Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 29 ตอนที่ 4 ดูละครเวที

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 29 ตอนที่ 4 ดูละครเวที

     

    การดูละครเวที เป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนยอมเสียสตางค์ค่อนข้างเยอะ แต่สนุก ชอบ และมีความสุข

     

    สมัยเด็กๆ ไม่เคยรู้จักละครเวที มีหรือเปล่าก็ไม่รู้ ต้องไปถามผู้ใหญ่หรือผู้รู้
    เมื่อโตขึ้น ก็จะได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับเรื่องละครเวทีบ้างแล้ว นานๆ ทีจะมีเล่นที่โรงละครแห่งชาติ หลายเรื่องจะเล่นที่มณเฑียรทองเธียเตอร์ โรงละครกรุงเทพ โรงละคร AUA และศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย แต่ไม่เคยไปดู และไม่ได้สนใจ

     


    พอได้ไปเรียนที่อังกฤษ อ.ดร.กฤษณพงษ์ กีรติกร อธิการบดี (ตอนนั้น) ได้แนะนำว่าอย่าไปเรียนอย่างเดียว ให้หาประสบการณ์ดูละครเวทีและไปเที่ยวด้วย ผู้เขียนก็ทำตามคำแนะนำของอาจารย์ครบทุกอย่าง

    ที่ประเทศอังกฤษ ละครเวทีส่วนมากเป็นละครเพลง มีบทพูดเล็กน้อย แต่ละเรื่องเล่นกันนานเป็น 5 ปี 10 ปี ไม่ได้เล่นเป็นเดือนอย่างบ้านเรา ตัวละครหลักๆ โดยเฉพาะพระเอกและนางเอก จะมีสองชุด (Double Cast) เพื่อเปลี่ยนตัวผลัดกันเล่นแบ่งวันกันเล่น เพราะคนเล่นจะเหนื่อย และจะผูกมัดเกินไปหากไม่มีตัวเปลี่ยน จะไปไหนไม่ได้เลย เจ็บป่วยก็ไม่ได้เลย คนดูก็ต้องสอบถามเหมือนกันว่าดาราที่อยากดู จะเล่นวันไหน จะได้ซื้อตั๋วไปดูได้ถูกคนถูกวัน

    ในแต่ละสัปดาห์ ละครเวทีทุกเรื่องจะเล่นทุกวันตอน 1 ทุ่ม ส่วนวันพุธหรือวันพฤหัสบดี (แล้วแต่โรงละคร) รวมถึงวันเสาร์อาทิตย์จะเพิ่มรอบ 14.30 น. (Matinee ticket) และ 19.30 น. (Evening ticket) ด้วย ในการเล่นแต่ละครั้งของละครทุกเรื่องเกือบ 3 ชั่วโมง จะมีการพักครึ่ง ประมาณ 15 นาที ให้คนดูได้ไปห้องน้ำพักผ่อนกินขนม นักแสดงนักดนตรีก็ได้พักด้วย เพราะเล่นสดทั้งหมด ก่อนเปิดฉาก จะมีการประกาศเตือนให้เงียบ ปิดโทรศัพท์มือถือ แต่ไม่มีเพลงสรรเสริญพระบารมี คนดูที่มาทีหลังจะไม่อนุญาตให้เดินไปหาที่นั่ง เพราะจะรบกวนผู้ที่นั่งดูอยู่ จนเกือบสิบนาที ในฉากที่ไม่สำคัญ จึงจะมีเด็กเดินตั๋วพาไปหาที่นั่งให้

    ค่าตั๋วดูละครเวทีต้องนับว่าแพง ไม่เหมือนดูหนัง เพราะทุกอย่างเล่นสด เวทีฉากก็อลังการตระการตาหรือมีการใช้เทคนิค นักดนตรีเล่นอยู่ใต้เวที เบื้องหลังคนเปลี่ยนฉาก เตรียมชุดละคร ฯลฯ ต้องใช้คนจำนวนมาก ได้อรรถรสในการดูมาก ต้องยอมจ่ายให้

    imageimageimageimageimage

     

    ละครแต่ละเรื่องจะมีของที่ระลึกขายด้วย ทั้ง Brochure ที่เล่าเรื่องในแต่ละองก์ละคร แนะนำนักแสดง และเบื้องหลัง พวงกุญแจ ที่ติดเสื้อ ที่ติดตู้เย็น เสื้อยืด ซีีดีเพลง ที่คั่นหนังสือ ฯลฯ

     

    โรงละครส่วนใหญ่จะอยู่แถว West End ของ London โดยเฉพาะแถว Covent Garden (ถ้าเป็นอเมริกา เรียกว่า Broadway แต่ยังไม่เคยไป) และในทุกเมืองของอังกฤษก็จะมีโรงละครประจำเมืองด้วยเช่นกัน โรงละครหลายแห่งใน London และเมืองต่างๆ สร้างมานาน จึงมีศิลปะการตกแต่งภายในแบบยุโรปที่สวยงามมาก

    imageimageimage

    การซื้อตั๋วนอกจากจะซื้อจากโรงละครแล้ว (ถ้าไปรอซื้อตั๋วตอนใกล้ถึงเวลาจะเล่น จะได้ราคาถูก แต่เสี่ยงกับตั๋วเต็ม) ยังสามารถซื้อได้ตามซุ้มขายตั๋วละครหลายเรื่องของหลายโรงละครที่ Leicester Square แถว Soho กับ Chinatown (ซื้อตั๋วที่นี่ต้องระวังถูกหลอกเรื่องราคา) และการจองตั๋วผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้ด้วย

     

    imageimageimage

     

    การจองที่นั่งดูละครเวทีจะตรงกันข้ามกับการดูหนัง ค่าตั๋วหนังราคาแพงจะอยู่แถวหลังๆ เพราะดูหนังต้องนั่งดูไกลๆ จึงจะชัด แต่การดูละครเวทีต้องดูใกล้ถึงจะสนุก ตั๋วแถวหน้าและตรงกลางจะมีราคาแพง (รวมถึง Box seat ที่แบ่งเป็นห้องๆ ด้านข้างเวทีด้านบนก็แพง เพราะได้นั่งด้วยกันเป็นกลุ่มเล็ก) ตั๋วราคาถูกจะอยู่แถวหลังหรือไม่ก็ที่นั่งด้านข้างด้านริม ซึ่งถ้าคนดูอยากมองเห็นชัดๆ ก็จะมีกล้องส่องทางไกลให้เช่า โดยหยอดเหรียญที่เบาะที่นั่งด้านหน้าเพื่อถอดกล้องส่องทางไกลมาดู จบแล้วก็วางกลับที่เดิม (มีเฉพาะโรงละครบางแห่ง)

    imageimageimage

     

    จำได้แม่นว่ามีโอกาสดูละครเวทีตั้งแต่ปีแรกที่ไปเรียน ไปกับ Housemate ชาวญี่ปุ่น 2 คน เดินทางเข้า London ไปเช้าเย็นกลับเพื่อไปดูละครเวทีเรื่องแรกเรื่อง Cats ครั้งแรกก็ประทับใจเลย เวทีกว้างขวางและลึกเข้าไป ด้านหน้าเว้าเกือบครึ่งวงกลม คนดูจะดูอยู่ข้างล่าง รอบๆ เวที ไม่สูงมาก ข้าวของประดับฉากจะเต็มไปด้วยกระป๋อง ของเก่าๆ กองขยะปลอมที่เป็นของสะสมของแมว เพราะทั้งเรื่องเป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับแมว คนเล่นจะแต่งตัวเป็นแมวทุกคน มีเพลงเพราะๆ หลายเพลง เพลงเอกของเรื่อง คือ เพลง Memory ละครเรื่องนี้เล่นมานานมากจนเมื่อประมาณปี ค.ศ. 2000 ก็ได้ลาโรงไป และมีโครงการสัญจรเล่นที่เมืองต่างๆ ในอังกฤษและต่างประเทศแทน ละครเรื่องนี้ได้เคยเข้ามาเล่นที่บ้านเราเมื่อหลายปีก่อนด้วย

     

    imageimageimage

    ผู้เขียนชอบดูเรื่อง The Phantom of the Opera มากที่สุด ครั้งแรกไปดูที่ London ที่นั่งของโรงละครสูงชันมาก เพราะซื้อตํ่วถูกสุด ประมาณสิบกว่าปอนด์ (1 ปอนด์ตอนนี้ประมาณ 50 บาท) เลยได้ที่นั่งชั้นบนสุด มองลงไปที่เวที หัวแทบปัก เสียวมาก เปิดฉากละครในนาทีแรกก็ตกตะลึงพรึงเพริดแล้ว เพราะโคมไฟระย้า (chandelier) ขนาดใหญ่กลางโรงละครถูกหย่อนลงมา ทำเหมือนว่า Phantom ซึ่งเป็นตัวละครเอกที่ซ่อนอยู่ในโรงละครทำให้ตกลงมา แต่ไม่ถึงหัวคนดู แค่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ

    ครั้งที่ 2 ดูที่เมือง Liverpool ที่จริงตั้งใจไปเที่ยวเมืองนี้เฉยๆ แต่เดินผ่านไปโรงละครแล้วเห็นว่ากำลังเล่นอยู่ที่นี่พอดี เพื่อนคนไทยอยากดู เราก็อยากดูเป็นคำรบสอง จะได้รู้เรื่องมากขึ้น ก็เข้าไปดูด้วย เป็นรอบเย็น พอละครเลิก เอาล่ะสิ รถไฟกลับบ้านที่ Sheffield หมดแล้ว ทีแรกคิดว่าคงต้องนอนที่สถานีรอถึงตอนเช้า แต่ก็โชคดีที่มีรถไฟสายสั้นให้ต่อสองต่อ ในที่สุดก็กลับบ้านได้

    ครั้งที่ 3 ได้ดูเป็นหนัง ทำแบบหนังเพลงเหมือนละครเลย เรื่องนี้เพลงเพราะทุกเพลง โดยเฉพาะเพลงที่มีชื่อเดียวกันกับชื่อเรื่อง เป็นเพลงตอนที่ Phantom พายเรือลักพานางเอกไปที่ซ่อนของเขา ฟังทีไรชอบทุกที เสียงเพลงดังกระหึ่มเข้าไปในใจทุกทีที่ฟังเลย ถ้ามีโอกาสได้ดูอีก ก็เอา!

     

     

    imageimageimageimage

     

    เรื่องที่ชอบมากอีกเรื่องคือ Beauty and the Beast ชอบเนื้อเรื่อง ชอบเพลงเพราะๆ ชอบตัวละคร พระเอกนางเอก คุณนาฬิกา คุณเทียนไข คุณป้าคุณหลานกาน้ำชาถ้วยน้ำชา ตัวผู้ร้ายกล้ามใหญ่ๆ ก็น่ารัก ชอบอ่ะ ...

     


    imageimageimage

     

    อีก 3 เรื่องที่ผู้เขียนได้พาเพื่อนๆ จากเมืองไทยที่มาเที่ยวและมาเยี่ยมไปดูละครที่ London คือเรื่อง My Fair Lady เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนอังกฤษสมัยก่อน นางเอกพูดเหน่อขายดอกไม้ที่ Covent Garden เจอพระเอกเป็นสุภาพบุรุษอังกฤษคอยสอนนางเอกให้พูดชัด เพลงเพราะทั้งเรื่องเลย เคยดูหนังเก่าเป็นหนังเพลงที่สถานีโทรทัศน์ BBC เอามาฉายในทีวี โดยมี Audrey Hebbern เป็นนางเอก สนุกทั้งหนังทั้งละคร

    imageimageimage

    The Lion King ตอนเป็นการ์ตูนก็สนุกอยู่แล้ว พอมาเป็นละครเวที นอกจากอลังการงานสร้าง มีฉากบรรยากาศแบบแอฟริกาแล้ว ยังทำให้รู้สึก "อิน" ไปกับความรักของพระเอกนางเอกที่เป็นสิงโตด้วย ดูแล้วเชื่อ รู้สึกเหมือนคนรักกันเลย รวมถึงตัวละครทุกตัวแต่งเป็นสัตว์ป่าได้เหมือนมาก เพลงก็เพราะ ประทับใจและชอบมาก


     

    imageimageimage

    The King and I เป็นเรื่องเกี่ยวกับรัชกาลที่ 4 กับนางแอนนา เลียวโนเวนส์ ครูสอนภาษาอังกฤษของรัชกาลที่ 5 สมัยทรงพระเยาว์ เพลงละครเพราะ เนื้อเรื่องก็สนุกสนานถ้าจะดูเป็นนิยายหรือละคร แต่อย่าไปดูเอาเนื้อเรื่องเค้นความจริง เพราะยายแหม่มแอนนาคงแต่งเรื่องเพ้อเจ้อเพ้อฝันมากไปหน่อย ได้เคยดูครั้งหนึ่งตอนเป็นหนังเก่าฉายในโทรทัศน์ช่อง BBC พระเอกชื่อ ยูน บรินเนอร์ เป็นหนังเพลง และหนังที่สร้างใหม่ Anna and the King ได้ดูที่โรงหนังที่อังกฤษ คนไทยไม่ได้ดูเพราะถูกห้ามฉายในบ้านเรา เล่นโดย โจวเหวินฟะ กับโจดี้ ฟอสเตอร์ เป็นหนังพูด ไม่มีเพลง เรื่องนี้ยังได้ทำเป็นหนังการ์ตูนด้วย

     

     

    imageimageimage


    สำหรับเรื่อง Les Miserables เป็นละครอมตะ จากบทประพันธ์ของ Victor Hugo เป็นเรื่องราวช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส เพลงเพราะเยอะแยะอีกแล้ว เรื่องนี้พระเอกนางเอกไม่เด่นเท่าบทบาทของพ่อนางเอกที่ดำเนินเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ได้ดูที่ London แต่เดินสายมาแสดงที่เมือง Sheffield ที่โรงละคร Octagon รวมถึง Fame และ Grease ที่ผู้เขียนได้ที่เมืองนี้ ไม่ต้องเดินทางเข้าไปดูในเมืองหลวง

    imageimageimage

    เรื่อง Miss Saigon เนื้อเรื่องช่วงสงครามเวียดนาม พระเอกชาวอเมริกันรักกับผู้หญิงชาวเวียดนาม เนื้อเรื่องคล้ายกับเรื่องสาวเครือฟ้า กับโจโจซัง (Madame Butterfly) เลย ฉากเด่นและสำคัญของเรื่องนี้คือมีเฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่บินลงมาจอดลงบนเวที และมีบางฉากติดโฆษณายี่ห้อน้ำอัดลมภาษาไทยกลับหัวด้วย เราอ่านออกก็เลยตื่นเต้น แต่ฝรั่งอ่านไม่ออกน่ะ หรือจะติดแบบนั้นด้วยความจงใจก็ไม่รู้นะ

    imageimageimageimage

     

    Fame กับ Grease ก็ได้ดูที่ Sheffield ที่เดินทางมาเปิดการแสดงตามเมืองต่างๆ เป็นละครเพลงที่เคยเป็นหนังมาก่อน ทั้งสองเรื่องคล้ายกันตรงที่เป็นเรื่องชีวิตของเด็กนักศึกษาที่ชอบเต้นรำ เพลงเพราะเยอะเลยล่ะ ไม่ได้เป็นเรื่อง fantacy จึงไม่ต้องจินตนาการมาก

    imageimage

    Mama Mia เป็นละครเพลงที่เอาเพลงของวง ABBA มาสร้างเป็นเรื่องราว เพลงเพราะทั้งเรื่อง และแปลกตรงที่เป็นละครเพลงที่ฮิตก่อนที่จะมีการนำไปสร้างเป็นหนังใหญ่ เหมือนกับเรื่อง Chicago (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ทั้ง 2 เรื่องได้ดูทั้งละครเวทีและหนังโรงด้วยเหมือนกัน

    imageimageimage

    เรื่อง Chitty Chitty Bang Bang เป็นละครเพลงเรื่องสุดท้ายที่ได้ดูก่อนกลับเมืองไทย ตอนไปรายงานตัวเรียนจบจะกลับเมืองไทยที่ ก.พ. London จึงถือโอกาสขอดูอีกสักเรื่อง เรื่องนี้ได้เคยดูแล้วตอนฉายในโทรทัศน์ BBC อีกนั่นแหละ เป็นหนังเพลง หนังเด็ก และเป็นหนังเก่า น่ารักดี ชอบ พอมาเล่นเป็นละครเวที ก็ทำได้ดี สนุกมาก รถของพระเอกมีชื่อเรียว่า Chitty Chitty Bang Bang (ถ้าเปรียบเป็นภาษาไทย ชื่อรถก็มาจากเสียงฉึกฉัก ปึงปังตอนสตาร์ทรถ) สามารถขับบินออกจากเวทีพุ่งขึ้นไปเกือบถึงคนดูชั้นบนได้ด้วย ตื่นเต้น และตลกดี

     

     

    imageimageimage

    สำหรับเรื่อง We will Rock You ที่สร้างเรื่องขึ้นใหม่โดยเอาเพลงร็อคสุดฮิตของวง Queen วงร็อคของอังกฤษ มาผูกเป็นเรื่องด้วยเพลงทั้งเรื่อง ที่จริงอยากดูตั้งแต่อยู่อังกฤษ เพราะเป็นละครใหม่เริ่มเล่นตอนที่ใกล้จะกลับเมืองไทยแล้ว เลยไม่มีเวลา โชคดีได้ดูเรื่องนี้เขาบินมาเล่นถึงเมืองไทยที่โรงละครรัชดาลัยเธียเตอร์ ดิ เอสพลานาร์ด รัชดาภิเษก สนุกมาก ไม่ผิดหวังที่ตั้งใจอยากจะดูและก็ได้ดูสมใจ

     


    imageimage

     

    กลับมาที่บ้านเรา ต้องขอบคุณคุณบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ที่เป็นคนชอบละครเพลง เลยเป็นผู้สร้างสรรค์ละครเพลงในเมืองไทยอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้คนไทยได้ดูละครเพลงที่เป็นของไทย (และยังมีละครเวทีของ ดร.เสรี วงศ์มณฑา ค่าย AF กับผู้จัดรายอื่นๆ) และนานๆ ครั้งจะมีละครเพลงจากต่างประเทศมาแสดงที่โรงละครเวทีรัชดาลัยเธียเตอร์ด้วย อย่างเช่น We will Rock You กับ Mama Mia และอีกหลายเรื่อง

    ทีแรกไม่คิดดู เพราะตั๋วแพง เงินเดือนยังน้อย เพื่อนคนไทยที่เรียนอังกฤษด้วยกันรู้ว่าเป็นคนชอบดูละครเวที เลยแนะนำให้ไปดู บอกว่าคนไทยก็ทำละครเวทีได้ดีนะ สนุก เพลงก็เพราะ เชื่อว่าผู้เขียนไปดูแล้วต้องชอบ แล้วก็ชอบจริงๆ เนื้อเรื่องของคนไทย เพลงภาษาไทย ทำนองก็เพราะมากๆ ติดใจแล้วสิ มีหลายเรื่องที่ได้ไปดู

    imageimageimageimage

     

    เรื่องที่ไปดู เช่น บัลลงก์เมฆ ทวิภพ ฟ้าจรดทราย แม่นาคพระโขนง ข้างหลังภาพ กินรีสีรุ้ง (La Cage aux falles) ฯลฯ ซึ่งทำได้ดีมาก สู้ฝรั่งได้ ทั้งฉาก คนเล่น และดนตรี ดูแล้วชอบ ประทับใจ ฉากก็ไม่ได้ธรรมดา สามารถทำได้ดี

    บางฉากก็แปลกใจว่าทำได้ไง เช่น บานกระจกใหญ่ในเรื่องทวิภพที่นางเอกสามารถทะลุเข้าออกไปหาพระเอกได้ หรือฉากน้ำตกมิตาเกะ (จะเขียนเป็นชื่อเห็ดชิตาเกะซะแล้ว!) ในเรื่องข้างหลังภาพ น้ำไหลเต็มเวทีให้นพพรและคุณหญิงกีรติได้เต้นรำเตะน้ำกัน จากนั้นน้ำจะถูกดูดออกโดยเร็วเพื่อทำให้เวทีแห้งได้ทันสำหรับฉากต่อไป กับอีกเรื่อง แม่นาคพระโขนงที่เห็นแขนแม่นาคยาวๆ ยื่นไปเก็บมะนาวใต้ถุนบ้าน เนียนดี ยอดเยี่ยมไปเลย

     

     

    ใครที่ยังไม่เคยไปดูละครเวที ลองหาโอกาสไปดูสักเรื่อง ไม่แน่ อาจจะติดใจและชอบก็ได้นะ

    ขอบคุณภาพทุกภาพที่ผู้เขียนดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ต่างๆ ทำให้ Blog ดูน่าสนใจน่าอ่านมากขึ้น

     

     

    (31 กรกฎาคม 2554)

     

    รอพี่ซ้วงชวนไปดูค่า

    [P][L][E] 2787 days ago

    พี่ได้ข่าวมาว่า โปรแกรมหน้าของคุณบอย ถกลเกียรติ จะทำละครเพลงเรื่อง "สี่แผ่นดิน"ล่ะ

    แล้วจะชวนไปดูด้วยกันน้าาาาาLaughing

    **ซ้ (Suang)** 2783 days ago

    ไปด้วยคร๊าบบบบบ

    Admin#2 2777 days ago

    ไปกันๆ

    **ซ้ (Suang)** 2761 days ago

    1 people liked this comment.

    สี่แผ่นดิน น่าสนใจอ่า

    [P][L][E] 2760 days ago