Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 23 ไปเที่ยวกัน

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 23 ไปเที่ยวกัน

     

    ต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว จากหัวข้อที่เคยทำ KM ให้กับ สวท. "ท่องเที่ยวโดยไม่พึ่งไกด์" ที่อาจจะเป็นการไปเที่ยวคนเดียวอย่างอิสระหรือจะไปผจญภัยร่วมกับเพื่อนฝูงเองก็ได้ แต่ไม่ไปกับทัวร์ ตอนที่แล้วเป็นการเตรียมตัวเตรียมของ ตอนนี้ พร้อมเดินทางแล้ว เราออกไปเที่ยวกันเล้ยยยย...

     

    1. รองเท้า

     

    imageimageimageimage

     

    ขึ้นชื่อว่าการเดินทาง "การเดิน" เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ดังนั้น จำเป็นต้องใส่รองเท้าคู่ที่ใส่สบายที่สุด ไม่ใช่คู่ที่สวยที่สุด มิฉะนั้น อาจจะหมดสนุกไปกับการเที่ยวไปเลย รองเท้าที่ใส่สบายของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ อาจเป็นรองเท้าผ้าใบ รองเท้าหนังนุ่มๆ หรือรองเท้าแตะ

    แต่ก็ต้องพิจารณาสถานที่ๆ จะไปด้วย เช่น

    ถ้าทัวร์ไหว้พระตามวัด ก็ต้องหารองเท้าที่ถอดง่าย ไม่มัวแต่เสียเวลามาผูกเชือกถอดเชือกตอนเข้าออกวัด

    ถ้าทัวร์ทะเล ก็ต้องเป็นรองเท้าที่โดนน้ำได้ ไม่เก็บทราย น้ำไม่ขัง แห้งเร็ว

    ถ้าเดินป่าเดินดอย ก็ต้องใส่รองเท้ามิดชิดกันถูกขีดข่วนและพื้นรองเท้าต้องมีปุ่มปม เหมือนดอกยางของล้อรถ ยิ่งลึกยิ่งเกาะพื้นดี ทำให้ไม่ลื่นไถลง่าย

    ถ้าทัวร์เมืองหนาว ก็ต้องสวมถุงเท้าและใส่รองเท้าหุ้มข้อที่มิดชิดเพื่อให้อบอุ่นเท้า พื้นรองเท้ามีดอกก็ดี กันพื้นลื่นเมื่อหิมะละลาย

     

     

    2. ที่พัก

     

    imageimageimage

     

    ถ้าเที่ยวแบบค่ำไหนนอนนั่น จะเหมาะสมที่สุดสำหรับการเที่ยวในวันธรรมดา ไม่ใช่วันหยุดนักขัตฤกษ์ เพราะไม่ต้องแย่งกันหาที่พัก ไม่ต้องจองล่วงหน้า โอกาสที่พักยังว่างมีสูง แต่ถ้าหาไม่ที่พักไม่ได้ ก็อาศัยศาลาวัดนั่นแหละ หรือขอที่วัดกางเต๊นท์นอน แล้วทำบุญให้กับทางวัด  หรือไม่ก็วางแผนเดินทางกลางคืน หลับบนรถไปเลย ไปเช้าที่จุดหมายปลายทาง ประหยัดเวลาดี แต่ถ้าหาไม่ได้เลย อย่างมากที่สุดก็ไปนั่งหลับรอฟ้าสว่างที่ปั๊มน้ำมันหรือท่ารถแทน...

     

     

    imageimageimage

    imageimageimage

     

    ถ้าเป็นวันหยุดยาว จำเป็นต้องวางแผนเรื่องที่พักให้ดี นอกจากจะรับประกันว่ามีที่นอนแล้ว การวางแผนยังช่วยเรื่องประหยัดเวลา ไม่ทำให้เราต้องเดินทางย้อนไปย้อนมา การต้องพักค้างที่เดิม ก็สบายไม่ต้องเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าย้ายท่ีพักทุกเช้า แต่บางเหตุการณ์จำเป็นต้องเปลี่ยนที่นอนทุกคืน ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีทำให้รู้จักที่พักหลายแบบ มีทั้งโรงแรมจิ้งหรีด Youth hostel ที่ราคาประหยัด Bed & Breakfast ที่เจ้าของบ้านเปิดบ้านเป็นโรงแรมมีไม่กี่ห้องให้แขกได้เข้าพักพร้อมบริการอาหารเช้าก็ไม่แพง หรือนอนรีสอร์ทกับโรงแรมหรูๆ ก็สบายดี

     

     

    3.  เป็นคนช่างสังเกต

     

    เมื่อเดินทางเอง ไปเที่ยวกันเอง ไปผจญภัยเอง ก็ต้องหัดเป็นคนช่างสังเกต นอกจากจะต้องดูแผนที่ (พอได้พอเป็น) แล้ว ให้สังเกตสัญลักษณ์ต่างๆ ที่จำเป็น เช่น

     

    imageimageimage

     

    โรงแรมที่พักหรือสถานที่ไปเที่ยวตั้งอยู่ที่ไหน ร้านหัวมุมถนนขายอะไร มีป้ายโฆษณาอะไร ก่อนถึงที่หมาย จะมีอะไรเป็นที่สังเกตว่าใกล้ถึงแล้ว ชื่อถนนอะไร อยู่ไฟแดงที่เท่าไร ต้องสังเกตดีๆ จะได้ไม่เลย ไม่หลงทาง

     

     

    imageimageimage

     

     

    ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะชื่อถนนที่บ้านเรามีป้ายขายาวสูงสง่าตั้งอยู่หัวมุมถนนเห็นชัดเจน แต่ถ้าใครไปประเทศแถบทางตะวันตกใหม่ๆ จะหาชื่อถนนไม่เจอ เพราะไม่มีป้ายเฉพาะ ชื่อถนนจะไปติดไว้บนผนังกำแพงด้านนอกของอาคาร หรือติดไว้ที่ริมรั้ว ก็นึกว่าเป็นชื่อบ้านชื่อร้านอ่ะ ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นชื่อของถนน ...

     

     

     

     

    imageimageimageimageimage

     

     

    สัญลักษณ์ของสถานีรถไฟ สถานีรถไฟใต้ดิน สถานีรถไฟฟ้า 

     

     

     

     imageFile:Way out StJohnsWood.jpg

     

     

    จากนั้น ต้องหาป้ายบอกทางออก เพื่อจะได้ออกถูกทิศ ไม่วนเวียนอยู่แต่ในสถานี หรือไม่ทำให้เดินไกลจนเกินไป

     

     

    imagetoilet1_ZxaEd_2263

     imageimage

     

     

    เมื่อออกจากสถานี ก็ต้องดูป้ายบอกสถานที่ๆ จะไปเที่ยว และที่สำคัญ ป้ายแสดงทางไปห้องน้ำ ถ้าไปต่างประเทศแม้จะอ่านไม่ออก แต่ก็สามารถรู้ได้ทันทีเพราะเป็นสัญลักษณ์สากล บางครั้งก็เป็นรูปตลกๆ ด้วย

    มีคำเรียกภาษาอังกฤษที่แปลว่าห้องน้ำอยู่หลายคำ เช่น

    ห้องน้ำในประเทศอังกฤษ จะเรียกว่า toilet

    ใประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกห้องน้ำว่า restroom

    หลายครั้งจะเห็น WC อยู่ทั่วไป มาจากคำว่า "Water closet" แปลงตรงตัวว่า "ตู้น้ำ" ก็หมายถึงห้องน้ำ

    สัญลักษณ์วงกลม หมายถึงห้องน้ำหญิง รูปสามเหลี่ยมคว่ำ คือห้องน้ำผู้ชาย

    ตามสนามบินและบนเครื่องบินจะเห็นคำว่า Lavatory บ่อยๆ ก็แปลว่าห้องน้ำเหมือนกัน

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    เมื่ออยู่ในโรงแรม จำเป็นต้องสังเกตป้ายทางหนีไฟที่ติดไว้ในห้องด้วย เพื่อความปลอดภัยยามฉุกเฉิน (เหมือนกับที่ต้องตั้งใจดูแอร์โฮสเตสสาธิตการใช้อุปกรณ์ชูชีพบนเครื่องบิน)

     

     

     

    imageimage

     

     

    การไปเที่ยว ไม่ว่าจะประเทศไทยหรือต่างประเทศ ถ้านักท่องเที่ยวไม่ไปตามสถานที่อโคจร ก็ย่อมมีความปลอดภัย

    สำหรับที่สาธารณะต่างๆ อาจจะต้องระมัดระวังในเรื่องกระเป๋าเงิน เรื่องถูกขโมยกระเป๋าตังค์และหนังสือเดินทางเกิดขึ้นเป็นประจำ นักท่องเที่ยวย่อมพกเงินเยอะอยู่แล้ว และมีบัตรเครดิตแน่นอน หวานพวกโจรและพวกขโมย! ต้องช่วยกันสังเกตช่วยกันดูแล และอย่าทิ้งสัมภาระห่างตัว นอกจากจะหายเพราะถูกขโมยแล้ว หลายครั้งที่เจ้าหน้าที่จะเก็บไปเองเพราะกลัวว่าจะมีระเบิดอยู่ในกระเป๋า

     

     

    4. ที่เที่ยวและที่กิน

     

     

    imageimageimage

     

     

    ไปเที่ยวเอง ไม่มีไกด์ แต่ไปถึงแล้วก็ต้องมีความรู้กลับมาบ้าง จึงควรหยุดตามป้ายเพื่ออ่านคำอธิบายประวัติสถานที่หรือเรื่องราวบ้าง หรือจะเดินตามไกด์ของกรุ๊ปทัวร์อื่นๆ ไปแอบฟังก็ได้ บางแห่ง โดยเฉพาะตามปราสาทพระราชวังและพิพิธภัณฑ์ จะมีหูฟังให้เช่า เลือกภาษาได้ตามใจชอบ ก็เป็นประโยชน์เหมือนกัน

    การไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มักจะมีคำแนะนำให้ไปสถานที่ๆ กำหนด จึงจะถือว่าไปถึง และจะต้องได้กินอาหารที่แนะนำโดยเฉพาะอาหารท้องถิ่น อาหารประจำภูมิภาค หรืออาหารประจำชาติด้วย จึงจะถือว่าไปถึงที่  แต่จะชอบหรือไม่ชอบเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ให้ได้ลองได้ไปก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีแล้ว

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    ยกตัวอย่างเช่นไปเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก ไม่ว่าจะไปที่ไหนของจังหวัดก็ตาม ต้องไปไหว้พระพุทธชินราชให้ได้ และจะต้องได้กินก๋วยเตี๋ยวห้อยขา หรือผักบุ้งลอยฟ้า (ผักบุ้งเหิรฟ้า) ด้วย จึงจะถือว่าไปถึง "พิดโลก"

     

     

    imageimage

     

     

    หรือไปประเทศอังกฤษ สักครั้งหนึ่งจะต้องไปถ่ายรูปกับหอนาฬิกา Big Ben และต้องได้ชิม Fish & Chips ให้ได้ จึงจะถือว่าไปถึงประเทศอังกฤษอย่างแท้จริง

     

     

    imageimageimage

     

     

    ารไปเที่ยวกันเอง มีบ้างที่ได้กินบางมื้อแบบราชา และบางมื้อกินแบบยาจก ได้ประสบการณ์ดี อย่างเช่น ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้าวเหนียวหน้าเนื้อ หรือน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ เอาไปกินบนรถ ประหยัดเวลาดี

    หรือกินอาหารท้องถิ่น หากมีเวลา ถ้าเที่ยวอีสานก็ต้องไปกินไข่กะทะ ขนมปังฝรั่งเศสคนละ 1-2 อัน ไปทางใต้กินขนมจีนหรือแต่เตี้ยมติ๋มซำ ไปภาคเหนือกินข้าวซอย ทั้งอิ่มท้อง อร่อย ประหยัดเงิน   (ลองเดินตลาดเช้า ไปกินอาหารท้องถิ่น ก็จะยิ่งสนุก ได้สัมผัสการใช้ชีวิตของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง)

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    ที่ต่างประเทศ ไม่มีตลาดโต้รุ่งอย่างบ้านเรา (ประเทศไทยมีชื่อเสียงเรื่องอาหารไทยอร่อยและมีให้ซื้อกินได้ทั้งวันทั้งคืน) ถ้าอยากประหยัด ขอแนะนำให้ซื้ออาหารตามซุ้มอาหารหรือร้านอาหารที่ขายใส่กล่องกลับบ้านแบบไม่มีที่นั่ง (take-away หรือ take-out, take home) หรือที่ซุบเปอร์มาเก็ตจะมีแซนวิชเย็นๆ บะหมี่ถ้วย ราคาถูกให้เลือกมากมาย อิ่มเหมือนกัน ได้ทดลองเปรียบเทียบรสชาติบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของชาติต่างๆ ด้วย!

     

    แต่อำเภอไหน จังหวัดไหน หรือประเทศไหน ถ้าได้เจอร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ก็เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวเลยล่ะ เป็นตัวชี้วัดความอยู่รอดของปากท้องได้!

     

     

     imageimageimage

     

     

    แต่บางครั้งบางอย่างก็ต้องขอ "บาย" เหมือนกัน ขอยอมไม่มีประสบการณ์ดีกว่าหาก 'Extreme" จนเกินไป เช่น

    ไปประเทศนิวซีแลนด์ต้องไปลอง Bungy Jump ต้นกำเนิดของการดิ่งพสุธาแบบใช้สายรัดข้อเท้า ไม่เอาดีกว่า กลัวกระดูกหลุด ไม่อยากหยุดการท่องเที่ยวแค่นิวซีแลนด์!

    หรือไปถึงเมืองจีนก็ต้องโด๊บด้วยปลิงทะเลน้ำแดง ม้าน้ำตุ๋น สมองลิงกะทะร้อน ฯลฯ ก็ขอไม่ชิมดีกว่า

    หรือไปภาคอีสานของบ้านเฮา มีหนอนรถด่วนคั่วเกลือ ตั๊กแตนทอด และหม่ำย่าง (ไส้กรอกอีสานประเภทหนึ่งมีทั้งเนื้อวัวและเนื้อหมูผสมตับและเลือดบรรจุไว้ในกะเพาะ) ก็คงจะไม่กล้ากินเหมือนกัน

     

     

    5.  ของที่ระลึก

     

     

    imageimageimage

     

    ไปถึงที่เที่ยวแล้ว ไม่ใช่จะไปถึงกันง่ายๆ ไม่ใช่จะไปได้บ่อยๆ ดังนั้น นอกจากความประทับใจทางสายตา ทางจิตใจ และทางรูปภาพแล้ว การซื้อของที่ระลึกเป็นอีก 1 สิ่งที่นักท่องเที่ยวอยากได้เก็บไว้

    ของที่ระลึกมีหลายแบบหลายราคา ที่แพงๆ เช่น ซื้อคริสตัลที่ออสเตรีย ซื้อนาฬิกาที่สวิตเซอร์แลนด์ ซื้อน้ำหอมจากฝรั่งเศส ซื้อโสมที่เกาหลี หรือที่บ้านเราซื้้อทับทิมซื้อพลอยจากจันทบุรี ซื้อไม้แกะสลักที่เชียงใหม่ ฯลฯ

    แต่นักท่องเที่ยวแบบไม่พึ่งไกด์ส่วนใหญ่ไม่ได้มีตังค์เยอะขนาดนั้น และไม่สะดวกที่จะซื้อของที่ระลึกขนาดใหญ่โต หอบไม่ไหว ของที่ระลึกจำพวกพวงกุญแจ ที่ติดเสื้อ แม่เหล็กติดตู้เย็น หรือเครื่องเขียนพวกปากกา ดินสอ สมุดบันทึกก็เป็นสิ่งที่น่าซื้อสะสมและซื้อไว้แจกญาติมิตรเพื่อนฝูง

     

     

    imageimage

     

     

    ที่ประเทศอังกฤษ (ไม่แน่ใจว่าประเทศอื่นมีหรือไม่) สถานที่ท่องเที่ยวแทบทุกแห่งแม้แต่สถาบันการศึกษาหรือห้างร้านใหญ่ๆ เช่น Harrods เองจะมีขายของที่ระลึกเป็นที่คั่นหนังสือลักษณะเฉพาะที่ทำด้วยหนังสัตว์ ลายหนึ่งมีหลายสี ซื้อทุกสีไม่ได้ มากไป แต่ซื้อ 1 อันทุกครั้งที่ไป และเขียนวันที่ๆ เราไปเที่ยวลงไปด้านหลัง เป็นความทรงจำ ราคาไม่แพง ไม่หนัก มีคุณค่าทางจิตใจ ... 

     

     

     

    imageimageimage

     

     

     

    สถานที่ขายของที่ระลึกมีทั่วไปตามสถานที่ท่องเที่ยวและภายในเมือง หรือจะไปซื้อที่ duty free สนามบินก็ได้เพื่อกำจัดเศษเหรียญเศษเงินให้หมด แต่ที่จะแนะนำอีกที่ๆ ไม่ควรพลาดคือซุบเปอร์มาร์เก็ต โดยเฉพาะของกินของใช้ อาจซื้อได้ในราคาไม่แพงหากไปเจอโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 หรือซื้อ 2 แถม 1 หรือกำลังลดราคา 50% พอดี เป็นสวรรค์ของนักช็อบ ซื้อขนมไปแจกเพื่อนฝูงได้อย่างสบายกระเป๋า

     

     

     

    imageimage

     

     

     

    สำหรับผู้ที่ชื่อชอบโปสการ์ดและชอบสะสมแสตมป์ การเดินทางท่องเที่ยวจะทำให้เรามีโปสการ์ดสวยๆ และแสตมป์ของประเทศนั้นๆ มากมาย หลายคนอาจชอบสะอาดๆ โปสการ์ดแบบไม่เขียน ซื้อแสตมป์ใหม่ มาสะสมในสมุดสะสม

    สำหรับคนที่ชอบให้ไปรษณีย์ประทับตราลงแสตมป์บอกสถานที่และวันที่ส่ง ก็เป็นเสน่ห์ไปอีกแบบ ก็แนะนำให้เขียนส่งถึงตัวเอง ถึงครอบครัวเพื่อนฝูงหรือคนพิเศษ! คนที่ได้รับแม้กระทั่งตัวเองก็จะมีความสุขจะรู้สึกสนุกด้วย

     

     

     

    หลังจากไปเที่ยวแล้ว ก็กลับมาสู่ชีวิตจริง ทำงานเก็บเงิน เพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อนชาร์จพลังใหม่ในทริปต่อไป....

     

     

     

    ขอบคุณทุกรูปภาพที่ได้ดาวน์โหลดมาใช้ประกอบการเขียน Blog เรื่องนี้ ทำให้ดูสวยงามและน่าอ่านมากยิ่งขึ้น

     

     

     

    (23 มกราคม 2554)

     

     

    การเที่ยวแบบเตรียมตัวพร้อมทำให้เราลดเหตุสุดวิสัยลงได้ เยอะเลย

    ทำให้เราได้สนุกกับการเที่ยวได้อย่างเต็มที่ ^^

    Admin#2 2510 days ago

    จริงๆ จ้ะ เห็นด้วยเลย

    แต่ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้น ขณะที่เกิดเรื่องคงไม่สนุก แต่ก็จะเป็นประเด็นให้คุยได้ตลอดไป (ผอ.ฝ่ายหนึ่งของ ททท.เขาว่าไว้ ก็จริงเหมือนกัน)

    อีกเรื่องลืมบอกไป หากไปเที่ยวแล้วพกเงินเยอะ ใช่ว่าจะอุ่นใจ นอกจากกลัวหายแล้ว หลายแห่งหลายที่ก็ไม่สามารถใช้เงินได้ เงินไม่มีความหมาย เพราะไม่มีร้านค้าอะไรให้หาซื้อได้เลย เพื่อความปลอดภัย ให้พกอาหารแห้งและน้ำขวดติดตัวไปด้วย เผื่อฉุกเฉินหลงทางกลางป่าเขากลางทางก็จะได้กินเอาแรงหาทางออกได้ต่อไป!

    **ซ้ (Suang)** 2507 days ago

    1 people liked this comment.

    เที่ยวแบบศึกษาข้อมูลก่อน คือ ดูของแห้ง (เช่นอ่านข้อมูล รูปภาพ) ก่อน แล้วบิ้วอารมณ์ทั้งเรื่องราว ประวัติศาสตร์ สิ่งที่น่าสนใจต่างๆ มันทำให้ตั้งตารอวันที่จะไปเห็นของจริง (ของสด :P) รู้สึกหัวใจมันสูบฉีดแรงดีนะครับ โดยเฉพาะการไปเที่ยวสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา ซึ่งหากท่องเที่ยวโดยไม่พึ่งไกด์เราควรหาข้อมูลเป็นไกด์ให้กับเราก่อนด้วยครับ จะได้อรรถรสเพิ่มขึ้น

    Kamui 2479 days ago

    ถูกต้องเลยค่ะ ต้องเป็นไกด์ในการหาข้อมูลท่องเที่ยวให้กับตัวเอง

    แต่มีเหมือนกันนะที่พี่ "บิ๊ว" จากของแห้ง (ดูรูปจากหนังสือ) แล้วไปดูของสด (ได้ไปสถานที่จริง) แล้วผิดหวังเล็กๆ ด้วยเหตุที่คาดหวังมากไป นึกฝันเกินจริง พอไปเห็นที่จริงก็ "ทำไมไม่เห็นสวยเหมือนที่คิดไว้หนา! แต่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ค่ะ เพราะส่วนใหญ่มักจะตื่นเต้นกับการได้มาเห็นได้มาสัมผัสของจริงมากกว่า

    **ซ้ (Suang)** 2473 days ago

    1 people liked this comment.