Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 35 ตอนที่ 9 งานอดิเรกอื่นๆ 2 (ที่ไม่ได้ทำ)

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 35 ตอนที่ 9 งานอดิเรกอื่นๆ 2 (ที่ไม่ได้ทำ)

     

     

    งานอดิเรกที่เป็นที่นิยมของผู้อื่นเกิดจากความชื่นชอบ ความถนัด และความสุขของแต่ละบุคคล เป็นการทำสิ่งที่ตัวเองรัก ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ถ้าฝืนทำแบบการทำงานคงไม่ใช่ ซึ่งมีงานอดิเรกหลายอย่างที่ผู้เขียนไม่ได้ทำ ทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ไม่ชอบทำ ขอยกตัวอย่างหลายๆอย่าง ดังนี้

     

     

    imageimageimage

     

     

    เล่นคอมพิวเตอร์ กำลังอินเทรนด์ในยุคนี้ ซึ่งไม่ได้หมายถึง การพิมพ์งาน การค้นคว้าข้อมูล และอีเมล เพราะไม่ใช่งานอดิเรก แต่หมายถึงการท่องเน็ต ดูหนังฟังเพลง การเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ และการพูดคุยทางสังคมเครือข่ายต่างๆ

     

     
    แค่ทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมงก็พอแล้ว เลยไม่คิดที่อยากจะเล่นคอมฯ แต่บางครั้งก็เปิดเพลงออน์ไลน์ฟังไปด้วย ทำงานไปด้วย

     

     

    แต่ให้เล่นเกมส์ ไม่เอา ไม่มีทักษะ ไม่ว่องไว เล่นไม่ทัน ยิงไม่ถูก กระโดดไม่ข้าม เครียดเปล่าๆ หรือให้วางแผนสร้างบ้านปลูกผักก็ไม่มีเวลา


    และไม่สมัครสมาชิกสังคมเครือข่าย เพราะเป็นคนหวงความเป็นส่วนตัว หวงเวลาส่วนตัว อยากสัมผัสความสุขที่แท้จริงจากธรรมชาติ และโลกแห่งความเป็นจริงมากกว่า อีกเหตุผลคือ เชื่อว่าถ้าตัวเองเข้าไปเป็นสมาชิกจะต้อง "เสพติด" เหมือนทุกคนแน่นอน ต้องเข้าไป update และ upload ต้องเข้าไปดู ต้องเข้าไปทักทาย (อยากรู้อยากเห็น) ก็ขอบาย ไม่เอาดีกว่า แค่นี้ก็ไม่เวลา (นอน) แล้ว

     

    จริงอยู่ การเล่มเกมส์มีประโยชน์ ทำให้เพลิดเพลิน ช่วยสร้างสมาธิได้ ช่วยลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ได้

    และจริงอยู่ การมีสังคมเครือข่ายก็เป็นประโยชน์ เพราะเป็นช่องทางการทำธุรกิจค้าขายผ่านเว็บ การเผยแพร่แจ้งข่าวที่มีประสิทธิภาพ การประชาสัมพันธ์องค์กรที่ได้ผล การรวมตัวของกลุ่มคนที่มีความสนใจร่วมกัน เช่น กลุ่มคนรักมอเตอร์ไซด์ กลุ่มคนรักการถักทอ กลุ่มศิษย์เก่า และเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากดังเห็นได้จากการออกมารวมตัวประชุมแสดงความคิดเห็นต่อต้านเผด็จการ การออกมาร่วมกันทำ Big cleaning Day การรับบริจาคต่างๆ ขนาดเพื่อนๆ สมัยมัธยมฯ และปริญญาตรีของผู้เขียนเองก็ได้เจอกันคุยกันหลังจากจบมานาน มีการนัดหมายพบปะพูดคุย ใส่รูปภาพต่างๆ แลกกันดู ก็เป็นผลจากสังคมเครือข่ายออนไลน์ทั้งนั้น พอผู้เขียนไม่มี ก็เป็นภาระที่เพื่อนจะต้องอีเมลหรือโทรศัพท์มาแจ้งมาบอก ทำให้ตามข่าวไม่ทัน

     

     

    สิ่งเหล่านี้ ควรทำเป็นงานอดิเรก ขอให้พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่มีสังคมเครือข่ายเปิดใช้เปิดอ่านในเวลาที่เหมาะสม แม้จะเป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อสารที่เกี่ยวกับงาน โดยส่วนตัว ไม่เชื่อว่าจะเป็นการทำงานซะทั้งหมด และทำให้เสียเวลา/เสียสมาธิในการทำงานด้วย

     

     

    ลองนึกตามก็ได้ ถ้าเกิดพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ อยู่ในฐานะนายจ้าง แล้วผู้ร่วมงานมานั่งเล่นสังคมเครือข่ายในเวลาทำงาน (มากเกินไป) จะรู้สึกอย่างไร ได้จ่ายเงินเดือน จ่ายค่าไฟฟ้า เสียค่าอินเทอร์เน็ต แต่ผู้ร่วมงานเล่นเกมส์ คุยส่วนตัว (ไม่ต้องการรบกวนผู้อื่นหรือไม่ต้องให้เพื่อนร่วมงานได้ยินก็สุดแท้แต่) ทำธุรกิจส่วนตัว ฯลฯ จะทำให้เสียเวลา เสียงาน และทำให้ขาดทุนหรือไม่ ลองเอาใจเขาใส่ใจเรา...ยิ่งเป็นงานของหลวงของรัฐ ใช้ภาษีอากรของประชาชน ยิ่งต้องคิดให้มากๆ ฝากด้วยจ้ะ...

     

     

    ขออภัยถ้ามีความคิดต่างจากผู้อ่าน หลายท่านอาจไม่ชอบใจ จึงต้องขออภัยกับความคิดเก่าแก่คร่ำครึโบราณ ดีไม่ดี ในอีกไม่นานนี้อาจมีความจำเป็นต้องเป็นสมาชิกสังคมเครือข่ายเหมือนคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

     

    ใจจริง ไม่ได้ต่อต้านเรื่องการเป็นสมาชิกสังคมออนไลน์เลย เพราะเห็นประโยชน์เป็นอย่างมาก ขอเพียงแต่ให้ใช้อย่างมีสติ รู้กาละเทศะ ใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม ก็จะปลอดภัยจากการถูกหลอกลวงหรือจากการสื่อสารที่ใช้ภาษาให้เข้าใจผิดโดยไม่ตั้งใจ

     

     

    ได้ยินจากรุ่นพี่และอาจารย์หลายท่านบอกว่าคนที่เล่นหรือติดต่อสังคมเครือข่ายเป็นประจำทำให้เกิดผลกระทบความรู้สึกทางจิตใจของมนุษย์ด้วยกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนในครอบครัว แม้ครอบครัวพ่อแม่ลูกหรือแฟนจะอยู่ในบ้านด้วยกัน อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ได้เหลวไหลไปเกเรที่ไหน แต่ต่างคนต่างมองต่างคุยโทรศัพท์ กดมือถือ อยู่หน้าจอคอมฯ ไม่ได้พูดคุยกันจริงๆ บ้านทั้งบ้าน ห้องทั้งห้องเงียบกริบ เหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตที่รู้จักกันอยู่ในบ้าน เป็นแบบนี้แล้ว ครอบครัวจะมีความหมายอะไร ชีวิตนี้คืออะไร เลยเห็นด้วยกับโฆษณาในทีวีตัวหนึ่งที่นำเสนอให้สนใจคนรอบข้างบ้าง  

     

     

    แต่สำหรับผู้ที่อยู่ไกลบ้าน อยู่ต่างบ้านต่างเมือง การมีเทคโนโลยีติดต่อกันได้แบบ real time และได้เห็นหน้าตากันด้วย ทำให้หายคิดถึงกันได้เยอะเลย

     

     

    ขอฝากผู้ที่จะ upload คลิปเข้า Youtube / 4shared และอื่นๆ ด้วย ถ้าจะ upload ขอให้เป็นคลิปที่สร้างสรรค์ขึ้นเอง อย่าเอางานของผู้อื่นไปลง จะได้ปลอดภัย มิฉะนั้น จะเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้นะ...จะบอกให้...

     

     

    imageimageimage

     

     

    คนฉลาดจะมีงานอดิเรกเล่นซูโดกุ / หมากฮอส / หมากรุก / หมากล้อม / scrabble แบบภาษาอังกฤษ และแบบตัวเลข / รูบิค

    เป็นงานอดิเรกที่เพลิดเพลิน (สำหรับบางคน) ได้ฝึกความคิด ฝึกทักษะ เพิ่มความเฉลียวฉลาดคมคาย

    แต่ช่างเป็นงานอดิเรกที่น่าปวดหัวสำหรับผู้เขียนคนนี้จริงๆ!

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    การถ่ายรูป ที่จริงไม่อยากรวมไว้ในตอนนี้ เพราะเป็นคนชอบบันทึกภาพ บันทึกเหตุการณ์ ห้วงเวลา บรรยากาศ ชอบมากๆ

     

    แต่ว่าไม่ได้มีกล้องแบบมืออาชีพเป็นอาวุธ แค่มีกล้องถ่ายรูปดิจิตอลธรรมดาราคาถูกๆ หรือใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือเพื่อบันทึกการเดินทาง บันทึกมุมมอง หรือบันทึกการพบอะไรบางอย่างที่เราสนใจเท่านั้น เลยไม่ถือว่าเป็นงานอดิเรกที่จะตั้งใจออกไปไหนมาไหนเพื่อถ่ายรูปอย่างเดียว

     

       

     

    imageimageimage

     

     

    การเล่นดนตรี เป็นกิจกรรมที่สร้างความสุข ทำให้ผ่อนคลาย จรรโลงใจ สร้างเสียงเพลงไพเราะให้กับโลกได้อย่างมหัศจรรย์ นอกจากผู้เล่นมีความสุขแล้ว ยังทำให้ผู้ฟังได้รับความบันเทิงและมีความสุขไปด้วย

     

    สมัยเรียนก็มีการเรียนวิชาดนตรี มีโอกาสได้จับและฝึกฝนทั้งเครื่องดนตรีไทยและสากลอยู่บ้าง แต่เป็นไม่กี่ชิ้น และเล่นได้ไม่ดี ขี้เกียจท่องโน้ตเพลง เป็นอีกอย่างที่ไม่มีพรสวรรค์

     

    ตอนเรียนปริญญาตรี ได้อาสาไปร่วมงานวันรพี 7 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันพระบิดาแห่งกฎหมายไทย (พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ หรือกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์) นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะฝึกซ้อมการตีกลองแต๊กเกือบเดือน มีสูตรที่จะต้องท่องของจำนวนครั้งในการลงไม้ที่หน้ากลอง และฝึกการเดินแถวตรงเดินแถวเลี้ยวของทีมพาเหรด ตีกลองแต๊กกันเป็นทีมเกือบสามสิบคน ใส่ชุดนักศึกษาเรียบร้อยเดินจากมหาวิทยาลัย ข้ามสนามหลวง เดินไปที่กระทรวงยุติธรรม ไปถวายบังคมพระรูป ทำได้ 2-3 ปีติดต่อกัน เลยซ้อมไม่ยากไม่นาน 

     

    ตอนนี้ไม่เล่นเครื่องดนตรีประเภทไหนเลย ขอฟังเพลงอย่างเดียว...

     

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    การปลูกต้นไม้ จัดดอกไม้ ทำสวน ต้องบอกว่าผ่านช่วงเรียนวิชาการงานเกษตรที่ปลูกถั่วเขียว ปลูกเห็ด และตอนกิ่งต้นไม้แล้วก็ไม่เคยจับอีกเลย เพราะมือไม่เย็น มือไม่เขียว และไม่สนใจ 

     

    ตอนนี้ปลูกได้ก็มแต่พลูด่างและต้นไผ่กวนอิม เพราะไม่ใช้ดิน ไม่ต้องพรวนดิน แค่เติมน้ำไม่ให้แห้งอย่างเดียว ไม่ต้องบำรุงรักษาดูแลมากมาย สำหรับที่บ้านไม่มีพื้นที่แต่ก็มีต้นไม้เขียวไปทุกชั้น ด้วยฝีมือพ่อแม่และน้องชาย ตัวเองไม่ได้เรื่องเลย ...

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    การเลี้ยงสัตว์ เพราะที่บ้านไม่มีพื้นที่ และพ่อแม่ต้องทำมาหากินและต้องเลี้ยงลูกตอนเล็กๆ ตั้งหลายคนก็ยุ่งพอแล้ว เลยไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงในบ้าน แต่พวกเราก็ไม่ได้รังเกียจ สัมผัสได้ อุ้มได้ ไม่กลัว ในสมัยเรียน เคยเลี้ยงปลาหางนกยูงและปลากัดที่ว่าเลี้ยงง่ายที่สุดแล้ว...ก็ยังไม่รอด !

    ตอนนี้ลูกๆ ทุกคนโตหมดแล้ว แต่ก็ไม่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง เพราะพ่อแม่ก็มีอายุ ลูกๆ ก็ใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าที่บ้าน และก็ไม่มีคนรับใช้ในบ้าน แม้หมา/แมว/กระต่าย/ปลา ฯลฯ จะเป็นเพื่อนสัตว์เลี้ยงแก้เหงาได้ แต่กลัวเป็นภาระมากกว่า ที่จะต้องมีเวลาหาอาหาร อาบน้ำ เก็บอึ ฯลฯ และกลัวคิดถึงกันมากเกิดเคล้าแข้งเคล้าขาแล้วทำให้หกล้ม ไม่คุ้ม ก็ไม่เอา อีกอย่าง เคยเห็นคนรู้จักที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงไม่สามารถไปไหนมาไหนนอกบ้านได้นานๆ  ไม่มีความอิสระในชีวิต งั้น...อย่าเลี้ยงเลยดีกว่า เดี๋ยวเพื่อนสัตว์เลี้ยงของบ้านนี้จะลำบาก!

     

     

    แต่ผู้เขียนก็เคยมีความรู้สึกผูกพันกับสัตว์เลี้ยงด้วยเหมือนกัน ไว้จะเล่าให้ฟังเป็นพิเศษในโอกาสต่อไป

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    การถักโครเชต์ ปักครอสติช ทำดอกไม้ประดิษฐ์ ตัดเย็บเสื้อผ้า ได้เคยทำทั้งหมดตอนสมัยเรียน ถักริมผ้าเช็ดหน้า ถักไหมพรม ปักครอสติชหมอนอิง ตัดกระโปรงนักเรียน และถักนิตติ้งเป็นผ้าพันคอ อย่างแรกๆ ก็พอทำได้ แต่ไม่เรียบร้อย ขี้เกียจเปลี่ยนสีด้าย และทำไม่เรียบร้อย ปุ่มปมเต็มไปหมด และดำเชียวเพราะขี้มือ! ส่วนถักนิตติ้งเป็นสิ่งที่ไม่ชอบที่สุด ได้ถักผ้าพันคอส่งอาจารย์ไม่ถึงครึ่งผืน ตอนนี้อยู่ยังไงก็ยังอยู่อย่างนั้น ถักไม่เสร็จสักที เพราะไม่ถนัดและไม่ชอบ ลายตามรูปที่นำเสนอข้างบนพอทำได้ แต่ถ้าลายยากๆ จะไม่เอาเลย

     


    วิชาการงานอาชีพที่ได้ร่ำเรียนมาทำให้ได้ใช้ในชีวิตประจำวันจริง เช่น ปักชื่อโรงเรียนที่เสื้อนักเรียนได้เอง ปะชุนเสื้อหรือถุงเท้าที่ขาด เย็บตัวหนอนไว้สวมเข็มเครื่องหมายโรงเรียนและมหาวิทยาลัย และก็เอาเศษผ้าชิ้นใหญ่ๆ มาเย็บมือทำเป็นกระเป๋าใส่หนังสือใบใหญ่ เอาไปเรียนตอน ป.ตรี ได้ใช้จริงๆ ภูิมิใจ ไม่มีใครเหมือนและไม่มีใครขาย (เป็น DIY อย่างหนึ่ง) รวมถึงการ
    ซ่อมแซมเสื้อผ้า ติดกระดุม สอยชายเสื้อชายกระโปรงที่หลุดเท่านั้น ถ้ายากนักก็จ้างเขาทำดีกว่า ประณีตกว่

     

     

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    เคยได้ดูภาพยนตร์ เรื่อง The American Quilts และได้อ่านในหนังสือเกี่ยวกับแม่บ้านชาวอเมริกันสมัยก่อนจะมารวมตัวกันช่วยกันเพื่อเอาเศษผ้าเศษเล็กเศษน้อยมาวางและเย็บติดกันเป็นผ้าห่ม ผ้านวม และผ้าคลุมเตียงผืนใหญ่ๆ ที่สวยงามและเท่มาก เรียกว่า quilt หรือเย็บเศษผ้าทำเป็นลวดลาย น่ารักมากๆ ถ้าพอมีเวลาว่างลองทำดูนะคะ เห็นหลายคนและร้านเสื้อผ้าหลายร้านนำมาเศษผ้าหลายๆ ลาย มาเย็บติดกันตัดเป็นกางเกงและกระโปรงใส่เล่น สวยจัง!

     

       

    งานอดิเรกเหล่านี้ ปล่อยให้ผู้อ่านและผู้อื่นทำดีกว่า ผู้เขียนขอชื่นชมในความชอบในการทำงานอดิเรกเหล่านี้ด้วย เพราะผู้เขียน...ไม่สามารถ!

     

     

    ขอขอบคุณทุกรูปภาพที่ดาวน์โหลดจากเว็บต่างๆ ทำให้ blog น่าอ่านน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

     

     

    (18 กุมภาพันธ์ 2555)