Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 26 ตอนที่ 1 ดูหนัง

     

    ดูหนัง

     

    งานอดิเรกของแต่ละคนอาจเหมือนกันและมีความแตกต่างกันในขณะเดียวกัน
    อย่างเช่น การดูหนัง เรียกเพราะๆ ว่า "การชมภาพยนตร์" เชื่อว่าหลายคนชอบดูหนังเมื่อมีเวลาว่างเป็นงานอดิเรก แต่แตกต่างคือความชอบในประเภทของหนัง

    บางคนชอบหนังรักโมแรงติก เอ้ย โรแมนติก
    บางคนชอบหนังแนววิทยาศาสตร์ (Sci-fi หรือ Science Fiction)

    หลายคนอาจชอบเชิงสืบสวนสอบสวน หรือหนังบู๊เลือดสาด หนังตลกขำกลื้ง หรือหนังชีวิตรันทดแสนเศร้าเคล้าน้ำตา

     

    ผู้เขียนเองก็ "เคย" มีงานอดิเรกในการดูหนังเหมือนกัน แต่ตอนหลังๆ นี้ไม่ค่อยมีเวลา "การนอน" จึงเป็นงานอดิเรกที่ชอบที่สุด

     

    จำได้ไหมว่าหนังเรื่องแรกที่ผู้อ่านจ่ายเงินไปดูที่โรงหนังเองคือหนังเรื่องอะไร ยังจำได้อยู่หรือเปล่า?

     

     

    imageimage

     

    ผู้เขียนเองจำชื่อหนังไม่ได้ จำราคาตั๋วหนังไม่ได้  แต่รู้ว่าเป็นหนังแขก (หรือที่เรียกว่าหนังภารตะ หรือหนังอินเดีย) ไปดูที่ "โรงหนังคาเธ่ย์" แถวเยาวราช  ขอตังค์แม่ไปดูหนังกับเพื่อนตอน ป. 4 เราเดินจากบ้านไปโรงหนังด้วยกัน เพราะตอนนั้นบ้านอยู่ไม่ไกลจากเยาวราชมากนัก

     

    ถ้าจำไม่ผิด พอรู้มาบ้างว่าถ้าจะดูหนังแขกก็ต้องไปที่โรงหนังคาเธ่ย์ และโรงหนังคิงส์กับโรงหนังควีนส์ (แถววังบูรพา ตึกเมอรี่คิงส์พาหุรัดในปัจจุบัน) ถ้าดูหนังฝรั่งก็ต้องไปดูโรงหนังสกาล่า โรงหนังเอเธนส์ ถ้าเป็นหนังจีนโดยเฉพาะของ "ชอว์บราเดอร์" ก็ดูที่โรงหนังกรุงเกษม โรงหนังรามา โรงหนังสิริรามา แถวหัวลำโพง ส่วนหนังไทย ก็จะโรงหนังเพชรรามา เพชรเอ็มไพร์ แถวๆ ประตูน้ำ อะไรประมาณนี้ (ขนาดไม่ค่อยดูหนังนะเนี่ย!)

     

    ก็ไม่ค่อยได้ดูหนังบ่อยจริงๆ แม้จะโตจนเข้ามหาวิทยาลัย เพราะค่าตั๋วค่อนข้างแพงสำหรับเด็กๆ ส่วนใหญ่ดูโทรทัศน์ หรือไม่ก็ไปเที่ยวหรือไปกินมากกว่า

     

    ที่ผู้เขียนเรียกการ "ดูหนัง" ว่าเป็น "งานอดิเรก" ก็สมัยเรียนปริญญาโท-เอกที่อังกฤษ


    ด้วยเหตุที่เวลาเรียนในสาขากฎหมายเป็นการศึกษาค้นคว้าวิจัยวิเคราะห์ด้วยตนเอง ไม่มีการทดลองในห้องปฏิบัติการแบบสายวิทยาศาสตร์ จึงสามารถแบ่งเวลาเพื่อความบันเทิงในชีวิตของตนเองได้งายกว่าและมากกว่า

    หลายๆ เรื่องไปดูเองคนเดียว ก็จะเลือกเรื่องที่ชอบ และอีกหลายเรื่องที่เพื่อนคนไทยนัดกันไปดู ก็ไม่สนใจว่าเรื่องอะไร ชวนไปก็ไปด้วย ส่วนใหญ่ดูรอบเย็น เพราะเพื่อนเพิ่งเลิกจากงานในห้องแล็บ หนังเลิกแล้ว ยังมีเรื่องคุยเรื่องเม้า โดยไปนั่งกินกันต่อที่ร้าน Mcdonald จนร้านปิด ห้าทุ่มได้มั้ง!


    ระหว่างรอเพื่อนดูหนังรอบเย็น ก็ถือโอกาสออกมาช็อบปิ้งจ่ายกับข้าวด้วยเลย ถือถุงเต็ม 2 มือพร้อมเป้แบกหลังอีก 1 ใบพะรุงพะรังเอาเข้าไปในโรงหนังด้วย เพื่อให้คุ้มค่ากับการออกจากบ้าน

     

     

    imageimage

     

     


     

    การตีตั๋วดูหนังที่อังกฤษไม่มีการจองที่นั่งแบบบ้านเรา ซื้อไปเถอะ 1 ใบ เข้าไปในโรงหนังแล้วจะมีคนตรวจตั๋๋วที่หน้าประตู แค่นั้น แล้วก็เดินหาที่นั่งตามใจชอบ ชอบที่ตรงไหนก็นั่งเลย แปลกใจที่ฝรั่งชอบนั่่งแถวหน้า ไม่เคยถามเพื่อนฝรั่งเหมือนกันว่าทำไม แต่พวกเราจะเลือกนั่่งไม่ใกล้แต่ไม่ไกล

     

     

    โรงหนัง 1 แห่งประกอบด้วยห้องฉายหนังขนาดเล็กใกล้เคียงกับโรงหนังในห้างสรรพสินค้าบ้านเราหลายห้อง ถ้าหนังเข้าใหม่ก็จะฉายมากห้อง ถ้าหนังเข้าฉายนานแล้ว ก็เหลือห้องเดียว บางเรื่องฉายนานถึง 2-3 เดือนกว่าจะหลุดจากโปรแกรมหนัง ก็ยังตามไปดูทัน

     

       

     

     

     

    imageimage

     

    ส่วนขนมที่ขายในโรงหนังก็ไม่ต่างจากบ้านเราที่โรงหนังฝรั่งจะมีข้าวโพดคั่วหวานเค็ม น้ำอัดลม ขนมก๊อบแก๊บ ขนมหวานต่างๆ แต่ที่ขายต่างไปจากบ้านเราจะมี "ทอเทีย" (Totilla crisps) ขาย ถ้าจะบอกให้เห็นภาพก็คือ snack แบบยี่ห้อ "Doritos" เป็นแผ่นแป้งทำจากข้าวโพดขนาดสามเหลี่ยมเล็กๆ กรอบๆ ตักกินกับชีสอุ่นๆ ข้นๆ หรือซัลซา (Salsa) ที่เป็นสลัดมะเขือเทศและหอมใหญ่หั่นเต๋าเล็ก ก็อร่อยดี

     

    ส่วน "เพลงสรรเสริญพระบารมี" ถ้าเป็นโรงหนังไทยในสมัยก่อน จะเปิดตอนหนังจบอวสาน แต่ปัจจุบันเปิดก่อนฉายหนังจริง แต่ที่อังกฤษ แม้จะมีพระราชินีเ็นประมุขของประเทศ ก็ไม่มีการเปิดเพลง God Save the Queen เมื่อโฆษณาหนังตัวอย่าง (Trailer) และโฆษณาสินค้าเสร็จแล้ว ก็จะเปิดม่านที่จอกว้างขึ้นแล้วฉายหนังจริงเลย

     

    นอกเหนือจากไปดูหนังที่โรงหนังในเมืองแล้ว มหาวิทยาลัยทุกแห่งจะมีโรงหนังที่ฉายหนังที่ออกจากโรงไปแล้วไม่นานมาฉายให้นักศึกษาดูในราคาตั๋๋วที่ไม่แพง แต่ส่วนใหญ่จะฉายช่วงหลังอาหารเย็น หนังจบจะกลับบ้านดึกหน่อย

     

    ราคาตั๋วหนังไม่แพง แม้จะไปดูที่โรงหนังในเมือง ถ้าไปดูวันธรรมดา นักศึกษาก็จะได้ตั๋วหนังราคาพิเศษ ราคาจะเท่าๆ กับอาหารจานเดียว 2-4 ปอนด์ ไม่เหมือนบ้านเราที่ราคาตั๋วหนังแพง กินก๋วยเตี๋ยวได้หลายชาม กินข้าวแกงได้หลายจาน แต่ถ้าเทียบราคากับพิซซ่า 1 ถาดหรือราเม็ง 1 ชาม ก็ไม่ถือว่าแพง!

     

    ไปดูหนังบ่อยมากๆ ก่อนกลับบ้านเมืองไทย ได้เคลียร์ห้องเก็บกวาดสมบัติบ้าในหอพัก มาเห็นตั๋วหนังที่เก็บสะสมไว้ นับได้มากกว่า 200 ใบแน่ะ! แปลว่าได้ดูหนังไปแล้วกว่า 200 เรื่องภายในเวลาห้าปี จะเรียกว่าเป็นงานอดิเรกหรืองานหลักดีล่ะเนี่ย...

     

    ยังไม่รวมหนังที่ดูในทีวี โดยเฉพาะที่ฉายในช่วงคริสต์มาส และช่วงอีสเตอร์ (ใกล้ช่วงสงกรานต์ของไทย) ที่นั่งดูนอนดูได้ตลอดทั้งวันทั้งคืน ถึงขนาดซื้อนิตยสารที่มีแต่เนื้อหาการแนะนำรายการโทรทัศน์ทุกช่องใน 1 สัปดาห์มาไฮไลท์รายการโปรดไว้เลย เพราะหนังเหล่านี้หาดูจากโรงหนังไม่ได้แล้ว

     

     

     

     

     

    imageimageimage

     

    ที่แน่ๆ ได้ดูหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคริสต์มาสเยอะแยะไปหมด ทั้งหนังเก่ามากๆ ยุค 1930s จนถึงปัจจุบัน

    imageimageimage


     

    ได้ดูหนัง Carry On films ตอนต่างๆ เป็นหนังตลกยุคเก่าที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ ทำไว้หลายเรื่อง เป็น Series เนื้อหาไม่ต่อเนื่องกัน แต่คนเล่นเป็นดารากลุ่มเดียวกัน เรื่องนี้ทำให้ได้เห็นความเป็นหนังอังกฤษดั้งเดิม และได้เห็นช่วงเวลารวมถึงบรรยากาศของประเทศนี้ก่อนที่เราเกิด  

     

     

     

     

    imageimageimage

    imageimageimage

     

     

    ที่ชอบมากที่สุด คือ การได้ดูหนังเก่าคลาสสิค จนค้นพบตัวเองว่าเป็นคอหนังที่ชอบดูหนังประเภทนี้กะเขาด้วยเหมือนกัน! (หนังที่เอารูปมานำเสนอนี้เป็นหนังที่ได้ดูจากทีวี แต่ละเรื่องได้ดูมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป เพราะ BBC เอามาฉายในช่วงเทศกาลแทบทุกปี เป็นหนังที่ดีมากๆ) 

     

     

    image imageimage

     

    ได้ดูหนังผีอมตะแบบนี้ด้วย (สงสัยน่าจะดูช่วงเทศกาล Halloween มากกว่า)

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    รวมถึงหนังสนุกๆ ที่มีนางเอกสวยๆ ที่เกิดไม่ทันและไม่เคยได้ดูที่บ้านเรามาก่อน

     

     

     

    imageimage 

    imageimage

     

    imageimage

    ตลอดจนการได้ดูหนังเด็กและหนังเพลงเก่าๆ แต่อมตะตลอดกาลเหล่านี้ โปรดปรานมากๆ  

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    ดีใจที่โทรทัศน์ของไทยได้นำหนังไทยเก่าๆ มาให้ดูด้วย อย่างเช่นรายการ "แกะกล่องหนังไทย" คืนวันเสาร์ของทีวีไทยก็จะนำหนังไทยยุคมิตร-เพชรา สมบัติ-อรัญญา และหนังเก่าดีๆ หลายเรื่องมาให้ได้ดูด้วย

     

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    กลับจากเรียนมาใหม่ๆ ช่วงปี 2546 หนังเรื่องแรกที่ได้ไปดูในโรงหนังที่บ้านเราเป็นเรื่อง "แฟนฉัน" น่ารักดี และก็ได้ตามดูหนังฝรั่งที่มีภาคต่อจากที่เคยดูที่อังกฤษด้วย เช่น Harry Potter, Spider Man, Lord of the Rings  แต่ตามดูไม่ทัน เพราะหนังออกจากโรงหนังเร็วมาก แค่ฉายไปได้ไม่กี่สัปดาห์ หนังก็เลื่อนไปฉายเวลาที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ก็มีรอบฉายน้อยลง เช่น ฉายวันละ 1 รอบตอนดึก แล้วใครจะตามไปดู เลยพลาดการดูหนังเรื่องโปรดไปบางเรื่องเลยก็มี

     

     

     

    image

     

    เชื่อว่าทุกคนจะมีหนังที่ประทับใจ ผู้เขียนเองก็มีอยู่หลายเรื่อง แต่ที่คิดถึงเป็นเรื่องแรกเลย คือ หนังอิตาเลียนเรื่อง Life is Beautiful (ประมาณปี 1997-1998) เป็นเรื่องของพ่อลูกชาวยิวที่ประเทศอิตาลีในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเรื่องการมองโลกสวยงามที่พ่อใช้ความคิดดีความคิดบวกท่ามกลางสถานการณ์อันเลวร้ายของสงครามเพื่อถนอมความรู้สึกของลูกชายตัวเล็กไม่ให้รู้สึกกลัว แม้ตอนจบจะไม่ Happy ending แต่ดูแล้วรู้สึก "อิ่ม" ทั้งน้ำตา 

      

    ตอนนี้ แทบไม่ค่อยได้ดูหนัง ไม่ว่าจะในโรงหนังหรือหนังที่ฉายในโทรทัศน์ เพราะต้องใช้เวลาในการชมเหมือนกัน จะมีโอกาสได้ดูต่อเมื่อเดินทางไกล ขึ้นรถทัวร์ ขึ้นเครื่องบิน จึงจะได้ดูหนังจบ 1 เรื่อง บางทีดูเกือบจบเรื่องแล้ว แต่ถึงที่หมายซะก่อน สร้างความหงุดหงิดได้เหมือนกันเด้อ...

     

     

    imageimageimage

     

     

    ก่อนกลับบ้านเมืองไทย ได้ซื้อหนังแผ่นวีดิโอ (หนังเก่าๆ หาดูยาก และของแท้) เป็นของที่ระลึกให้ตัวเองและจะมาเปิดให้คนที่บ้านได้ชม ตอนนั้นมีแผ่นดีวีดีขายแล้ว แต่แพงมากๆ รวมถึงไม่คิดว่าที่บ้านจะมีเครื่องเล่นด้วย แต่พอกลับมาถึง ประเทศไทยช่างล้ำสมัยอะไรเช่นนี้ เพราะเครื่องเล่นวิดีโอเขาไม่ใช้กันแล้ว มีแต่เครื่องเล่นดีวีดี ราคาไม่แพง ก็เลยอดดูแผ่นวิดีโอหนังที่ซื้อมา ได้แต่เก็บไว้ที่บ้านเฉยๆ เป็นของที่ระลึกไปแล้วจริงๆ !!!

     

       

     

    ขอขอบคุณรูปทุกรูปที่ได้ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์มาใช้ในบทความนี้ ชวนให้บทความน่าอ่านและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

     

     

    (25 เมษายน 2554)

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    ขอเพิ่มเติมหนังอีก 2 เรื่องที่ต้องการขอบันทึกไว้ใน Blog นี้ว่าเป็นหนังที่ชื่นชอบและประทับใจเหมือนกัน โดยเฉพาะในเนื้อหาที่ดีๆ ของหนัง

    เป็นหนังฝรั่ง 1 เรื่อง (E.T.) และหนังไทยอีก 1 เรื่อง (มหา'ลัยเหมืองแร่) จ้ะ (หนังเรื่องอื่นๆ อีกมากมายหลายเรื่องก็ดีและชอบเหมือนกันนะ แต่ขออภัยที่ไม่สามารถกล่าวได้หมดในที่นี้)

     

    imageimage

    **ซ้ (Suang)** 3073 days ago