Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 11 "มจธ.ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร" บันทึกอิสระ ตอนที่ 7.2

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 11 "มจธ. ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร" บันทึกอิสระ ตอนที่ 7.2

     

    ตอนที่ 7.2 การใช้ชีวิตในประเทศอังกฤษ (ต่อ)

     

    ช่างประจวบเหมาะเสียจริงที่ช่วงนี้เป็นเทศกาลฟุตบอลโลก (FIFA World Cup 2010) ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ประกอบกับคำขอจากแฟนคลับน้องมัท FC ปีศาจแดง ก็ขอถือโอกาสนี้เล่าเรื่องบรรยากาศฟุตบอลโลก (เมื่อปี 2002!) รวมถึงฟุตบอลอังกฤษ และกีฬาต่างๆ ที่ผู้เขียนได้รับประสบการณ์ขณะที่เรียนอยู่ จึงขอทบทวนความทรงจำมาเล่าให้ชาว KM ฟัง ดังนี้ค่ะ

     

     

    1.   ไปดูบอลที่สนามจริง

     

    อยู่ที่ประเทศอังกฤษ จะไม่พูดถึงฟุตบอล ไม่ได้แล้ว...

    imageimage

    เมือง Sheffield มีทีมสโมสรฟุตบอลอยู่ 2 ทีม คือ Sheffield Wednesday และ Sheffield United (ทีมแรกเล่นใน Division 1 ส่วนทีมหลังนี้ขึ้นๆ ลงๆ ใน Premier League) ผู้เขียนได้อ่านเจอในหนังสือพิมพ์ของมหาวิทยาลัย (What's On) ว่าขายตั๋วดูฟุตบอลราคาถูกมากแค่ 5 ปอนด์ (ปกติราคาจะสูงแพงกว่า 20 ปอนด์) เป็นทีม Sheffield Wednesday ปะทะกับทีม Portsmouth (เป็นเมืองชายฝั่งทะเลทางใต้ของอังกฤษ) ที่สนามของ Sheffield Wednesday ไปดูคนเดียว เพื่อนไม่สนใจ เพราะเป็น Division 1ไม่ใช่ Premier League แถมไม่รู้จักนักเตะซักกะคน!

     

    imageimage

     

    ถึงวันแข่ง ขึ้นรถรางไปสุดสายถึง Hillsborough จากนั้นก็เดินตามแฟนบอลไปถึงสนามบอล ได้นั่งอยู่ในอัฒจรรย์ฝั่งทีมเหย้า (ทีมของ Sheffield Wednesday) ฝั่งตรงกันข้ามเป็นของทีมเยือน พอได้ที่นั่ง มองไปที่รอบๆ ผู้เขียนเป็นกะเหรี่ยงผู้หญิงเอเชียที่นั่งดูบอลอยู่คนเดียว คนอื่นๆ เขามีเพื่อนหรือครอบครัวไปดูด้วยกันทั้งนั้น อัฒจรรย์เป็นเก้าอี้สีฟ้า (ได้ที่นั่งประมาณในรูปเลย) สนามบอลสีเขียวเข้ม ที่นั่งไม่เต็มแต่ก็ดูแน่น คนเกือบเต็มสนาม ความรู้สึกคือ โอ้โห ใหญ่โต ตื่นตาตื่นใจ ตื่นเต้นกับบรรยากาศรอบข้างจริงๆ ทั้ง 2 ฝ่ายเชียร์กันได้น่ากลัวมาก ทุกคนจริงจังในการเชียร์จริงๆ ช่วงพักครึ่งก็ไม่มีอะไร สนามว่าง เพื่อให้คนดูไปเข้าห้องน้ำห้องท่า ไปซื้อขนมมากิน ขนาดไม่ได้เชียร์ทีมเจ้าถิ่นเต็มที่ ก็ยังรู้สึกลุ้นเลย บรรยากาศมันเอื้อน่ะ และจบด้วยผล Portsmouth ชนะไป 1 ประตูต่อ 0

     

    พอบอลจบ ตำรวจเยอะแยะเลยอยู่ข้างนอกสนามคอยดูแลสถานการณ์ มีตำรวจบนหลังม้าด้วย ซึ่งจำเป็น ป้องกันพวก Hooligans (พวกหาเรื่องทะเลาะกัน) ตีกันหลังบอลแพ้แต่คนไม่แพ้ ตำรวจม้าก็จะมองเห็นเหตุการณ์ได้ง่ายและไล่ตีด้วยกระบองได้ง่ายด้วย แต่ตอนที่ไปดู ไม่มีการทะเลาะกัน ขากลับบ้านคนแน่นรถรางเลย เห็นรถโคชของคนที่มาเชียร์ทีม Portsmouth อยู่หลายคันด้วย คงกลับบ้านเลย เป็นเรื่องที่น่ารักมากเลย ที่คนอังกฤษอยู่เมืองไหนก็จะเชียร์บอลทีมในเมืองของตัวเอง แข่งที่ไหนก็ตามไปเชียร์ถึงที่นั่น ช่างจงรักภักดีอะไรเช่นนี้!! (สำหรับของที่ระลึกของ 2 ทีมนี้ หาซื้อได้จากร้านในเมือง)

     

     

     2.  ไปทัวร์ (ดู) สนามบอล

     

    imageimage

    จะไม่พูดถึงทีม “ปีศาจแดงก็กระไรอยู่

    ริงๆ แล้ว ผู้เขียนไม่มีโอกาสไปดูบอลของทีมนี้หรอก เพราะตั๋วหายาก และราคาตั๋วผีแพงมาก แต่ก็เคยไปเที่ยวสนามบอลของ Manchester United นอกฤดูกาลแข่งขัน (Stadium Tour) มาแล้ว ฝรั่งเขาทำอะไรแล้วจะคิดถึงเรื่องความคุ้มค่า ยามที่ไม่มีแม็ตช์เตะบอลกัน ก็เปิดสนามให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและขายของที่ระลึกหาเงินเข้าสโมสรได้ โดยพี่อ้วน (ดร.ธีราพร) และพี่ณา (ดร.วรรณา) พาไปที่สนาม ซื้อตั๋วแล้วจะมีไกด์พานักท่องเที่ยวกลุ่มละ 10 กว่าคน พาเดินไปดูห้องพักนักกีฬา (ห้องแต่งตัว) มีเสื้อบอลของ David Beckham หมายเลข 9 แขวนอยู่ด้วย! เข้าไปดูห้องอาบน้ำที่แบ่งเป็นห้องเล็กๆ หลายห้อง และมีอ่างอาบน้ำวนจากุชชี่ที่ลงไปนั่งได้ 2-3 คนด้วย

     

     

    imageimage

     

    จากนั้นก็เดินออกไปดูสนามบอลทางประตูเดียวกับที่นักฟุตบอลจูงมือเด็กเดินออกไป หน้าปากทางออกก่อนถึงสนาม จะมีลำโพงเปิดเสียงคนเชียร์บอลไว้ด้วย ไกด์บอกว่าอยากให้นักท่องเที่ยวได้บรรยากาศเหมือนตอนแข่งบอล!  ออกไปแล้วได้แต่ยืนอยู่ข้างสนาม มองไปรอบๆ มีเก้าอี้สีแดงในสนามอันโออ่าใหญ่โต ได้ดูสนามบอลห่างๆ ไกด์ไม่ยอมให้เข้าไปในสนาม กลัวหญ้าเสียหาย แถมยังพาไปที่นั่งพักข้างสนามที่ Sir Alex Ferguson และตัวสำรองนั่งรอ ชี้ให้ดูที่พื้น เห็นพื้นเต็มไปด้วยลายกลมๆ เป็นดวงๆ สีเทาๆ ไม่นูน เพราะถูกเหยียบมานาน ไกด์บอกว่าด่างดวงสีเทาบนพื้นนั้นเป็นรอยหมากฝรั่งที่ Sir Ferguson ชอบเคี้ยวตลอดเวลาและบ้วนลงพื้น!!! (ท่านเซอร์คนนี้เองที่ทำสนามสกปรก!) ทั้งหมดนี้ต้องซื้อตั๋วเสียตังค์เข้าไปดูนะ...

     

    สังเกตว่าสนามฟุตบอลที่อังกฤษเป็นสนามเตะฟุตบอลจริงๆ ผู้เขียนตั้งใจจะหมายถึงว่าสนามฟุตบอลที่บ้านเราจะสร้างทั้งทีต้องให้คุ้มค่าโดยมีสนามกรีฑาเป็นลู่วิ่งรอบๆ สนามฟุตบอลด้วย ซึ่งสนามบอลของอังกฤษจะดีกว่า ตรงที่นอกจากหญ้าสีสวยแล้ว ที่นั่งเยอะแล้ว แฟนบอลก็ได้ใกล้ชิดนักฟุตบอลมากขึ้น โดยไม่มีลู่วิ่งมาขวางไว้...

     

    ออกมาก็ไปช็อบปิ้งซื้อของที่ระลึกใน Megastore ของ Manchester Utd. Football Club โชคดีที่ไปช่วงลดราคาพอดี ก็ซื้อไปซะเยอะ ตอนซื้อไม่ได้คิด แต่พอตอนกลับบ้านคนเดียว (หอพักที่ Sheffield) ชักสยอง หิ้วถุงสีแดงโลโก้โชว์เป้งๆ ใบใหญ่ตั้ง 2-3 ใบกลับเมืองที่เราอยู่เนี่ยนะ อาจจะไม่มีชีวิตรอดก็เป็นได้ต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลัวไปเอง...

     

     

    imageimage

     

    สำหรับทีม “หงส์แดง” มีเรื่องเล่าไม่มาก ไม่ได้ไปดูบอล ไม่ได้ทัวร์สนาม Anfield เพราะไปถึงสนามก็เกือบ 5 โมงเย็นแล้ว ฝนก็ตก ได้แต่ถ่ายรูปกับประตูรั้วที่มี คำว่า "You'll Never Walk Alone" และก็ซื้อของที่ระลึกของทีม Liverpool Football Club เท่านั้น (ตอนนั้น Michael Oven ยังอยู่กับทีมนี้และดังมาก และช่วงก่อนกลับบ้านเมืองไทยอย่างถาวรปี 2003 Wayne Rooney ยังเด๊กเด็กและเป็นดาวดวงใหม่ของทีมนี้ แต่ไม่ทันได้ตามข่าวเท่าไร อ้าว...ไหนย้ายไปอยู่ Manchester Utd. ละเนี่ย)

     

     

    imageimage

     

     

    อีกทีมที่ได้ไปดูแค่ข้างนอกสนาม St.James’ Park (เฉพาะด้านนอก) ที่มีสัญลักษณ์สีดำขาว ทีมโปรดของนายกรัฐมนตรี อภิทธิ์ เวชชาชีวะ คือ Newcastle United ได้ถ่ายรูปกะ Alan Shearer อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษด้วยนะ แต่อย่าเพิ่งอิจฉา... เพราะถ่ายกะตัวปลอมน่ะ เป็นรูปติดที่กระดาษแข็งสูงเท่าตัวจริง ตั้งอยู่ภายในร้านขายของที่ระลึก

     

     

     

     

    imageimage

    ต้องสารภาพว่าไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องฟุตบอล ไม่ได้ติดตามจริงจัง ถ้าจะถามว่าชอบหรือเชียร์ทีมบอลอังกฤษทีมไหน ไม่มีทีมไหนพิเศษจ้ะ! แต่ถ้าให้ตอบ จะขอตอบว่าชอบ “ทีมชาติอังกฤษ”หรือ “ทีมสิงโตคำราม” ละกัน เพราะรวมทีมดารา รวมนักฟุตบอลมีชื่อจากหลายๆ ทีมทั่วอังกฤษ จึงรู้จักหมด ตอนฟุตบอลโลกปี 2002 จัดที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น คนไทยคงได้ดูสนุก ตาไม่เป็นหมีแพนด้าเพราะเวลาห่างกันไม่มาก แต่เวลาที่ถ่ายทอดไปประเทศอังกฤษจะเป็นช่วงดึกมากหรือไม่ก็เช้าเลย

     

    จำได้ว่านัดกับเพื่อน (ผู้หญิงล้วน 3คน) ตื่นแต่ตีห้าเดินไปผับแถวบ้านด้วยกันเพื่อจะไปเชียร์ทีมชาติอังกฤษเตะกับบราซิลท่ามกลางบรรยากาศคนอังกฤษเชียร์บอลในผับ (ดูถ่ายทอดสดในทีวี จะดูที่บ้านก็ได้ แต่ไม่มันส์!) เราก็สั่งอาหารเช้ามากินด้วยเลย กินไปดูบอลไป ลุ้นมากๆ ตอนนั้น Beckham เป็นกัปตันทีม

     

    แปลกจังที่ทำไมทีมชาติอังกฤษเป็นทีมรวมดารานักฟุตบอลเก่งจากทุกสโมสรถึงไม่สามารถเข้ารอบฟุตบอลโลกรอบลึกๆ ได้ เพื่อนผู้ชายบางคนเห็นว่าก็เป็นเพราะมาจากหลายที่น่ะสิ กว่าจะซ้อมเข้าขาเร่วมทีมกันได้ก็ไม่ง่ายนัก และผู้เขียนสังเกตว่าบอลอังกฤษจะเหมือนบอลไทยตรงที่เชียร์แล้วเหนื่อย ชะล่าใจไม่ได้ แม้ดูเหมือนกำลังชนะ แต่จะแพ้ลูกสุดท้ายให้อีกฝ่ายเตะเข้าในนาทีสุดท้ายประจำเลย วันนั้นก็เหมือนกัน ทีมอังกฤษแพ้บราซิลเพราะอีตาโรนัลโด้ และโรนัลดิลโญ่ ของบราซิลเก่งมาก วิ่งตัดลูกมาครองได้พริ้วจริงๆ

     

     

     3.  ไปดูกีฬาประเภทอื่นๆ

     

     

     

    imageimage

     

     

     

    ในปี  2002  ประเทศอังกฤษเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาของประเทศในเครือจักรภพ (Commonwealth Games) ที่เมือง Manchester หมายถึงอดีตประเทศที่เป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษทั้งหมด ดังนั้น การแข่งขันกีฬารายการนี้จึงไม่มีประเทศไทย...แน่นอน...

     

    ก็ซื้อตั๋วในอินเทอร์เน็ตไปดู Netball (ดังรูป) คล้ายๆ Handball ที่สนามกีฬากับพี่ณา (ดร.วรรณา) ูแบบม่รู้กติกา ขอให้ได้มีส่วนร่วมได้เข้าไปดูละกัน ออกมาข้างนอก ก็เจอนักกีฬาวิ่งมาราธอนวิ่งผ่านพอดี (ปิดถนนบางส่วนให้นักกีฬาวิ่ง) จากนั้นเราก็ไปหาอะไรๆ อร่อยที่เมือง Manchester กินก่อนไปขอค้างคืนที่หอพักพี่ณาเพื่อกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น 

     

     

     

     imageimage

     

     

    อีกประสบการณ์คือการดูสนุ้กเกอร์โลก เพราะเมือง Sheffield เป็นสถานที่จัด World Snooker Championship ที่ Crucible Theatre ทุกปี ตั้งอยู่ในตัวเมือง Sheffield ยามที่ไม่การแข่งขันก็จะมีละครเวทีหรือดนตรีมาจัดแสดง สนุกเกอร์โลกจะจัดช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมของทุกปี เพื่อนคนไทยไปได้ตั๋วจากไหนไม่รู้เอามาขาย แพงเหมือนกัน แต่ไม่สนใจ ขอซื้อและตามไปดูด้วย อยากได้ประสบการณ์ ถึงจะดูไม่เป็น แต่รู้ว่าต้องดูแบบเงียบๆ ห้ามส่งเสียง เข้าไปในห้อง จะมี 2 โต๊ะแข่งพร้อมกัน (ที่นั่งประมาณในรูปเลย แต่ถ้าอยากเลือกดูคู่เดียวก็ได้ แล้วแต่จะเลือกที่นั่งตอนซื้อตั๋ว) ตอนไปดูเป็นคู่ของ James Wattana หรือคุณต๋อง ศิษย์ฉ่อย แข่งกับ John Higgins ผลคือคุณต๋องแพ้ไปจ้ะ แตคนอังกฤษที่นั่งข้างๆ เชียร์คนไทยนะ!

     

     

     

    image image

     

     

    ีฬาอีกอย่างที่ไม่ได้ไปดู แต่ได้ไปถึงสนามต้นกำเนิดกีฬากอล์ฟ คือ สนามกอล์ฟที่เมือง St.Andrew ประเทศสกอตแลนด์ (ดังรูป) ตอนไปนั้นเป็นหน้าหนาว ไม่มีการแข่งขัน สนามหญ้าก็ออกเหลืองๆ ก็ไปซื้อแต่ของที่ระลึกเป็นลูกกอล์ฟและถ่ายรูปกับป้ายและสนามกอล์ฟนิดหน่อยเท่านั้น อยู่นานไม่ได้ ลมแรง หนาวจับใจ!!!

     

    ที่ประเทศอังกฤษมีเมืองชื่อ Rugby ด้วยนะ ใครจะเดินทางรถไฟจาก London ไป Manchester จะผ่านสถานีนี้ อยู่ในมณฑล Warwickshire (อ่านว่า วอริคเชียร์) ก็เป็นเมืองต้นกำเนิดของกีฬารักบี้ เรียกว่า Rugby Football เกิดที่ Rugby School

     

     

    image image

     

     

    อังกฤษเป็นประเทศต้นกำเนิดของกีฬาหลายอย่าง ซึ่งก็รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ไปดู เช่น เทนนิสวิมเบิลดัน ตีในคอร์ทหญ้า เพื่อนคนไทยได้ไปดูมาและซื้อของที่ระลึกเป็นผ้าขนหนูผืนใหญ่แบบที่นักกีฬาเขาใช้เช็ดเหงื่อตอนแข่งขันด้วย นอกจากนี้ ยังมีการแข่ง World Darts Championship (เกมส์ปาลูกดอก) กีฬาสองประเภทนี้แข่งที่ London รวมถึงการแข่งสุนัขวิ่ง และการแข่งม้าด้วย ไม่มีโอกาสไปดูสถานที่จริง แต่ได้ดูถ่ายทอดทีวี ก็สนุกและเพลินดีเหมือนกัน

     

     

    imageimage

     

     

      ที่จะไม่เอ่ยถึงไม่ได้ คือ กีฬา “Cricket” มีนักกีฬาหลายคน ทั้งขว้างลูก วิ่งตามลูก รับลูกบอล คล้ายๆ กับเบสบอล แต่กฎกติกาเป็นยังไงไม่รู้ รู้แต่ว่าชุดนักกีฬา (Cricket jumper) สมาร์ทดี ใส่แล้วหล่อ ! เป็นชุดสีขาวครีมเหมือนใส่เสื้อกั๊กไหมพรมกันหนาวตลอดเวลา ปัจจุบัน ชุดนักกีฬาก็ออกแบบแตกต่างกันไป มีหลายสีหลายแบบ และนักกีฬาส่วนใหญ่มักจะเป็นคนแขก เล่นเก่งมาก (ทั้งอินดีย ปากีสถาน บังคลาเศ ศรีลังกา) ก็ไม่ได้ไปดูเหมือนกัน !!!

     

     

    ยังมีอีก เรื่องเกี่ยวกับชีวิตในประเทศอังกฤษยังไม่จบนะคะ โปรดติดตามอ่านตอนต่อไปโดยพลัน...

     

    รูปภาพใน Blog นี้ได้ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ต้องขอขอบคุณเจ้าของภาพประกอบทุกภาพที่ทำให้ Blog นี้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

     

    ผู้เขียนขอขอบพระคุณ มจธ. ที่ให้ทุนไปเรียน ทำให้ได้ใช้ชีวิตอิสระตามที่อยากจะทำ มีเวลาให้กับตัวเอง และได้ประสบการณ์ชีวิตที่แปลกใหม่นอกเหนือจากการเรียน

     

    ตอนนี้เมืองไทยมีปรากฏการณ์แปลกใหม่ตามความรู้สึกของผู้เขียนในฐานะที่ไม่ได้ติดตามมานาน ที่คนไทยชอบดูฟุตบอล “ไทยลีค” ที่ได้กลับฟื้นคืนชีพอย่างไม่น่าเชื่อ แฟนบอล (FC) ทีมต่างๆ ตามไปดูบอลกันทุกที่และเกือบเต็มสนาม น่าภูมิใจนะ ตอนนี้มีถึงฟุตบอลลีคในหมู่บ้านด้วย ยังไงขอให้เล่นบอลดูบอลเชียร์บอลจริงๆ อย่าเล่นการพนัน (จะชิงโชคก็ไม่ว่ากัน!) แล้วก็อย่าเล่นคน แบบบอลแพ้แต่คนไม่แพ้ ถ้าปลูกฝังการเล่นและเชียร์แบบมีน้ำใจนักกีฬาได้จริงๆ ก็จะเป็น “ยาวิเศษ” แก้กรองกิเลส “ทำคนให้เป็นคน” ตามเนื้อเพลง “กราวกีฬา” ที่ว่าไว้...

     

    (14 มิถุนายน 2553)

     

    ในความคิดผม ถึงแม้ไม่เคยได้ไปอยู่อังกฤษ เชฟฟิว กับแมนยู ไม่ค่อยมีเรื่องบาดหมางกันเท่าไร แต่ถ้าพี่ซ้วงถือถุงติดตรา แมนยู ไปเดินในเมืองที่มีสโมสร ลีดส์ ยูไนเต็ดอยู่ อาจจะแย่หน่อย เพราะคู่ีนี้เป็นไม้เบื่อไม้เมา มาแต่ไหนแต่ไร ยิ่งลีดส์ไปอยู่ดิวิชั่น 1 ส่วนแมนยู อยู่พีเมียร์ลีก และเมื่อใดสองทีมนี้ต้องเจอกัน ความสนุก ความเดือดไม่เป้นรองเวลาแมนยู ต้องแข่งกับ อาเซนอล หรือ ลีเวอร์พูลเลยครับ ^^

    ผมมีความรู้สึกว่า เด็กที่ไปอังกฤษแล้วอยู่เมืองไหนจะเชียร์ทีมนั้น ยกตัวอย่างเืพื่อนผม ไปทำงานที่เมืองเชฟฟิวเหมือนพี่เลยครับ พอกลับมาบ้าน เล่นเกม คุมทีมฟุตบอลเพื่อนผม เล่นแต่ทีมเชฟฟิว ยูไนเต็ดอย่างเดียว ก็เลยเกิดข้อสงสัย "ทำไม นายไม่เชียร์ ทีมดังๆเหมือนคนอื่น เชียร์ทำไม เชฟฟิว ไม่เห็นจะมีอนาคตเลย" คำตอบที่เพื่อนผมตอบเขาบอกว่า เขาผูกพันกับเมืองนี้และอยากเชียร์ทีมที่ตนเองไปอาศัยอยู่  หลังจากนั้นไม่นาน ผมรู้ประวัติของ นายกอภิสิทธิ์ว่า ชอบทีม นิวคาสเซิล ไอ้เราก็งง ทำไมท่านถึงชอบ ปรากฎเพราะว่า ท่านเรียนอยู่ในเมืองนั้นนั่นเอง จึงได้เลือกที่จะเชียร์ทีมนิวคาสเซิล ก็แปลกดีนะครับวัฒนธรรมการดูบอลของคนอังกฤษ สามารถซึมซับให้กับคนไทยที่ไปอาศัยอยู่หรือไปศึกษาต่อในเืมืองๆ นั้น ได้อย่างถึงพริกถึงขิง  ก็ขอบคุณที่พี่ซ้วงมาเล่าประสบการณืที่ดีให้อ่าน แต่เอ ตอนแรกก่อนพี่ซ้วงจะเล่าผมก็เดาว่าพี่ซ้วงต้องแอบเชียร์ เชฟฟิว อยู่นิดๆๆ ปรากฎผิดคลาด อาจจะเป็นเพราะพี่ไม่คอ่ยชอบดูบอลก็เป็นได้ Foot in mouth

    เจ้าไม้ขีดไฟตัวน้อย 3109 days ago

    ขอบคุณ "เจ้าไม้ขีดไฟตัวน้อย" ค่ะ พี่ได้ความรู้ใหม่จากเซียนบอลตัวจริง! ขนาดไปอยู่ไปเรียนในประเทศนั้น ก็ไม่เคยรู้ว่า FC แต่ละทีมเขาเขม่นกันขนาดไหน

    ก็มีบ้าง8jtที่ "อิน" "เอนเอียง" และ "แอบ" เชียร์ Sheffield Wednesday อยู่บ้าง (ตอนที่ไปดูแม็ทช์นั้น) แต่ก็อย่างที่น้องมัทว่า เป็นเพราะไม่ค่อยดูบอล นักบอลก็ไม่รู้จัก และบางครั้งก็ไม่รู้ว่าในเกมส์นั้น "ล้ำหน้า" กันตรงไหน ใครทำ "แฮนด์บอล" ก็ดูไม่ทัน ก็เลยต้องเชียร์ทีมชาติอังกฤษเลยละกัน เพราะรู้จักทุกคน (แต่ทุกคนนั้นไม่รู้จักพี่ซ้วง อิอิ...)

    **ซ้ (Suang)** 3105 days ago

    เสียดายไม่มี Arsenal น่ะครับ - -"

    แต่ตอนนี้สนใจ World Darts Championship แต่ขอเปลี่ยนกติกาเป็นปาเข้าเป้าน้อยที่สุดนะครับ :-P

    Admin#2 3100 days ago

    เสียดายเหมือนกันค่ะน้องแชมป์ กิจกรรมหลายอย่างที่จัดใน London ที่พี่ไม่มีโอกาสไปร่วม ไม่ใช่แค่ไม่ได้ดูบอล (หรือดูสนามบอล) ของทีมปืนใหญ่ (Arsenal) และ Chelsea เท่านั้นนะ ยังเสียดายที่ไม่ได้ไปงานเทศกาลดอกไม้ Chelsea Flower Show ที่จัดปีละครั้งด้วย (ต้องเสียตังค์เข้าชมทั้งนั้น เรื่องเงินไม่ค่อยเป็นปัญหาหรอกค่ะ แต่เป็นเรื่องของเวลามากกว่า)

    บอลโลกยังไม่จบ ขอให้สนุกกับเกมส์การแข่งขัน (ท่าทางลูกบอล Adidas JABULANI Ballจะไม่ดีเนอะ กระฉอกออกจากมือผู้รักษาประตูของตั้งหลายทีม ทีแรกนึกว่าโกล์ของอังกฤษไม่เก่งซะอีก! และเกิดขึ้นบ่อยด้วยสิ) ใครใคร่เชียร์ทีมใดก็เชียร์กันไป แต่อย่าไปเล่นพนันบอลละกันนะคะ แฟนคลับทุกคน...

    **ซ้ (Suang)** 3096 days ago