Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 30 ตอนที่ 5 ทำอาหาร

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 30 ตอนที่ 5 ทำอาหาร

     

    ได้เขียนเรื่อง "อาหาร" ที่ชอบอีกแล้ว...


    ผู้อ่านหลายๆ ท่านอาจไม่ชอบทำอาหาร เพราะทำไม่เป็น หรือไม่อยากเปื้อน ไม่อยากเหม็นหัวเหม็นตัว ไม่อยากเป็นแผลเพราะโดนน้ำมันกระเด็นหรือโดนมีดบาด หรือขี้เกียจล้างถ้วยล้างชาม

     

    เพื่อนรุ่นพี่ที่ทำกับข้าวไม่เป็น เขาก็ฝึกก็ทำด้วยการใส่น้ำมันหอยไปเยอะหน่อย ก็อร่อยได้เหมือนกันนะ

     

    เคยสังเกตหรือไม่ว่าตามโรงแรมหรือภัตตาคารใหญ่ๆ กุ๊กส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ทั้งๆ ที่หน้าที่นี้น่าจะเหมาะสมกับผู้หญิงมากกว่า ก็รู้มาจากเพื่อนรุ่นน้องคนไทยที่เรียน Hospitality และการโรงแรม ว่าเพราะผู้ชายมีอารมณ์มั่นคง รสชาติอาหารจะคงที่ ไม่เปลี่ยนไปตามอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่ายแบบผู้หญิง


     

    การทำอาหารเป็นงานอดิเรกของผู้เขียน เพราะชอบกินชอบทำ แม่สอนมาตั้งแต่เด็ก เพลินดี แต่ไม่เน้นเทคนิค อยากหั่นอยากสับอยากปอกแบบไหนก็ทำ อยากปรุงอยากใส่อะไรก็เติมเข้าไป ทำไปชิมไป ไม่ต้องชั่งตวงวัด (ยกเว้นขนมฝรั่ง) กะประมาณเอาตามความรู้สึก ผลออกมาก็อาร้อย อาหร่อย ชวนให้เจริญอาหารอีกแล้ว!

     

     

     

     

     

    ผู้เขียนชอบทำอาหาร ถ้ามีเวลาก็จะทำ ประยุกต์ไปตามสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับว่าขณะนั้นอยากกินอะไร หรือวัตถุดิบเหลืออะไร ก็จะทำอย่างนั้น สนุกและเพลิดเพลินดี ประหยัด และอร่อยด้วย สถานการณ์ในการทำอาหารมีหลายรูปแบบ โดยไม่ต้องพึ่งผงชูรสจ้ะ

     

     

    ทำง่ายๆ

     

     

    imageimageimage

     

    ก็เหมือนกับทุกคน อาหารง่ายๆ ก็ไม่หนีไข่เจียว ไข่ดาว แต่ชอบแบบทอดในน้ำมันท่วม ให้กรอบให้ฟู โปะข้าวก็อิ่มอร่อยไป 1 มื้อ

     

    หรือถ้าไม่มีเวลาทำกับข้าว ต้องรีบปั่นรายงานส่งอาจารย์ ก็จะบุบทุบรากผักชีกระเทียมพริกไทย (ขี้เกียจโขลกและล้างครก) เติมน้ำตาลทราย น้ำปลา เกลือนิดหน่อย ซอสหอยนางรม คลุกเคล้ากับปีกไก่ น่องไก่ หรือเนื้อหมูชิ้นใหญ่ ใส่ในชามอ่างทนไฟที่รองด้วยแผ่นฟอยล์แล้ว (เพราะชามอ่างจะได้ไม่แห้งเลอะ ล้างออกง่าย) แล้วโยนทั้งชามใส่เข้าไปในเตาอบสักครึ่งชั่วโมง ได้กลิ่นหอมก็ไปเปิดเช็คของในเตา ถ้าไม่สุกก็อบต่อ แค่นี้เอง กินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็ขึ้นสวรรค์แล้ว

     

    ถ้าเบื่อเนื้อหมูเนื้อไก่ ก็กินปลา วางบนฟอยล์ทาเกลือและสมุนไพรประเภทตะไคร้ใบมะกรูดที่บุบทุบแล้วห่อปิดให้มิดชิด นำไปนึ่งหรืออบก็หอมอร่อย หรือแค่โรยเกลือกับพริกไทยทั้งสองด้านของชิ้นปลาแบบฝรั่ง โยนเข้า grill (ย่าง) จะอร่อยกว่าอบ (bake) เพราะหนังปลาจะกรอบอร่อยมากๆ

     

     

    ใช้วัตถุดิบเดียวกัน

    imageimageimageimage

     

     

    เครื่องแกงแดง หรือเครื่องแกงเผ็ด นอกจากจะทำแกงไก่แกงหมูแล้ว ยังทำ "ขนมจีนน้ำยา" ได้อย่างอร่อยด้วย ใช้พริกแกงแดงผัดกับน้ำมันพืชแล้วเติมน้ำกะทิ ที่ขาดไม่ได้คือ กระชาย นำมาโขลกกับเนื้อปลาทูน่ากระป๋อง คนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและน้ำปลา แค่นี้ก็อร่อยเหาะ
    ส่วนเส้นขนมจีน อยู่ต่างประเทศหาซื้อไม่ได้ ก็ใช้เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นกลมแบบแห้งสีขาวของจีนมาต้มเป็นเส้นขนมจีน คล้ายกันมากเลย สำหรับผักเคียง ก็ไม่เลวร้าย ใช้เกี้ยมไฉ่กระป๋อง ถั่งงอกดิบ ถั่วแขก (แทนถั่วฝักยาว) และใบ basil แทนใบแมงลัก (และยังใช้แทนในกะเพราไว้ผัดกะเพราด้วย) กินแล้วขึ้นสวรรค์เลยทีเดียวเชียว



    เครื่องพริกแกงแดงอย่างเดียวกันนี้ ยังสามารถมา "ผัดพริกขิง" ด้วย นำเครื่องแกงผัดน้ำมันพืชแล้วใส่เนื้อหมูหรือเนื้อไก่ผัดกับถั่วแขก ซอยใบมะกรูดลงไป ปรุงรสตามชอบ กินกับข้าวสวยร้อนๆ โอ้โห อร่อยอย่าบอกใคร...

     

    เครื่องแกงแดงยังทำ "ทอดมัน" ได้ด้วย โดยเอาเนื้อปลาโขลกกับเครื่องแกงแดง ผสมไข่ไก่ ใบมะกรูดซอย และถั่วแขกซอย ปรุงรสเล็กน้อย แล้วนวดให้เข้ากัน แต่เนื้อปลาของฝรั่งไม่เหนียว ทอดมาเนื้อจะร่วน ตอนหลังมีทอดมันแช่แข็งมาขาย ก็เลยซื้อมาทอดกินเลย สะดวกดี ไม่ทำเองแล้ว

     

    เครื่องแกงแดงก็สามารถทำ "ห่อหมก" ได้ด้วย ส่วนผสมคล้ายทอดมัน ใช้เครื่องแกงแดงผสมไข่ไก่ ที่เพิ่มเข้ามาคือน้ำกะทิ คลุกกับเนื้อปลา ใส่ใบมะกรูดซอย หยอดบนถ้วยฟอยล์ที่รองด้วยใบ basil หรือกะหล่ำปลีซอย นำไปนึ่งหรืออบก็ได้ รำแต๊ๆ เจ้า...

     

     

    กำจัดวัตถุดิบ

     

    imageimageimage

     

    เพราะอยู่คนเดียว อาหารที่ซื้อมา กินไม่ทัน ก็ต้องประยุกต์ต้องปรับเปลี่ยน ไม่ต้องทิ้ง ไม่เสียของ

     

    กุนเชียงทอดกินหลายมื้อแล้วไม่หมดสักที ก็ทำ "ยำกุนเชียง" หรือไม่ก็ "ข้าวผัดกุนเชียง" ไปเลย


    มาม่าที่จะเก็บไว้กินยามฉุกเฉิน ใกล้หมดอายุ กะหล่ำปลีหรือถั่วงอกที่ซื้อมาเริ่มเหลือง ก็ "ผัดมาม่าสูตรมั่ว" เติมไส้กรอกหรือเบคอนหรือหมูสับที่มีในตู้เย็น ปรุงรสด้วยซองเครื่องปรุงก็พอแล้ว เป็น fusion food อร่อยดี


    ขนมปังแถวเล็ก ซื้อมากินไม่หมด ใกล้หมดอายุ ก็ทำ "ขนมปังหน้าหมู" "ขนมปังหน้ากุ้ง" "Bread & Butter Pudding" แบบฝรั่ง หรือทำ "French Toast" (ขนมปังชุบไข่ผสมนมสดทอดกับเนย) ไปเลย

     

     

     

    แกงที่เหลือก้นหม้อ ก็เอามาทำ "ข้าวผัดแกงเขียวหวาน" หรือผัดกะเพราเหลือก็ทำ "สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา" แทน เปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ให้เบื่อ

     

     

    ได้สูตรอาหาร

     


    imageimageimage

     

    ได้อ่านบทสัมภาษณ์ มล. เนื่อง สนิทวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญอาหารไทยพูดถึงเรื่อง "ข้าวผัดพริกขี้หนู" ไม่ต้องใส่โปรตีน แค่เจียวกระเทียมสับกับพริกขี้หนูสับ ใส่ข้าวเย็นลงผัดแห้งๆ หอมๆ ก็อร่อยได้ อ่านแล้วจินตนาการ รุ่งขึ้น ทำกินเองเลย โปะไข่ดาวบนข้าวผัดสักหน่อยเพื่อเพิ่มโปรตีน

     

    อ่านเจอในหนังสือ มีสูตร "หลนแฮมและหมูสับ" เครื่องปรุงหาได้ง่าย ใช้น้ำส้มมะขาม (ซื้อแบบขวดสำเร็จรูป ไม่ต้องบีบน้ำเอง) เคี่ยวกับน้ำกะทิ และใส่หอมแดงซอยเยอะๆ ห้ามใส่น้ำปลา ต้องใส่เกลือเท่านั้น เติมน้ำตาลเล็กน้อย กินแล้วหายคิดถึงบ้านไปอีกมื้อ

     


    ได้สูตรจากเพื่อนคนไทย "ไก่ผัดตะไคร้ซอย" ตบพริกขี้หนู่ใส่ไปด้วย หอมอร่อยมาก ใครชอบกินสมุนไพรจะติดใจสูตรนี้

     

     

    และสูตร "ข้าวหน้าไก่" ทำง่าย กินง่าย เหยาะจิ๊กโฉ่ว ใส่พริกชี้ฟ้าหั่น แนมด้วยต้นหอม อร่อยเหมือนได้ขึ้นเหลาเลยละ ถ้าเบื่อข้าวก็ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว ประยุกต์เป็น "ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าไก่" เติมผักกาดหอมหรือผักสลัดเข้าไปหน่อย ก็อร่อยไปอีกแบบ!

     

     

     

    ทำทีเยอะๆ กินนานๆ

     

    imageimageimage

     

    แกงเผ็ดต่างๆ เช่น "แกงเขียวหวาน" "แกงเผ็ดเป็ดย่าง" "แกงส้ม" "ต้มข่าไก่" ทำหม้อหนึ่งก็กินไปหลายมื้อ ทำไม่ยากและใช้เวลาทำไม่นาน (ถ้าใช้เครื่องแกงสำเร็จรูป)

     

    หรือทำ "พะโล้ "แบบไทย ที่ไม่ต้องใช้เครื่องพะโล้ ใส่รากผักชีกระเทียมพริกไทยที่โขลกแล้วลงไปผัดกับน้ำมันจนหอม ใส่เนื้อไก่หรือเนื้อหมูสามชั้นผัดให้ทั่ว เติมน้ำตาลปึ๊บที่เคี่ยวจนเป็นคาราเมลแล้วลงไป เติมน้ำ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ ซอสแม็กกี้ ชิมรสตามชอบ ใส่ต้นผักชีและพริกไทยเม็ดบุบเพิ่มเข้าไป ซีอิวดำถ้าชอบสีเข้มอีกนิด ไข่ต้มด้วย พะโล้นี้ถ้าต้มทิ้งไว้กินได้หลายวันจะอร่อยมาก เพราะยิ่งต้ม โปรตีนในหม้อจะยิ่งเปื่อย ยิ่งอร่อย แต่ตรงกันข้ามกับไข่พะโล้ ที่ยิ่งต้มจะยิ่งดำและยิ่งแข็ง ต้องใส่ทีละไม่กี่ฟอง หมดแล้วค่อยหย่อนไข่ต้มลงไปใหม่

     

    กินซุบร้อนๆ ในเมืองหนาว เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมาก เช่น "ต้มยำ" "ต้มหมูบะช่อกับสาหร่าย" ของไทย และ "Chicken Soup" ของฝรั่งโดยต้มน่องไก่หรือเนื้อไก่ ใส่มะเขือเทศ หอมใหญ่ มันฝรั่ง เซลเลอรี่ (หรือผักคึ่นไช่) หั่นเป็นชิ้นใหญ่ เติมเกลือเล็กน้อยแต่ไม่ต้องเติมน้ำตาลทรายเลย แค่นี้ก็เช็งๆ ใสๆ ซดแล้วแสนชื่นใจได้พลังในทันที

     

    อยากมากๆ

     

    imageimageimage

     

    อยากกิน "ข้าวมันไก่" มาก ขั้นตอนเยอะหน่อย แต่ทำไม่ยาก แค่ต้มไก่ก่อน (ผู้เขียนชอบแต่เนื้อสะโพกและเนื้อน่อง ซึ่งราคาถูกกว่าเนื้ออกด้วย) เอามาต้มน้ำ สุกแล้วตักขึ้นมา น้ำซุบต้มไก่ที่ได้ให้แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก เก็บไว้ซดเป็นน้ำแกง
    อีกส่วนให้เติมเกลือ และน้ำมันหอยในข้าวสารที่ซาวแล้ว กะปริมาณน้ำซุปเหมือนหุงข้าวธรรมดา ทุบกระเทียมรากผักชีใส่ลงไปในหม้อหุงข้าวด้วย พอข้าวสุกกลิ่นหอมฟุ้งไป 3 บ้าน 8 บ้าน ตักข้าวใส่จาน โปะด้วยไก่หั่นหรือกินทั้งชิ้นเลย (ถ้าขี้เกียจ) เพื่อให้ครบทุกหมู่ ต้องประดับด้วยผักชีซอยหอมๆ มีแตงกวาเพิ่มวิตะมินและกินแก้เลี่ยนด้วย
    ไม่ลืมเรื่องน้ำจิ้ม แค่สับหรือโขลกกระเทียม ขิง และพริกขี้หนู ผสมเต้าเจี้ยว ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และมะนาว ชิมรสตามชอบ กินแล้วก็ล่องลอยไปไกลแสนไกล... (แต่อยู่บ้านเราเมืองเรา ซื้อเขากินดีกว่า ง่ายกว่า สบายกว่า ประหยัดกว่า และอร่อยกว่าด้วย!)

     

    อยากกิน "ก๋วยเตี๋ยวน้ำ" ก็ทำเหมือนต้มจืด เพิ่มเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าไป ส่วนกระเทียมเจียวและน้ำส้มพริกดองก็ทำไว้แล้ว ใส่ขวดแยมเปล่าปิดฝา เก็บทิ้งไว้ในครัวเลย ของเหล่านี้ไม่เสีย มีพร้อมทุกครั้งที่อยากกิน

     

    อยากกิน "สุกี้" ก็ทำเหมือนแกงจืดอีกเช่นกัน ผักและโปรตีนตามชอบแล้วแต่จะใส่ แล้วเติมน้ำจิ้มสุกี้ที่ซื้อแบบขวดสำเร็จรูป เติมพริกขี้หนูสับ กระเทียมสับ ผักชีสับ และน้ำมะนาวอีกนิดก็แซบแล้ว แต่ก็เคยทำน้ำจิ้มกินเองด้วยการผสมซอสมะเขือเทศและซอสพริกอย่างละ 1 ส่วนเท่ากัน เติมน้ำมันงาผสมพริกขี้หนูสับกระเทียมสับ โรยงาคั่วก็อร่อย รสชาติเมิ้อนเหมือน MK เล้ย...

     

    ฝรั่งมีกล้วยประเภทเดียว คือกล้วยหอม จะซื้อ 1 ลูกก็ได้ หักเอาจากหวี แต่วันไหนอยากกิน "กล้วยทับ" จะซื้อกล้วยหอมห่ามๆ กึ่งดิบกึ่งสุกมาเยอะหน่อย เก็บไว้ 2-3 ผลไว้กินสด ที่เหลือปอกเปลือก หั่นเป็นท่อน แล้วเอาไปย่าง สุกแล้วเอามาทับแบน (อยู่ที่โน่น ใช้วิธีปูถุงพลาสติกบนโต๊ะ วางกล้วยปิ้งลงฝั่งหนึ่ง ปิพับครึ่งพลาสติกปิดทับกล้วย แล้วใช้สากหรือขวดทุบลงไปเบาๆ ให้กล้วยแบนๆ) ราดด้วยน้ำกะทิที่เคี่ยวกับน้ำตาลปิ๊บเติมเกลือนิดหน่อย ร่อยจังฮู้...

     

     

    ลองทำอาหารฝรั่ง

     

    imageimage

     

    เห็นในรายการอาหารตามทีวี ทำ "ไก่คาริบเบียน" (ประเทศในแถบทวีปอเมริกากลาง) สีสสรรสวยดี ก็อยากลองทำ อยากชิม โดยเอาไก่หมักน้ำมันมะกอก ใส่พริกหวานหลายสีหั่น ใส่พาสลีย์สับ บีบบมะนาวกับเหยาะเกลือลงไปเล็กน้อย แล้วเข้าเตาอบ รสชาติก็อร่อยแปลกไปอีกแบบ


     

    "หอยแมลงภู่อบไวน์ขาว" อยากลองชิมดูว่าเหมือนหอยแมลงภู่อบโหระพาตะไคร้แบบบ้านเราไหม ก็อร่อยคล้ายกัน ไวน์ขาวที่โน่นไม่แพง เทลงไปในหม้อที่ใส่หอย (ถ้าเป็นหอยนิวซีแลนด์จะเต็มปากเต็มคำเพราะตัวหอยใหญ่มาก) ใส่กระเทียมสับ หอมใหญ่สับ พาสลีย์สับ อบสักพักก็ได้กินแล้ว กินแล้วไม่เมาหรอก เพราะแอลกอฮอลระเหยไปกับความร้อนหมดแล้ว และอดไม่ได้ที่จะกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดตำเอง พริกขี้หนู กระเทียมตำ ผสมน้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำมะนาว และเติมน้ำสายชูเล็กน้อยเพื่อให้เปรี้ยวแหลมมากขึ้น แซบหลายๆ...

     

     

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    สำหรับขนมฝรั่ง ไม่ถนัดเลย แต่ได้สูตรจาก roommate ข้างห้อง เป็นเด็ก ป.ตรีชาวอังกฤษ เขาตุ๋นแท่งช็อกโกแลตนมให้ละลายในหม้อ เติมเนยเค็ม แล้วใส่ซีเรียล (cornflake) ไปคลุก ตักใส่พิมพ์กระดาษ รอเย็นเอาเข้าตู้เย็น เป็นขนมกรุบกรอบที่อร่อยหอมหวานมัน


     

    อยู่หอพัก มีเตาอบ แต่ไม่มีเครื่องตีไข่ ไม่มีช้อนตวงถ้วยตวง และไม่เคยมีทักษะทำขนมฝรั่งมาก่อน แต่เห็นเพื่อนคนไทยทำ "Brownie" ให้กิน เห็นว่าทำง่ายเลยขอสูตรมาทำเอง แค่แป้งเค้ก ผงโกโก้ เนยเค็ม ไข่ไก่ น้ำตาลทราย เกลือ (ตวงปริมาณด้วยแก้วน้ำและช้อนกินข้าว กะๆ เอา!) คนให้เข้ากัน อบแป๊บเดียวก็ได้ "Brownie" ข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่มถาดใหญ่ๆ แล้ว  

     

     

     

     

    อีกอย่างที่ค้นพบความอร่อยคือ "อะโวคาโดในนมสด" นมรสหวานผสมกับความมันของเนื้ออะโวคาโด เอาไปแช่ช่องแข็งแป๊บหนึ่งพอเป็นวุ้น อร่อยอย่าบอกใคร แถมดีต่อสุขภาพด้วย

     

     

    ทำอาหารสำเร็จรูป

     

    imageimageimage

     

    เมืองฝรั่งเป็นเมืองหนาว และวัฒนธรรมที่ค้าขายเป็นเวลา ไม่มีขายทั้งวันทั้งคืนแบบบ้านเรา คนอังกฤษจึงต้องช็อบปิ้งทีละเยอะเลย และซื้อของแช่แข็งเก็บไว้กินนานๆ จึงมี Frozen Food ขายเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเป็นผัก ก็แช่แข็งหมด ราคาไม่แพงและขายดีด้วย ดังนั้น บ้านคนฝรั่ง จะไม่ได้มีแค่ตู้เย็นอย่างเดียว แต่จะมีตู้แช่แข็งตู้ใหญ่ๆ ด้วย


    Frozen Food ทำง่าย แค่โยนเข้าเตาอบ หรือเอาไปต้มหรือทอด เช่น "แป้งพิซซ่าสำเร็จรูป" ที่มาเติม topping ตามชอบ ใส่เตาอบไม่นานก็ได้กินแล้ว "Frozen Garlic Bread" หรือขนมปังกระเทียมแช่แข็ง แค่อบไม่กี่นาทีก็ได้กิน 1 แถวยาวแล้ว หรือ "Frozen scampi" (เนื้อกุ้งล็อบสเตอร์ชุบแป้งขนมปังป่นทอด) ซื้อตอนลดราคา คุ้มจริงๆ โดยการเอาไปทอดหรือเข้าเตาอบ รอไม่กี่อึดใจก็กินอร่อย เนื้อกุ้งเต็มปากเต็มเลย

     

     

     

     


    ขอบคุณทุกรูปภาพที่ผู้เขียนได้ดาวน์โหลดมาจากเว็บไซต์ต่างๆ ทำให้ Blog ดูน่ากิน เอ๊ย...น่าอ่านน่าสนใจยิ่งขึ้น

     

     

    อ่านมาก อ่านบ่อย ระวังจะอ้วนนะจ๊ะ! (เพราะอ่านแล้วอดใจไม่ไหว ต้องรีบหาของกินไงล่ะ!)

     

     

    (28 สิงหาคม 2554)

     

     

     

     

    พี่ซ้วงขาาาาาา น้องอยากชิมฝีมือพี่ซ้วงอ่า ^^

    [P][L][E] 2882 days ago

    ถ้าไม่กลัวที่จะกินอาหารฝีมือพี่... น้องเปิ้ลก็เตรียมยาแก้ท้องเสียติดตัวไว้ด้วยนะ พร้อมยัง?

    คนไทยต่างประเทศ มักจะจัดปาร์ตี้กัน โดยแต่ละคนจะทำกับข้าวฝีมือตัวเองคนละอย่าง แล้วเอามากินร่วมกันกับเพื่อนตอนมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็นของวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ละคนหิ้วมาหม้อเล็กชามเล็ก ไม่เยอะ แต่จำนวนกับข้าวมีหลายอย่าง เลยพอกินสำหรับทุกคน บางคนทำไม่เป็นก็อาสาหุงข้าวแทน หรือล้างถ้วยล้างชามแทน

    หากชาว KM มีการประชุมพิเศษในวันหยุดหรือวันเสาร์-อาทิตย์ ก็ลองทำกับข้าวมากินกันไป ประชุมพูดคุยกันไป โดยไม่ต้องไปสั่งอาหารที่ร้าน น่าจะสนุกไปอีกแบบนะ!!!

    **ซ้ (Suang)** 2881 days ago

    1 people liked this comment.

    มานยากเกินน่ะพี่ซ้วง  ไปกินที่ร้านเลยง่ายกว่า ^^ 

    [P][L][E] 2876 days ago

    ก็จริงจ้ะ เพราะโอกาสและสิ่งแวดล้อมมันต่างกัน

    อยู่บ้านเรา อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ฝรั่งเขาบอกว่าเมืองไทยหาของกินได้ทั้งวันทั้งคืน จริงของเขา!

    **ซ้ (Suang)** 2849 days ago

    1 people liked this comment.

    โอ้ เห็นแล้วบอกได้คำเดียว หิวๆๆ

    Admin#2 2845 days ago

    แล้วแชมป์ทำอะไรอร่อยบ้าง ทำมาให้ชิมหน่อย ^^

    **ซ้ (Suang)** 2814 days ago