Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 21 แคร่เลื่อนหิมะมหาสนุก * ! * !

     มุมสบายๆ ลำดับที่ 21 แคร่เลื่อนหิมะมหาสนุก.*.*.*

     

    ย่างเข้าเดือนธันวาคมอีกแล้ว ปีๆ หนึ่งช่างผ่านไปเร็วจริงๆ เมื่อปลายเดือนตุลาคม อากาศในกรุงเทพฯ เริ่มเย็น รุู้สึกได้ถึงลมหนาว แต่ก็เย็นไม่นาน ร้อนๆ หนาวๆ อย่างนี้ทำให้พวกเราไม่สบายได้ ก็ขอให้ผู้อ่านดูแลให้ร่างกายอบอุ่นไว้ด้วยนะคะ


    เมื่อใกล้ถึงหน้าหนาวอย่างนี้ ก็ทำให้นึกถึงเรื่องอดีตอีกแล้ว แต่เรื่องนี้มีโอกาสได้เล่นแค่ครั้งเดียว และยังนึกสนุกอยากจะเล่นอีก สนุกจนอยากจะเอามาเล่าให้ฟัง นั่นคือ การเล่นแคร่เลื่อนหิมะ นั่นเอง...  (เรียกว่า Snow Sledging หรือ Sleigh ก็มี)

     

     

     

     

    image

     

     

     

    ตอนนั้นกำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ เป็นช่วงหน้าหนาว เพื่อนรุ่นน้องคนไทยชื่อ "แจ๊ส" ที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเดียวกันก็ได้ชวนไปเป็นเพื่อนเพื่อเยี่ยมเยียนญาติของเขาที่ประเทศออสเตรีย ประมาณ 1 อาทิตย์


    แจ๊สชวนไม่ผิดคนเลย เรื่องเที่ยวขอให้บอกมา สามารถอยู่แล้ว! เพราะการเรียนกฎหมายไม่ต้องทำการทดลองในห้องปฏิบัติการ จึงสามารถบริหารเวลาเรียนเองได้ เลยตอบรับขอตามไปด้วยเลยในทันที


    ละการที่เราถือหนังสือเดินทางประเภทข้าราชการ (Passport) เล่มสีน้ำเงิน จึงสามารถเข้าประเทศยุโรปบางประเทศได้โดยไม่ต้องวีซ่า ซึ่งประเทศออสเตรียก็เป็นประเทศหนึ่งที่ไม่ต้องขอวีซ่า เลยบินโลด!!!

     

     

     

     

    imageimage

     

    ประเทศออสเตรีย (Austria) เป็นประเทศในแถบทวีบยุโรปตะวันออก แผนที่ของประเทศมีรูปร่างคล้ายไปป์สูบบุหรี่ มีเมืองหลวงชื่อกรุงเวียนนา (Vienna หรือ Wien) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ  เป็นประเทศไม่มีทางออกทะเล
    ประชากรใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลัก และคนส่วนใหญ่ก็พูดภาษาอังกฤษได้

    ไปถึงสนามบินที่กรุงเวียนนา  ญาติของแจ๊สมารับ ขอแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักลุงคาร์ล (Karl) และพี่ปุ๋ย (เรียกตามแจ๊ส) คู่สามีภรรยาที่น่ารักมาก ซึ่งผู้เขียนได้อีเมลถึงลุงคาร์ลไม่นานมานี้ว่าขออนุญาตแนะนำทั้งคู่ใน Blog ที่เขียน เพราะเป็นผู้มีพระคุณในเรื่องที่พักฟรี อาหารหลายมื้อฟรี และเป็นไกด์พาไปท่องเที่ยวหลายๆ ที่ในประเทศออสเตรีย แถมยังช่วยรื้อฟื้นความจำในการบอกเล่าวิธีการเล่นแค่เลื่อนหิมะให้ผู้เขียนด้วย ซึ่งลุงคาร์ลยินดี และได้สแกนรูปภาพที่ถ่ายไว้ในตอนนั้นมาให้ด้วย (ในขณะนั้นยังเป็นภาพถ่ายจากฟิล์มอยู่เลย แต่ลุงคาร์ลได้ทำเป็นไฟล์รูปภาพมาให้ ดังรูปนางแบบ - จำเป็น - บางรูปที่ได้นำลง Blog นี้)

     

    imageimage

     

    ผู้เขียนและแจ๊สพักที่บ้านของลุงคาร์ลและพี่ปุ๋ย อยู่ที่เมือง Payerbach นั่งรถไฟจากกรุงเวียนนาไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึง Payerbach เป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก (รถไฟที่ออสเตรียดูเก่าแบบขลัง แบ่งเป็นห้องๆ มีประตูปิดในแต่ละห้องกันหนาว บางขบวนก็เป็นรถไฟ 2 ชั้น เหมือนที่ดูในหนังเลย) ลงจากสถานีรถไฟเดินไปที่บ้านแค่ 20 กว่านาทีก็ถึงบ้านลุง เป็นอพาร์ตเมนท์ อยู่ชั้น 2 เป็นห้องชุดกว้างขวางทีเดียว มีเตาผิงกระเบื้องขนาดใหญ่เพื่อให้ความอบอุ่นในบ้านที่ใช้ฟืนไม้เผาไฟจริงๆ ใช้ด้วย

     

    imageimage

    ภาพแรก - นายแบบ (ลุงคาร์ล) ในชุดประจำชาติ+นางแบบ (แจ๊ส ผู้เขียน และพี่ปุ๋ย)ในชุด Dirndl

    ภาพสอง - นางแบบกับเตาผิงกระเบื้องเคลือบ (ฉากประกอบหลัง)

     

    ตอนอยู่บ้าน ลุงคาร์ลให้พี่ปุ๋ยนำชุดประจำชาติออสเตรียเรียกว่า Dirndl (เดิร์นเดิล) พร้อมรองเท้าของพี่ปุ๋ยมาให้เรา 2 คนใส่ถ่ายรูป


    เฮ่อ...ชุดประจำชาติไทยยังไม่เคยใส่ซะกะครั้ง แต่กลับมามีโอกาสได้ใส่ชุดประจำชาติออสเตรีย เขินจัง แต่สวยน่ารักดี มีผ้าคาดเอวเหมือนผ้ากันเปื้อนด้วย (ลงทุนยอมเอารูปตัวเองมาลงให้ดู เพราะุงคาร์ลส่าห์ส่งรูปมาให้
    ก็ต้องนำมาลง ไม่อยากให้ลุงคาร์ลเสียใจ เพราะเป็นชุดสวยงาม ก็ต้องโชว์หน่อย อายแค่นี้เรื่องขี้ผง!)

     

     

     imageimage

     

     

    ในกรุงเวียนนา ลุงคาร์ลและพี่ปุ๋ยพาพวกเราไปดูอนุสาวรีย์ของโยฮันน์ สเตราส์ (Johann Strauss) คีตกวีชาวออสเตรียน เป็น "ราชาแห่งเพลงวอลซ์ ซึ่งตั้งอยู่ในสวนในกรุงเวียนนา (ช่วงนั้นไปดูก็ขาวรอบๆ เหมือนในรูปเลย เพราะเป็นหน้าหนาว)


     

    imageimage

     

    ไปดูแม่น้ำดานูบ (เขียนเป็นภาษาเยอรมันว่า Donau) ที่มีชื่อเสียงไหลผ่าน สวยงามจนมีเพลง The Blue Danube ที่ในฤดูหนาว น้ำในแม่น้ำจะจับตัวเป็นแผ่นน้ำแข็งเลยทีเดียว

     

    image

     

    พระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) ที่เรียกว่าน้องๆพระราชวังแวร์ซายส์ (Chateau de Versailles) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตัวอาคารภายนอกของพระราชวังเชินบรุนน์ทาสีเหลืองอ่อนสวยมาก ตัวอาคารยาว แม้ไม่ใหญ่โตมาก แต่ดูสวยสง่า ยิ่งข้างในตกแต่งสวยมาก เคยเป็นที่ประทับเมื่อยังทรงพระเยาว์ของพระนางมารี อังตัวแนตต์ (Marie Antoinette) พระชายาของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
    (โดยส่วนตัว ผู้เขียนชอบที่นี่มากกว่าพระรางวัลแวร์ซายส์ซะอีก โดยเฉพาะห้องกระจก - Mirror Room ที่ห้องเต็มไปด้วยกระจก เมื่อสะท้อนกับแสงไฟจะดูสวยมาก ซึ่งที่เชินบรุนน์ดูสวยกว่ามาก)

     

     

    imageimage

     

    นั่งรถไฟไปไกลไปที่เมือง Salzburg ไปเที่ยวตัวเมือง ที่มีแม่น้ำแบ่งฝั่งเมืองเก่าและเมืองใหม่ ข้ามไปฝั่งเมืองเก่าไปเที่ยวบ้านเกิดของโมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) นักดนตรีคลาสสิกอัจริยะตั้งแต่วัยเด็ก เป็นบ้านตึกแถวสีเหลืองไม่กว้างมีหลายชั้น  ต้องซื้อตั๋วเข้าไปดูในบ้าน ที่มีเปียโนตัวเล็กๆ ที่โมสาร์ทเคยเล่นตั้งอยู่ด้วย (จำได้ประมาณนี้)

     

     

    imageimage

     

    นั่งรถไฟต่อไปที่เมืองอินน์สบรุค Innsbruke เมืองที่มีภูเขาสูงปกคลุมด้วยหิมะสีขาวๆ สวยมากๆๆๆๆ โบสถ์ก็สวย แม้อยู่ในเมืองเล็กๆ มีประตูชัยที่สร้างโดยพระราชินีมาเรีย เทเรซ่า มี landmark เป็นอาคารหลังหนึ่งที่มีหลังคาตรงระเบียงเล็กๆ เป็นทองคำ เป็นวังเก่า และพิพิธภัณฑ์คริสตัลของสวารอฟสกี้ Swarovski Crystal Gallery เดินผ่านๆ ไม่ได้เข้าไป
    (แต่เสียดายเล็กๆ ที่ไม่มีเวลาไปเที่ยวสถานที่ถ่ายทำหนังอมตะเรื่อง The Sound of Music  เล่นโดย Julie Andrews ที่มีเพลงเพราะๆ ทั้งเรื่อง ชอบหนังเรื่องนี้มากๆ เลย ดูกี่หนก็ไม่เบื่อ... )

     

    ขอเริ่มเล่าเรื่องแคร่เลื่อนหิมะซักที ลุงคาร์ลทำงานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งชื่อ Palace Hotel ในเมือง Semmering อยู่ห่างจากเมือง Payerbach ไม่ไกล นั่งรถไฟไปนอนค้างที่โรงแรม 1 คืน ช่วงสี่ทุ่มตอนไม่ให้แขกโรงแรมเล่นแล้ว
    ลุงคาร์ลพาไปเล่นโยนโบว์ลิ่งลูกเล็กๆ แต่กี่พินจำไม่ได้ มีอยู่ 2 เลน แบ่งทีมกันเล่น ได้โยนตกท้องร่อง สนุกดี

    แล้วก็ลงว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำในร่ม และไปซาวน่า (ครั้งแรกในชีวิต) ร้อน ชื้น หายใจเกือบไม่ออก ลุงให้อยู่จนถึงเวลาที่กำหนด (แต่ไม่นานเพราะร่างกายจะเสียน้ำมากไป) เมื่อรูขุมขนเปิดกว้าง เอาของเสียออกแล้ว จากนั้นให้กระโดดลงบ่อน้ำเย็นทันทีดังตูม!!! เพื่อให้รูขุมขนในร่างกายปิด ผิวสีชมพูในทันที แต่น้ำหนาวมากเหมือนมีจ้ำแข็งแช่อยู่เลย เข้าห้องร้อนลงน้ำเย็นวนไปมาอย่างนี้ถึง 3 ครั้ง สบายตัว นอนหลับดีตลอดคืน z..zz..z...

     

     

    image

    image

     

    จะเล่าเรื่องแคร่เลื่อนหิมะจริงๆ แล้วล่ะ ในบ่ายวันต่อมา ลุงคาร์ลและพี่ปุ๋ยพาพวกเราไปเที่ยวภูเขาในเมือง Semmering หิมะปกคลุมเต็มภูเขาสูงไปหมด ภูเขามีชื่อว่า Hirschenkogel ลุงคาร์ลแปลให้ฟังว่าเป็นภูเขาเขากวาง
    พวกเราขึ้นกระเช้าไป มันส์พ่ะย่ะค่ะ... ตื่นเต้น ชอบมากๆ ยอดเขาสูง 1,300 เมตร

     

     

    imageimage

     

     

    ถึงข้างบนก็จะมีสถานีให้เช่าสกีและแคร่เลื่อนหิมะ ทีแรกนึกว่าลุงจะพาขึ้นมาแค่ถ่ายรูป ก็ถ่ายไปซะแยะเชียว รูปถ่ายออกมาสวยจริงๆ เป็นที่เดียวที่ผู้เขียนมีรูปกับหิมะทั้งภูเขาแบบหนาๆ หนามากๆ เหยียบทีดังซ่วบๆ จมลงไปครึ่งแข้ง นอกนั้นมีแต่รูปถ่ายกับหิมะปกคลุมผิวถนนบางๆ)

    ลุงคาร์ลวางแผนกับพี่ปุ๋ยไม่บอกพวกเรา โดยไปเช่าแคร่เลื่อนหิมะ 4 ตัว แล้วค่อยมาบอกว่าไปเล่นแคร่เลื่อนหิมะกัน ไอ้เราก็กลั๊วกลัว เพราะไม่เคยเล่น และเล่นไม่เป็น ลุงคาร์ลเป็นครูที่ดีมาก ค่อยๆ อธิบายวิธีเล่นให้ฟัง


     

    imageimage

     

    เริ่มจากนั่งลงบนที่นั่ง แล้วจับเชือกที่ผูกด้านหน้าไว้แค่นั้น จากนั้นก็เลื่อนแคร่ให้เคลื่อนที่ แล้วมันจะเลื่อนไหลลงไปเอง ให้ยกขาขึ้นวางไว้ข้างๆ

    ถ้าลงไปแล้วมีทางไปทางซ้าย ให้เลี้ยวซ้ายด้วยการใช้ขาซ้าย โดยวางส้นขาซ้ายลงไปที่ผิวหิมะ ให้ส้นเท้าครูดไปกับหิมะเพื่อลดความเร็ว แล้วแคร่เลื่อนก็จะเอนไปทางซ้ายเอง

    เช่นเดียวกับการเลี้ยวขวา ก็ให้พักเท้าซ้าย แต่เอาขาขวาลง เอาส้นเท้าขาขวาครูดไปกับหิมะ แคร่เลื่อนหิมะก็จะค่อยๆ เลี้ยวขวาให้


    ถ้าจะเบรกก็เพียงดึงเชือกขึ้นเข้าไว้ที่ตัว แคร่เลื่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วเอาส้นเท้า 2 ข้างลงครูดไปกับหิมะพร้อมกัน ขาต้องแข็งยืดตึงเท่าๆ กัน จะได้ไม่หันเหไปข้างใดข้างหนึ่ง และจะทำให้แคร่เลื่อนหิมะหยุดและจอดภายในไม่กี่วินาที ทั้งเลี้ยวทั้งเบรก หิมะจะกระเด็นขึ้นมาที่ขาที่ตัวสนุกดี

     

    imageimage

     

    จากภูเขาด้านบน จะมองลงมาที่ตีนเขาไม่เห็น เพราะทางลงเขาจะวกไปวนมา (Sledging trail) จึงมีเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาบ้าง ไม่ได้ลงมาตรงๆ เพียงอย่างเดียว และเป็นคนละเส้นทางกับคนเล่นสกี  จึงไม่เห็นคนเล่นสกีผ่านไปเลย
    ตอนนั้นยังรู้สึกไม่กล้า ลุงคาร์ลก็มีวิธีที่แยบคาย โดยบอกว่าจะลองเล่นลงไปแค่ 1 ระดับ เรา 4 คนก็ค่อยๆ นั่งแคร่เลื่อนหิมะลงมาทีละจุด แล้วพักคุยกัน

     

     

     

    imageimage

     

    ลุงคาร์ลนั่งแคร่เลื่อนนำลงไปให้ก่อน ตามด้วยพี่ปุ๋ย ู้เขียนและแจ๊สก็ค่อยๆ ไต่ลงกันไปใกล้ๆ กัน ทางเลื่อนเต็มไปด้วยหิมะหนาเหมือนปูพรมขาวไปตลอดทาง จากนั้น ลุงคาร์ลบอกว่าเราเล่นต่ออีกดีกว่า ลงไปอีกจุดหนึ่ง เอาล่ะสิ มาถึงตรงนี้แล้ว จะย้อนกลับขึ้นไปก็ไม่ได้แล้ว เล่นก็เล่น แล้วความรู้สึกสนุกมันก็เกิดขึ้น ชอบแล้วล่ะ มันส์จริงๆ ...

    แคร่เลื่อนหิมะพาเราเลื่อนเคลื่อนไหวลงเขาไปเรื่อยๆ ไม่เร็วมาก ใบหน้าและลำตัวกระทบกับลมเย็นๆ สดชื่นมาก (ที่จริงลมหนาว แต่ห่อตัวซะมิดชิดทั้งหมวกไหมพรม ถุงมือไหมพรม เสื้อกันหนาว และรองเท้าหนังหุ้มส้น)

     

    imageimage

     

    พอมาถึงระดับกลางของภูเขา เรียกจุดนี้ว่า Enzian Huette ก็จะมีร้านอาหารตั้งอยู่ ลุงคาร์ลให้พวกเราจอดแคร่เลื่อนหิมะไว้หน้าร้านอาหาร (มีหลายคันด้วยสิ) แล้วเข้าไปพักในร้าน คนเยอะเหมือนกัน เป็นคนที่เล่นแคร่เลื่อนหิมะผ่านมาทั้งหมด  เข้าไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลประเภทไวน์ผลไม้ red currant wine หรือเหล้าอุ่นแบบ hot gloomy wine ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ก็ค่อยๆ ดื่มไป 1 แก้วเล็ก

    แล้วเราก็ไปเล่นแคร่เลื่อนหิมะกันต่อ ข้างทางมีหวาดเสียวบ้าง บางเส้นทางที่ด้านขวาหรือด้านซ้ายจะเป็นเหว ไม่มีต้นไม้ขวางเป็นระยะๆ ทางก็ไม่ได้กว้างมาก ประมาณ 3 แคร่เลื่อนผ่านไปพร้อมกันได้ ถ้าถูกเบียดก็ตกลงไปแน่ๆ
    ยังคิดเล่นๆ เลยว่า ถ้าเอาเท้าผิดข้างลงไป แล้วทำให้เลี้ยวไปทางเหว ฉันก็คงตกเหวลงเขาไปน่ะสิ เสียวจริงๆ เล่นไปเล่นมาสนุกมากจนฟ้ามืด ทั้งๆ แค่บ่ายสามบ่ายสี่โมงเย็น ก็มืดแล้ว แต่ก็ยังเล่นได้ เพราะหิมะขาวบอกเส้นทางได้ชัดเจน

    ไปทีละจุดๆ แล้วก็พักบ้าง ในที่สุด ก็ถึงจุดหมายที่ตีนเขาจนได้ รวมระยะทาง 4,200 เมตร ทุกคนถึงโดยสวัสดิภาพ ลุงคาร์ลและพี่ปุ๋ยชม 2 สาวว่าเก่งมาก ขนาดครั้งแรกในชีวิต ก็สามารถเล่นได้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุ เพราะบางคนเล่นแล้วล้มคว่ำทำให้เจ็บตัวก็มี

    จำไม่ได้ว่าใช้เวลาเล่นไปนานเท่าไร แต่จำได้เลยว่าสนุกมากและชอบมาก อยากเล่นอีกๆ เนี่ยนะที่เขาว่า ไม่ลองไม่รู้ ถ้ามัวแต่กลัวขอขึ้นกระเช้าลงจากเขาก็จะไม่มีประสบการณ์อย่างนี้แล้ว...

     

    แคร่เลื่อนมหาสนุกจริงๆ!!! ชอบอ่ะ...

     

    ถ้าใครมีโอกาสอย่าลืมไปลองเล่นให้ได้นะคะ ที่ไหนก็ได้ มีเล่นกันทุกแห่งที่มีภูเขาหิมะ อย่าไปกลัว แล้วอย่าลืมชวนผู้เขียนไปด้วยนะ ยกเว้นแต่คนที่กลัวความสูงหรือเป็นโรคหัวใจ ก็จะไม่ชวนจ้ะ

     

     

    imageimage

     

    ยังเคยคิดเลยว่าจะหาเวลาไปเล่นสไลเดอร์ที่เมืองหิมะในสวนสนุก Dream World หรือไปเล่นสกีบก นั่งแคร่พลาสติกให้เลื่อนไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำตามทางตามแรงโน้มถ่วงของโลกที่รีสอร์ทบางแห่งตามต่างจังหวัดที่มีการจัดโซนกิจกรรมไว้ให้เล่นผจญภัยให้หายอยากแทน!!!

     

     


    ขอบคุณลุงคาร์ลและพี่ปุ๋ยมากๆ ที่ทำให้ผู้เขียนได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจสุดๆ และแสนสนุกสุดขีดในครั้งนี้!

     

     

    ขอบคุณรูปภาพที่ลุงคาร์ลให้มา (เก็บงำรูปมาเป็นสิบปี ก็มาถูกเปิดเผยโม้ดดด เพราะ Blog นี้ที่เดียวเชียว...) และรูปทุกรูปที่ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์เพิ่มเติม ทำให้ Blog นี้น่าอ่านและน่าสนใจมากขึ้น

     

     

    (2 ธันวาคม 2553)

     


     

    พี่ซ้วงค่ะ ชุดที่ใส่น่ารักมากเลย นานๆ จะเห็นภาพแบบนี้ ถ้ามีอีกนำเสนอได้เลยนะค่ะ...อยากเห็นอีกค่ะ

    pratoomporn.ton 2566 days ago

    ชอบหิมะ อยากมีโอกาสไปสักครั้งนึง ^^

    Admin#2 2562 days ago

    พี่ซ้วงรูปมันเล็กไปหน่อยน๊า  :P   แคร่น่ากลัวนะพี่  แต่ไวน์น่าชิม

    [P][L][E] 2561 days ago

    ก็ไม่กล้าให้เห็นชัดมากน่ะ เลยทำรูปเล็ก อิอิ...

    ชุดประจำชาติเขาน่ารักจริงๆ ค่ะ อยากนำรูปหลายๆ รูปมาลงใน Blog หลายเรื่องที่เขียนไปแล้ว แต่ทำไม่ได้เพราะเป็นฟิล์ม ไม่ใช่ดิจิตอล รูปที่นำมาลงใน Blog นี้ได้ก็เป็นความอนุเคราะห์จากลุงคาร์ลที่สแกนเป็นไฟล์ดิจิตอลมาให้จ้ะ

    หิมะสำหรับพวกเราเหมือนของเล่นนะ เหมือนไอติม เหมือนโลกในฝัน พี่ซ้วงเองแม้ได้ไปเห็นแล้วก็ยังรู้สึกเช่นนั้น เพราะประเทศไทยเราไม่มี!

    ยิ่งตอนนี้ ใกล้เทศกาลคริสต์มาสแล้ว ยิ่งทำให้นึกถึงคำว่า "White Chtristmas" ขึ้นมา หมายถึง วันคริสต์มาสที่มีหิมะตกน่ะ

    ก็ถือโอกาส Merry Christmas แด่แฟนานุแฟนและผู้อ่านทุกคนนะคะ...

     

     

    **ซ้ (Suang)** 2556 days ago

    ^^ สักวันหนึ่งเราจะไปเหยียบหิมะ  ต้องเก็บกะตังค์ก่อน  Merry Christmas ล่วงหน้าค่าพี่ซ้วง

    [P][L][E] 2554 days ago

    พี่เปิ้ล พา น้องๆตาดำๆไปด้วยนะครับ ^^

    Merry Christmas & Happy New Year  นะครับ พี่ซ้วง พี่เปิ้ล และก็พี่หงส์ ด้วยครับ ^^

    Admin#2 2553 days ago