Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 25 เบื้องหลังการไป มจธ. ศูนย์อมก๋อย

     

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 25 เบื้องหลังการไป มจธ. ศูนย์อมก๋อย

     

    เมื่อตอนที่แล้ว ได้แนะนำ KMUTT Omkoy Campus ให้ผู้อ่านได้รู้จักแล้ว ซึ่งภารกิจที่รับผิดชอบเพื่อพัฒนาคนภูเขานั้นยากลำบากเมื่อเทียบกับจำนวนบุคลากร เบื้องหลังกว่าจะไปถึง มจธ. ศูนย์อมก๋อยก็ไม่ยิ่งหย่อน สุดแสนทรหดเช่นกัน ทั้งคนทั้งสถานที่และสภาพแวดล้อม เฉพาะที่ได้ไปเห็นเป็นเวลา 3 วัน (7-9 มกราคม 2554) ถ้าเป็นคนที่ทำงานในพื้นที่คงจะเล่าให้ฟังได้เป็นเล่มๆ !!! 

     

     

    1.  ถนนหนทาง

     

     

    imageimage

     

    เส้นทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปอำเภอหางดง อำเภอจอมทอง ผ่านอำเภอฮอด (ป้ายบอกทางภาษาอังกฤษเขียนว่า Hot!!!) และอำเภออมก๋อย มีภูมิทัศน์สวยงาม ถนนเรียบดีมาก แต่หลายโค้ง หากขับกลางคืนค่อนข้างอันตราย

     

     
    ไปถึง มจธ. ศูนย์อมก๋อยต้องพักค้างคืน 1 คืนก่อนเริ่มเดินทางไปติดตามดูงานตามหมู่บ้านชาวเขาต่างๆ ของอำเภออมก๋อย

     

     

     

     

     

     

    image

     

    วันรุ่งขึ้น หลังจากอิ่มข้าวเช้า (ที่ได้กินเผื่อข้าวเที่ยงไว้ด้วย) พี่สุเมธ ศวช. ได้พาไป Shopping! ไปซื้อรองเท้าเดินลุยให้คนละ 1 คู่ เป็นรองเท้าพลาสติกมีสีดำและสีเหลืองออกน้ำตาล พื้นรองเท้าด้านนอกเป็นปุ่มๆ กว้างขนาด 1 ซม. อยู่ทั่วพื้นผิว คล้ายรองเท้าสตั๊ดของนักฟุตบอลเลย ทำจากประเทศจีน คู่ละ 60 บาทเอง ก่อนกลับ มจธ. กทม. ก็ได้ถอดไว้ให้กับศูนย์อมก๋อยไว้ใช้ต่อไป

     

    แม้จะไม่มีขนาดตามเท้าของคนใส่ แต่ก็สมกับเป็นรองเท้าสมบุกสมบัน แค่ผูกเชือกรองเท้าแน่นๆ ก็ใส่ได้ไม่หลุดแล้ว แถมยังเดินลุยได้ทุกสถานการณ์ ไม่กลัวฝุ่นดิน ไม่กลัวเลนเละเทะเลอะเทอะไม่กลัวถูกเกี่ยวขาด (รองเท้าผ้าใบคู่ที่ใส่ไปก็ต้องถอดเก็บใส่กระเป๋า ลืมไปได้เลย...)

     

     

    imageimage

     

    ก่อนไปถึงหมุ๋บ้านแรก ก็จอดรถตามจุดพักเป็นระยะๆ เพื่อพักทั้งรถและคน ลงจากรถ ได้สูดอากาศหนาวที่สดชื่นเย็นสบาย มีอยู่จุดหนึ่ง ชาวบ้านได้สร้าง "ศาลารวมใจเทอดไท้ราชินี" ไว้ให้เป็นที่พักริมทางด้วย มีทั้งหม้อดินและที่ก่อไฟ สามารถหุงข้าวต้มน้ำ หรือใช้ผิงไฟกันหนาวได้เลย พวกเราก็นั่งพักกินข้าวต้มมัด ข้าวแต๋น (เหลือจากเมื่อวาน - ไม่เสีย เพราะอากาศเย็น) รองท้องหลังจากอาหารเช้าในกะเพาะได้พร่องไปบ้างแล้ว

     

     

     

     imageimage

     

    รถที่ขับไปต้องเป็นรถแรงแบบ 4-wheel หรือกระบะเท่านั้น วันนั้นไปกันหลายคัน ก็ขับตามกันไป มี "วอ" (วิทยุสื่อสาร - Walky Talky) ในรถทุกคันเพื่อใช้ติดต่อสื่อสารกันด้วย ส่วนใหญ่รถคันแรกจะ "วอ" ไปบอกให้รถคันต่อไปได้รู้ว่ามีรถหรือมอเตอร์ไซด์สวนทางมา จะได้ขับระวังมากขึ้น

     

    ถ้าเป็นรถเครื่อง (มอเตอร์ไซด์) ก็มียี่ห้อเฉพาะที่เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่ คือ "ฮอนด้า ดรีม" ไม่ได้เป็นโฆษณาแฝงนะ แต่คนพื้นที่บอกว่าเป็นรถเครื่องที่เบา เข็นง่าย และไม่ต้องตกแต่งใดๆ เพราะถ้าหกล้มหรือตกหล่มทับตัวจะไม่เจ็บ เพราะรถไม่หนัก สามารถลากจูงได้ง่าย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ขับ 

     

     

    imageimage

     

    ถนนที่แยกจากถนนใหญ่เข้าไปหมู่บ้านในช่วงแรกๆ เป็นถนนลูกรังที่เกลี่ยไว้เรียบดีแล้ว เคยเจอถนนแบบนี้บ่อย "สิวๆ" "ชิวๆ"  "จิ๊บๆ" ไม่ถือว่าลำบาก

     

     

    imageimage

     มองเห็นถนนไหม? โน่นไง... มองไปที่ด้านขวาบนของภาพแรก...

     

    แต่เมื่อขับลึกเข้าไป สูงขึ้นไป ถนนเริ่มเปลี่ยนเป็นลูกรังอัดแน่น (ตามธรรมชาติ) ผิวขรุขระสูงต่ำตะปุ่มตะป่ำ ตอนที่ไปเป็นหน้าหนาว หน้าแล้ง ถนนแห้ง ฝุ่นเยอะ ถือว่าดีและสะดวกมากแล้ว  ข้างทางวิวสวยงาม แต่บางจุดถนนแคบ ปริ่มๆ ใกล้หุบเหว เสียวไส้ดีนักแล แถมยังมีถนน 9 พับ เป็นถนนที่หักมุมเลี้ยวซ้ายขวาถึง 9 ครั้งภายในระยะทางสั้นๆ คนขับรถจึงต้องเก่งจริงๆ

     

    ถ้าเป็นหน้าฝน การเดินทางจะลำบากกว่านี้มากมายหลายเท่า ดินจะเละ ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อและลื่นไถล ควรจะต้องมีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วย และเตรียมจอบเสียมติดรถไปเพื่อใช้ขุดเซาะถนนให้ล้อรถที่ตกหล่มวิ่งผ่านไปได้ บางครั้งถึงขนาดต้องล่ามโซ่ที่ล้อรถกันทีเดียว เป็นภาพที่เห็นจากสารคดีที่นำออกฉายในวัน มจธ. รับบริจาค 8 ตุลาคม 2553 และตามที่ได้ฟังจาก "ยายไฮ" เคยเล่าไว้ 

     

    ถ้ารถเสียกลางทาง นอกจากเราเองจะลำบากแล้ว รถคันอื่นก็จะเดือดร้อนผ่านไปไม่ได้ด้วย จึงต้องมีน้ำใจช่วยเหลือกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถเดินทางต่อไปถึงจุดหมายปลายทางได้

     

     

    าดูรูปภาพของถนนที่ได้บันทึกไว้ระหว่างการเดินทาง

    imageimageimage

     

    การนั่งรถในสภาพถนนแบบนี้ ต้องมีเทคนิค รถวิ่งไปเขย่าไป คนนั่งต้องทำตัวตามสบาย อย่าไปฝืน
    ปล่อยลำคอ หัวไหล่ และลำตัวให้สั่นคลอนไปตามจังหวะรถ จึงจะไม่เมื่อย (มากนัก) ปล่อยให้ตับไตไส้พุงภายในได้ออกกำลังและสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งบ้าง คงไม่เป็นไร คุ้นชินอยู่กับถนนแบบนี้ตลอด 2 วัน ขากลับลงมาถึงทางเรียบ เริ่มรู้สึกแปลก!

     

    งบประมาณสำหรับศูนย์นอกพื้นที่คงหมดไปกับค่าซ่อมแซมรถ ในการเดินทางไปตามพื้นที่แต่ละครั้งต้องเช็คสภาพรถให้ดี เติมน้ำมันให้เต็ม เพราะการเติมน้ำมันในป่าในเขาอย่างนี้ คงไม่ใช่หาปั๊มหลอดได้ง่ายๆ และก็ไม่ต้องถามหาใบเสร็จรับเงินหรือสำเนาบัตรประชาชนของคนขายมาใช้เป็นเอกสารเบิก เพราะไม่มีแน่นอน !!!

     

     

     

    imageimage

     

     

    ภาพนี้เป็นถนนภายในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นถนนสำหรับชาวบ้านเดินด้วย รถวิ่งได้ด้วย  มีน้ำตกตามธรรมชาติไหลผ่านถนน ได้ลงไปเดิน เลยถ่ายไว้ให้เห็นกันชัดๆ

     

      

    2.  ที่พักที่นอน

     

     

    imageimage

    เต๊นท์กางนอนภายในอาคารโรงเรียน และบ้านชาวเขามุงหลังคาด้วยใบตองตึง

     

    อากาศที่อมก๋อยหนาวเย็น คืนวันแรกนอนรีสอร์ท สะดวกสบาย ไม่ต้องติดแอร์เพราะอากาศเย็นตลอดทั้งปี ขนาดนอนปิดหน้าต่าง ห่มผ้านวมหนาหนัก ลมหนาวยังเล็ดลอดเข้ามาได้

     

    แต่ที่บราโกร อยู่ทางใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ใกล้จังหวัดตาก อากาศจึงอุ่นกว่า

     

    ที่พักคืนที่สองนอนในเต๊นท์ ได้กางเต๊นท์นอนในโรงเรียน จึงไม่หนาวเยือกแบบกางเต๊นท์นอนด้านนอก โรงเรียนกว้างพอที่จะตั้งเต๊นท์ได้  5 หลังสำหรับสาวๆ ส่วนอาจารย์ผู้ชายก็ลงไปตั้งเต๊นท์ที่โบสถ์ บางคนไปตั้งเต๊นท์ที่ระเบียงบ้านของชาวเขา

     


    เต๊นท์ที่ผู้เขียนนอนเป็นเต๊นท์ลายทหาร นอนเต๊นท์ละ 2 คน จะไม่อาบน้ำก่อนนอนก็ไม่ได้ เกรงใจอาจารย์ที่นอนด้วย เลยต้องขอสะอาดไว้ก่อน


    น้ำในห้องน้ำเย้นนนนเย็น... ขันแรกต้องทำสมาธิ ทำใจกล้าๆ  เมื่อเริ่มขันแรกได้ ก็จะมีขันต่อไป และจะสาดแบบไม่มีสติเพื่อให้ตัวชาและไม่รู้สึกว่าหนาว บางคนแซวกันว่าเข้าไปสาดน้ำเข้ากำแพงห้องน้ำหรือเปล่า บางคนเช็ดหน้าเช็ดตัวหน่อยก็ดี เพราะตัวไม่เหนียว

     


    ห้องน้ำของโรงเรียนมีอยู่ห้องเดียวและอยู่ในครัว คนในครัวทำกับข้าวไปหรือล้างชามไปคุยกันไป คนอาบน้ำก็อาบไป เลยมีความรู้สึกเหมือนอาบน้ำท่ามกลางผู้คน โล่งโจ้งยังไงก็ไม่รู้

     

     

     

    หลังจากอธิการบดีประชุมกับชาวบ้านเสร็จในค่ำคืนนั้น ต่างก็แยกย้ายกัน ชาวบ้านกลับบ้าน ชาวเราบางกลุ่มก็ร้องเพลงดื่มน้ำยอดข้าวแก้หนาวแก้เหงา บางกลุ่มก็เข้าเต๊นท์นอน

     

    หลับไปไม่รู้ตัว ตื่นมาอีกทีตอนตีสี่ตีห้า แม้ผู้เขียนจะไม่ไช่คนตื่นเช้า แต่หลับต่อไม่ลง ไม่ใช่เพราะอากาศหนาวเย็น แต่เป็นเพราะไก่ขันเสียงดัง หนวกหูมาก!! ทั้งขันถี่ ขันยาว  และขันนาน ไก่ของทุกบ้านขันรับกันเป็นทอดๆ เสียงดังฟังชัดจริงๆ  ที่รู้เพราะเสียงไก่ขันรอบทิศทาง มีเสียงดัง (ไก่อยู่ใกล้) และเสียงเบา (ไก่ที่อยู่ไกล) แถมเจ้าตูบภูเขายังเห่าประกอบตลอด ไม่ตื่นไม่ได้แล้ว

     

    ลุกขึ้นเก็บที่นอน ช่วยเก็บเต๊นท์ และไม่อาบน้ำ เพราะอาบเผื่อตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และไม่มีเหงื่อ และห้องน้ำมีห้องเดียว รออาบกันไม่ไหว คนร่วม 30 คน ไปแปรงฟันล้างหน้าตามก๊อกน้ำด้านนอกสะดวกดี

     

    (แหะๆ ไม่ได้ซึมซับดาบดื่นไปกับธรรมชาติของเสียงไก่ขันเลยนะเราเนี่ย...แต่เมื่อล้างหน้าล้างตาแล้วไปเดินเล่นตามบ้านชาวเขาในยามเช้าแล้ว สดชื่นและมีความสุขสงบยิ่งนัก ต้องสูดอากาศสะอาดๆ แบบนี้เข้าปอดให้มากๆ ก่อนที่จะต้องไปสูดไอเสียต่อที่ กทม.!!!)

     

     

     

     3.  อาหารการกิน

     

    image

     อธิการบดีคุยเรื่องงานก่อนกินข้าวเย็นร่วมกัน

     

    วันแรก ระยะทางก่อนถึงอำเภออมก๋อย แวะพักตามปั๊มน้ำมันที่จอมทองและฮอด อาจารย์จาก มทร. ล้านนา ลำปาง และพี่น้องๆ ที่ศูนย์อมก๋อยได้จัดข้าวต้มมัด ข้าวแต๋น และซาลาเปาหมูสับลูกใหญ่ขาวนุ่มนวลมาให้กินรองท้อง อร่อยมากค่ะ

     

     
    2 มื้อแรกที่อมก๋อยรีสอร์ทก็อร่อยมาก (อีกแล้ว!) ตอนเย็นมีกับข้าวหลายอย่าง ทั้งต้มผัดแกงทอด ตอนเช้ากินข้าวต้มหมูและข้าวผัดหมู ถูกขู่ว่าต้องกินให้อิ่ม ไม่งั้นถนนหนทางที่กระแทกกระทั้นจะทำให้หิวเร็ว และไม่สามารถรู้ว่ามื้อเที่ยงจะได้กินอีกทีตอนกี่โมง ก็จัดเต็ม กินซะพุงกาง!

     


    มื้อเที่ยงกินข้าวกล่องที่โรงเรียนขุนตื่นน้อย ซื้อจากในเมืองขึ้นมา เป็นข้าวกะเพราไก่ ข้าวหมูกระเทียม ข้าวผัดผักรวม และไข่ดาว ก็อร่อยทุกกล่อง เพราะได้แบ่งกันกิน จึงได้ชิมกับข้าวครบ

     

    มื้อเย็น คุณครูบราโกรทำกับข้าวให้กิน เป็นอาหารทางเหนือเล็กน้อย เพราะเป็นคนชอบลอง เลยสนุกที่ได้ชิม อาหารมีทั้งต้มผัดแกงทอดเหมือนกัน กินกับข้าวไร่ซ้อมมือ เม็ดสั้นๆ สีออกม่วงอ่อนๆ และเหลือง เจริญอาหารดีค่ะ

     

    ตอนเช้า คุณครูใช้ข้าวไร่ทำข้าวต้มหมูให้กิน ก็อร่อยอีกเหมือนกัน คุณครูกลัวจะไม่อิ่ม ก็เลยผัดขิงไก่และเนื้อผัดพริกเพิ่มมาให้กินกับข้าวสวยข้าวไร่ด้วย 

     

    ตอนบ่ายแก่ๆ ลงไปถึงตัวอำเภอแม่ตื่น ไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านอาหาร กับข้าวเหมือนเดิม คือ ผัดผัก หมูกระเทียม กะเพราไก่ และไข่ดาว แต่ผัดใส่ถาดไว้ ตักกินแบบบุฟเฟต์ เลยได้กินกับข้าวครบทุกอย่างอีกแล้ว

     

    ไปครั้งนี้ไม่ค่อยได้กินอาหารพื้นเมือง เพราะคงกลัวว่าคนกรุงเทพฯ จะกินไม่ได้ เลยสั่งอาหารแบบง่ายๆ ไว้ให้ และไม่รู้ว่าเป็นเพราะหิวหรือสนุก จึงทำให้อร่อยไปซะทุกอย่างทุกมื้อ enjoy eating จริงๆ เลยเรา

    อ.วนิดาเล่าว่าเมื่อมีคนจากกรุงเทพฯ ไม่ว่า มจธ. หรือ สวทช. ฯลฯ ไปติดตามดูงาน คนที่ศูนย์อมก๋อยจะดีใจเพราะอาหารการกินจะเต็มที่ ทำให้ได้กินอิ่มอร่อยไปด้วย

     

    สำหรับน้ำดื่ม คณะต้อนรับได้เตรียมให้คนละ 1 ขวดเล็ก น้ำขวดนี้มีค่า ห้ามหาย!!! ต้องเขียนชื่อเจ้าของขวดลงบนขวดน้ำด้วย ไม่ใช่ส่งไปชิงโชคที่ไหน แต่ต้องเก็บขวดเปล่าไว้เติมน้ำดื่มใหม่หากดื่มหมดขวดแล้ว ไม่งั้นจะไม่มีภาชนะดื่มน้ำเป็นของตัวเอง...นะจะบอกให้...

     

     

     

    imageimage

    ถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ผ่านหน้าต่างรถ วิวสวยตอนลงเขาในวันกลับ แต่หน้าต่างรถเลอะเทอะไปด้วยฝุ่นดิน

     

     

    ภารกิจของบุคลากรศูนย์อมก๋อยและศูนย์นอกพื้นที่ มจธ. ในจังหวัดต่างๆ เป็นการนำความรู้ความเชี่ยวชาญของบุคลากรใน มจธ. และเครือข่ายไปประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่ห่างไกลให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ต้องใช้ความอดทนในการติดต่อสื่อสารทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ มีความลำบาก ต้องใช้เวลาในการเดินทางกว่าจะไปถึงแต่ละพื้นที่  และมีความเสี่ยงในการทำงาน เพราะเดินทางตลอดเวลา

     

    หากมีสิ่งใดที่ทุกคนสามารถช่วยเหลือได้ นอกจากจะได้เป็นผู้ให้ที่มีความสุข และทำให้งานของศูนย์บรรลุเป้าหมายง่ายขึ้นแล้ว ยังได้ช่วยคนในพื้นที่ ชาวบ้าน ชาวเขาซึ่งเป็นคนไทยด้วยกันมีความสุขตามไปด้วย

     

    ผู้สนใจเกี่ยวกับข้อมูลและรายละเอียดของศูนย์นอกพื้นที่ มจธ. สามารถติดต่อได้ที่ ศวช. สวท. ชั้น 7 ตึกสำนักงานอธิการบดี

     

     

    ขอขอบคุณรูปภาพป้ายบอกทางไปอำเภอฮอด (ภาพแรกสุดของบทความ)  ที่ได้ดาวน์โหลดมาจากเว็บไซด์ เพราะอยากให้ผู้อ่านได้เห็นป้ายบอกทางว่าเป็นป้าย HOT จริงๆ  

     

     

    (20 มีนาคม 2554)

     

    พี่ซ้วงน่าเอารูปศูนย์ มจธ. ที่อมก๋อย มาลงนะ เคยดู อึ้งเล็กๆ ^^

    [P][L][E] 3122 days ago

    เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปศูนย์อมก๋อยทั้งหลังเอาไว้ให้ดู ก็ไม่ใหญ่ไม่เล็ก เป็นอาคารชั้นเดียว

    แต่สามารถดูรูปด้านหน้าและด้านหลังของ office ได้จากบทความที่แล้ว (ลำดับที่ 24)

    หรือไม่ก็...ต้องชวนเปิ้ล และทุกๆ คนไปเยี่ยมเยียนสถานที่จริงด้วยกัน...ดีไหม...

    **ซ้ (Suang)** 3113 days ago

    จัดทริปเลยคะพี่ซ้วง

    [P][L][E] 3037 days ago

    Good idea! ไหนๆ ก็จะไปเยี่ยมศูนย์อมก๋อยกันแล้ว จัดเป็นทริปบำเพ็ญประโยชน์ หรือทริปทำบุญทอดกฐินด้วยเลย ดีไหมคะ เปิ้ลหรือคณะทำงาน KM ช่วยเป็นโต้โผให้ด้วยนะ!!!

    **ซ้ (Suang)** 3031 days ago

    น่าไปน๊าาาา แต่ให้พี่ซ้วงจัดดีกว่า :P

    [P][L][E] 3011 days ago

    ถ้าให้พี่จัด นอกจากไปเยี่ยมพื้นที่แล้ว คงไม่พ้นเรื่อง "กิน" ด้วยนะ ไปลองชิมอาหารพื้นเมืองกัน ! (ยังไม่ทันได้ไป ก็ฝันกลางวันซะแล้ว!!!)

    **ซ้ (Suang)** 3001 days ago

    อ่ะนะ อันนัน้นก็ของชอบนะ ชิม น่ะ ^^

    [P][L][E] 2998 days ago

    ชอบ "กิน" เหมือนกันเลย โอเคค่ะ ไปไหนไปกัน

    แต่ตอนนี้ก็ขอชวนกันบริจาคข้าวของเครื่องใช้ให้กับพื้นที่ต่างๆ ไปพลางก่อนนะ ติดต่อ ศวช. ได้เลยจ้ะ

    **ซ้ (Suang)** 2995 days ago

    อ่ะเชค่า รับทราบ จะได้เตรียมของไว้บริจาค

    [P][L][E] 2971 days ago