก่อน และขอเชิญแควนๆ ติดตามอ่านเรื่องขนมอังกฤษต่อในบันทึกอิสระฉบับใหม่นะคะ โปรดติดตามโดยพลัน ...

     

    ขอขอบคุณทุกเว็บไซต์ที่เอื้อเฟื้อรูปภาพทุกรูปในบันทึกอิสระ ตอนที่ 4 นี้

      

    ขอขอบคุณ มจธ. ที่ให้ความสำคัญด้านการศึกษาแก่บุคลากรทุกสายวิชา "มจธ.ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใครจริงๆ" ทำให้ผู้เขียนได้เพิ่มพูนความรู้ ได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ และได้ใช้ชีวิตในโลกกว้างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน...

     

    (29 มีนาคม 2553)

     

     

    หิววววว กินด้วยครับ พี่ซ้วง แฟนคลับรอพี่ซ้วงพาไปกิน Fish & Chip อยู่นะครับ หุหุ

    ประทับใจ บทความที่ พี่ซ้วงนำเสนอตลอดเลยครับ

    Admin#2 3185 days ago

    ขอบคุณครับพี่ซ้วง ที่ให้ข้อมูลเรื่อง Fish&Chip ผมอ่านหนังสือ Star Soccer บ่อยๆ เป็นหนังสือพิมพ์ฟุตบอล พวกคอมลัมนิสต์ เขามักจะเขียนวิถีชีวิตในประเทศอังกฤษ เพราะว่าพรีเมียร์ลีก ดังในบ้านเรา พวกคอลลัมนิสต์ต่างๆเลยจำเป็นต้องไปทำงานที่ประเทศอังกฤา สิ่งแรกที่ที่พวกนี้บ่นก็คือ ความไม่สิวิไล ของอาหารในประเทศอังกฤษ ซึ่งนั่นก็คือ Fish & Chip ซึ่งผมก็อ่านไปแล้วก็งงไปว่า เอ๊ะ หน้าตามันเป็นอย่างไร แต่ด้วยความไม่ค่อยอยากรู้มากว่าหน้าตาเป็นเช่นไร เพราะถ้าอยากรู้จริงวิ่งไปที่ Google ก็คงจะได้รู้ว่าอาหาร Fish&Chip นั้นเป็นอย่างไร สุดท้ายก็ได้แต่จินตนาการว่ามันคือ ปลาทอดกรอบ รวมกับ เฟรนซฟราย ในตัวเอง วันนี้ก็ถือว่าโชคดีได้อ่าน และ ได้เห็นว่าอาหารประเทภนี้เป็นเช่นไร ขอบคุณพี่ซ้วงมากครับ 

    เจ้าไม้ขีดไฟตัวน้อย 3185 days ago

          น้องมัด มารายงานตัวด้วยคนครับพี่ ขอสารภาพว่ายังไม่ได้อ่าน ตอนที่ 1 ของพี่ กระโดษมาอ่านตอนที่ 4 เลย หลังจากอ่านตอนที่ 4 เสร็จแล้วทำให้ผมอยากกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นว่ามีที่มาว่าอย่างไร พี่ซ้วงเขียนบทความได้ดีมากเลยครับ น่าติดตาม เป็นกำลังใจให้นะครับพี่ และผมจะติดตามผลงานของพี่ต่อๆๆไป Laughing

    เจ้าไม้ขีดไฟตัวน้อย 3185 days ago

    ขอเป็น fan club ด้วยอีกคนค่ะ  จริงๆ ได้อ่านและสมัครเป็น fan club มาตั้งนานแล้ว  แต่เพิ่งเขียน comment เป็นเมื่อกี้เอง   จึงขอเปิดตัวเลยนะคะ  ขอชื่นชมการเขียนของซ้วงมากๆค่ะ เขียนได้สนุก  และเห็นภาพเหมือนได้ไปด้วยเลย จะติดตามผลงานเขียนทุกชิ้่นนะจ๊ะ  เป็นกำลังใจให้  เก่งมากๆ ค่ะ   "เอาไว้จะหาทุนให้ไปอีกหลายๆแห่งนะคะ"  ข้อความนี้คงต้องฝากถึงผู้บริหารค่ะ    

    Thip SBT 3184 days ago

    พี่ซ้วง  ตามมาเดาชื่ออาหารคะ  ไส้กรอก ไข่ดาว แฮม มะเขือเทศ เห็ดแชมปิญอง(เอาไปทำไรไม่รู้) แล้วก็ Baked bean  ใช่รึเปล่า??  ถ้าเดาถูก ขอรางวัลด้วยน๊าพี่ซ้วง

    [P][L][E] 3184 days ago

    ไม่ได้เขียนต่อแค่วันเดียว แฟนคลับส่ง "เมนท์" มามากมาย ทำให้หัวใจชื่นบานทีเดียวเชียว

    ขอบคุณ "แอบเป็นแฟนคลับ" และ "ขาจร" ทุกคลิ้กที่เปิดมาอ่านนะคะ ลองเขียนและส่ง "เมนท์" มาตรงนี้ก่อนก็ได้ แล้วเขยิบไปเขียน Blog ของตัวเอง พวกเราชาว KM จะคอยติดตาม...

    ขอบคุณรวมไปถึงแฟนคลับใหม่อย่างพี่ทิพย์ น้องมัด และน้องยอร์ช (คนหลังจากสำนักคอมฯ รู้จักกันมานานตั้งแต่ยังเด็ก! เมื่อ 2-3 วันได้มาเปิดเผยตัวเป็นแฟนคลับในงานนิทรรศการ 50 ปีที่ตึกวิศววัฒนะด้วยตัวเอง!)

    ส่วน "น้องเปิ้ล-น้องแชมป์" ก็ยังคงเหนียวแน่นเป็นแฟนคลับส่งทุก "เม้นท์" มาให้ทุกตอน โดยเฉพาะจะถูกใจเรื่องของอาหาร!

    น้องเปิ้ลตอบคำถามอาหารจานที่ 2 ถูกต้อง อ้าว...รับรางวัลไปด้วย เป็นรูปอาหารจานที่ 4, 5 และ...

    **ซ้ (Suang)** 3183 days ago

    จานที่ 3 อันนี้เห็นบ่อย  แต่ว่าเคยชิมที่เป็นหมูอบแล้วไม่ได้ถูกใจเท่าไหร่  แต่เนื้ออื่นๆ ไม่กล้าลอง แม้ว่าใครจะบอกว่าแกะอร่อยก็ตาม :P  ส่วนจานที่ 4 เดาไม่ออกอ่าพี่  เหมือนขนมปังแล้วข้้างในเป็นเืนื้อเลย

    [P][L][E] 3182 days ago

    โหววว อยากจะบอกว่า อ่านแล้วหิวมากมายเลยค่าาพี่ซ้วง ไว้ว่างๆ พาน้องเลี้ยงไปเลี้ยงอาหารฝรั่งกะเค้าบ้างนาคะ แล้วขออ้างอิงถึงน้องมัดนิดนึงนะคะว่า กระโดด เขียนแบบนนี้ไม่ใช่ กระโดษ อิอิอิ Tongue out

    PuK...IT 4 Rural School

    3182 days ago

    มาใหม่ครับ ผมอั๋น จาก GMI ครับ ชอบเรื่องอาหารมากเลย เห็นแล้ว อดหิวมิได้....

    bass Fire 3182 days ago

    น้องเปิ้ลตอบเกือบถูก ทีนี้ มาลองทายอาหารจานใหม่จานที่ 6 อีกนะ

    ยายไฮ เอ๊ย น้องปุ๊กและน้องอั๋นเข้ามาชิมอาหารฝรั่ง(จากภาพ)ที่บันทึกนี้เพิ่มอีกคน ยินดีต้อนรับค่ะ ก็ขอเชิญแฟนคลับทุกคนบินไปกับผู้เขียนไปกินอาหารอังกฤษที่ประเทศอังกฤษกัน "ในฝัน" ก่อนนะคะ โปรดรัดเข็มขัดกับที่นั่งให้แน่น เรากำลังจะเตรียมตัวบินไปด้วยกันแล้วค่ะ!

     

    **ซ้ (Suang)** 3179 days ago

    ว้าวว งี้จัดกิจกรรม แฟนคลับ พี่ซ้วงร่วมตอบคำถาม

    ลุ้นรับ ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ - สุวรรณภูมิ ดีกว่านะครับ หุหุ

    Admin#2 3179 days ago

    ทายไม่ถูกเลยค่ะพี่ซ้วง ....แต่นั่งอ่านไปน้ำลายไหลไปค่ะ ^^

    Jejib 3174 days ago

    คนเขียนเองก็กลืนน้ำลายเอื๊อกๆ เหมือนกัลลล... ไปติดตามอ่านเรื่องขนมหวานอังกฤษต่อนะจิ๊บ

    สำหรับข้อความต่อไปนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน (หมายความว่า อย่าไปเชื่อนะ!)

    "ขอเชิญส่งฝาขวด - น้ำดื่ม มจธ. - ที่แนบกระดาษที่เขียนชื่อพร้อมสังกัด ส่งไปทางตลาดนัดถึงกลุ่ม KM ชั้น 5 ตึกสำนักงานอธิการบดี เพื่อชิงโชครางวัลตั๋วเครื่องบินไป-กลับกรุงเทพฯ-สุวรรณภูมิ เอ๊ย กรุงเทพฯ-ลอนดอน เพื่อไปเที่ยว ไปกินอาหาร และไปช้อบปิ้งที่ประเทศอังกฤษฟรี 5 วัน โปรดติดต่อ...ใครดีล่ะ+++"

    (ขอเลียนแบบโฆษณาชาขวดนิดนึง ขอใช้ไอเดียน้องแชมป์นิดหน่อย เพื่อทำให้ผ่อนคลายความอยากไปได้บ้าง...เนอะ)

     

    **ซ้ (Suang)** 3173 days ago

    กรี๊ดดด พี่ซ้วง  ถ้ามีรางวัลอย่างนั้น ทีมงานฯ คงขอเข้าร่วมด้วยแหละพี่ ฮ่าๆ 

    [P][L][E] 3170 days ago

    กำ เพิ่งมาเห็น ตอนนี้ยังส่งทันมั้ยครับพี่ซ้วง หุหุ

    Admin#2 3051 days ago