Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 38 Entrance & Admissions

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 38 Entrance & Admissions

     

     

     

    imageimage

     

     

    เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2555 ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยได้ประกาศผล Admissions ตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็น นักเรียนและผู้ปกครองสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้จากระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ผู้เขียนย้อนคิดไปถึงตอนสอบ Entrance ของตัวเองที่ผ่านมาหลายทศวรรษ! ที่ยังไม่เลือนหาย จำได้อยู่เหมือนผ่านไปไม่กี่วันนี่เอง

     

    ต้องยอมรับว่าผู้เขียนไม่มีความรู้เรื่องการสอบ Admissions เลย รู้เพียงกว้างๆ ว่าเป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยระบบกลาง และก็รู้ว่าเด็กนักเรียนสามารถไปสอบตรงที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเปิดสอบเอง รวมถึงการสอบโควต้าที่มหาวิทยาลัยจัดสรรที่นั่งของแต่ละคณะภาควิชาให้กับนักเรียนของโรงเรียนภายในเขตพื้นที่ และผู้เขียนได้ยินคำว่า O-Net A-Net, GAT - PAT ด้วยเหมือนกัน แต่ไม่เข้าใจ หน่วยงานส่วนคัดเลือกนักศึกษา อาจารย์ นักเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครองจะรู้จักดีที่สุด

     

     

    imageimage

     

     

    ถ้ามองมุมบวก ก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเรียนในปัจจุบันนี้ที่สามารถสอบได้หลายที่ ได้สอบและได้เลือกคณะที่ชอบเรียนมากที่สุด แต่ก็สงสารเด็กเหมือนกัน ต้องวิ่งสอบหลายแห่งจนเพลียกันไปทีเดียว ที่สำคัญ สงสารกระเป๋าตังค์พ่อแม่ผู้ปกครองมากกว่าที่ต้องจ่ายเงินค่าสอบหลายๆ แห่งให้กับบุตรหลาน ส่วนมหาวิทยาลัยก็เหนื่อย ต้องจัดสอบหลายรอบ และเชื่อว่า (ไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็น แต่พอเดาได้) ว่าจะต้องคอยเจรจากับผู้มีอุปการคุณ ข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่น หรือพ่อค้าคหบดี ฯลฯ เพื่อให้ลูกหลานของเขาได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นๆ เฮ่อ...

    ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบนี้ก็ดีอย่างเสียอย่าง เครียดไปแบบหนึ่ง

     

     

    imageimage

     

     

    การประกาศรายชื่อ Admissions สำหรับเด็กนักเรียนในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศนี้ก็มีความสะดวก รวดเร็ว และทันสมัยมาก แถมมีหลายช่องทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ต้องเดินทางไปไหน ลุ้นอยู่ที่บ้านได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อแม่ลูกปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอา โดยมีอินเทอร์เน็ตหลายๆ แห่งที่ให้บริการ นอกเหนือจากเว็บไซต์ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ก็สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว ทุกที่ทุกเวลา สะดวกจริงๆ

     

     

    Laughing         Sealed          Wink

     

     

    วกกลับมาคุยเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคของผู้เขียน เรียกว่า Entrance เป็นการจัดสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยทบวงมหาวิทยาลัย (สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. ในปัจจุบัน) เป็นการสอบครั้งเดียวพร้อมกันของนักเรียน ม. 6 ทั่วประเทศ (เด็กนักเรียนม.4-5 ที่สอบเทียบได้ ก็สามารถสอบ Entrance ได้ด้วยเช่นกัน) ไม่มีการสอบตรง แต่จะมีสอบโควต้าของเด็กนักเรียนต่างจังหวัดเพื่อให้โอกาส ซึ่งเป็นสิ่งดี เชื่อว่าระบบนี้ (แต่ไม่ได้รู้จริง) การฝากเด็กเข้าเรียนที่โน่นที่นี่คงเป็นไปได้ยาก (มั้ง) แต่เพราะการสอบครั้งเดียวประกาศผลตูมทีเดียว ทำให้เด็กเครียดมาก เกิดผลกระทบกับเด็กมาก เลยต้องเปลี่ยนระบบไป ก็ดีอย่างเสียอย่าง เครียดไปอีกแบบ

     


    imageimage

     

     

    การเตรียมตัวสอบของผู้เขียนก็อ่านหนังสือมากๆ อ่าน 2-3 ครั้งต่อวิชา มีการจดโน้ต แล้วสุดท้ายท่องแต่โน้ต ซื้อตัวอย่างข้อสอบปีเก่าๆ มาอ่านและลองทำดูบ้าง แต่ไม่มาก และไม่เคยไปติวที่ไหน เพราะต้องประหยัด ไม่ได้ไปติวกับเพื่อนด้วย เพราะไม่มีเวลา ใช้วิธีอ่านหนังสือเองอย่างเดียวเลย


    ผู้เขียนตั้งใจไว้ว่าจะสอบเพียง 4 วิชา (ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส) ที่สามารถใช้คะแนนเลือกเรียนได้หลายคณะ เพื่อจะได้ไม่ต้องอ่านหนังสือมากไป ตอนสอบก็เดินทางไปสอบไม่กี่แห่ง จะได้ไม่เหนื่อยมาก จำได้ว่าเลือกได้ 6 คณะ ตั้งใจที่จะเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้านสังคมศาสตร์มากกว่าภาษา มีเลือกจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแค่คณะเดียว และไม่ได้เลือกเรียนมหาวิทยาลัยที่ต่างจังหวัด เพราะจะต้องอยู่ช่วยพ่อแม่ที่บ้าน คณะที่เลือกเรียนมีดังนี้

    1. คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มธ.

    2. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

    3. คณะรัฐศาสตร์ มธ.

    4. คณะนิติศาสตร์ มธ. (คณะที่สอบได้)

    5. คณะศิลปศาสตร์ มธ.

    6. คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ.

    ตอนทำข้อสอบมีความมั่นใจว่าทำได้ แต่ก็ไม่ประมาท ได้เตรียมใจที่จะไปเรียน มสธ. หรือรามคำแหงไว้แล้ว ไม่ได้คิดถึงมหาวิทยาลัยเอกชน เพราะค่าเล่าเรียนแพง  

     

     

     

    วันประกาศผลสอบในปีของผู้เขียนก็อยู่ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ทบวงมหาวิทยาลัยได้กำหนดวันประกาศผลไว้แน่นอนแล้ว แต่ต้องคอยฟังข่าวจากสถานีโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์เพราะอาจจะมีการประกาศผลล่วงหน้าก่อนวันที่กำหนดก็ได้

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    ในยุคนั้น ไม่มีระบบการตรวจสอบรายชื่อที่คอมพิวเตอร์ นักเรียนต้องไปตรวจรายชื่อผู้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ที่สนามจุ๊บ (สนามฟุตบอล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และตามมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด นอกจากนี้ก็สามารถซื้อหนังสือพิมพ์ตรวจสอบรายชื่อผู้สอบได้

     

    ผู้เขียนก็ซื้อหนังสือพิมพ์มาเก็บไว้ด้วย แต่ซื้อทีหลัง ขอตื่นเช้าไปตรวจรายชื่อด้วยตัวเอง ถ้าเป็นรุ่นพี่ๆ เขาไปตรวจรายชื่อกันตอนกลางคืน ถึงกับต้องนำเทียนไขไฟฉายไปส่องชื่อกันเลยทีเดียว เช้าวันประกาศผล เหมือนเป็นวันดีฤกษ์ดี เพราะวัดแถวบ้านเปิดเพลงเสียงตามสาย (ซึ่งนานๆ ทีจะเป็นแบบนี้) เป็นเพลงเพราะมากๆ ของยคนั้น ทำให้รู้สึกดีจัง ผู้เขียนรู้จากข่าวว่ามีหลายสถานที่ๆ ไปตรวจสอบรายชื่อได้ และเพราะบ้านผู้เขียนอยู่ฝั่งธนบุรี ก็เลยนั่งรถเมล์จากบ้านไปที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาสำเหร่ เดินไปที่ใต้ถุนอาคารจอดรถของธนาคารมีบอรด์ประกาศรายชื่อไว้ ค่อยๆ ไล่หาหมายเลขประจำตัวสอบของตัวเอง เห็นเลขเห็นชื่อตัวเองและรหัสคณะที่สอบได้ ก็ดีใจมากๆ ได้เรียนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รีบหาโทรศัพท์สาธารณะโทรศัพท์ไปบอกพ่อแม่ที่บ้านให้ดีใจหายห่วงก่อน แล้วนั่งรถเมล์ไปดูชื่อตัวเองอีกครั้งเพื่อความมั่นใจที่สนามจุ๊บต่ออีกที ยังไม่กลับบ้าน

     

     

    imageimageimage

     

     

    ไปที่สนามจุ๊บก็เจอเพื่อนๆ ร่วมชั้นร่วมโรงเรียนหลายคน เพราะหมายเลขประจำตัวสอบก็จะอยู่ใกล้ๆ กัน ที่ไม่เจอเพราะคงดูและกลับไปแล้ว ก็มีทั้งเพื่อนที่ร้องให้ทั้งดีใจสอบได้และที่เสียใจที่สอบไม่ติด 

     

     

    รอบๆ สนามบอล จะมีคณะจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ไปเปิดบูธอยู่ให้การต้อนรับน้องที่สอบติด ผู้เขียนก็ไปบูธของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยสังเกตดูจากป้ายและจากการตะโกนการเต้นเชียร์ของพี่ๆ ซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ได้รับแจกเอกสารที่เป็นปฏิทินกิจกรรมต่างๆ ของคณะและมหาวิทยาลัยเพื่อให้เตรียมตัว หลังจากนั้นอีกเกือบอาทิตย์ ก็จะมีจดหมายจากทบวงมหาวิทยาลัยแจ้งผลการสอบส่งให้ถึงที่บ้าน


    ทั้งนี้ แม้ประกาศผลสอบ Entrance แล้วไม่ใช่จะได้เรียน 100% เพราะจะต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ก่อน จึงจะถือว่าสอบผ่านครบตามที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งวันสัมภาษณ์อยู่ที่คณะกำหนด กว่าจะได้สัมภาษณ์ผู้เขียนก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมของคณะผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว 

     

     

     

     

     

     imageimageimage

     

     

    วันสัมภาษณ์ ก็แต่งชุดนักเรียน พี่เลี้ยงที่กลุ่มก็จะพาน้องๆ ขึ้นไปที่ห้องสอบไปสอบสัมภาษณ์ จำได้ว่าเป็นห้องเรียนยาวของคณะ มีโต๊ะสัมภาษณ์ที่มีอาจารย์นั่งอยู่โต๊ะละ 1 คน โต๊ะตั้งเป็นแถวทั้งซ้ายและขวา อาจารย์ท่านไหนสัมภาษณ์เสร็จ ก็จะเรียกนักเรียนคนใหม่เข้าไปสัมภาษณ์ ผู้เขียนจำได้แม่นว่าอาจารย์ที่สัมภาษณ์ผู้เขียน คือ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ (อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนปัจจุบัน) อาจารย์ถามสั้นๆ ไม่มาก ไม่นาน มี 1 คำถามอาจารย์ถามว่าทำไมเลือกเรียนกฎหมายที่ มธ. ก็ตอบไปว่าชอบ และตั้งใจเป็นลูกแม่โดมจริงๆ เพราะเลือกไว้ถึง 5 คณะ อาจารย์หัวเราะใหญ่ สัมภาษณ์แค่แป๊บเดียวก็เสร็จ

     

     

    หลังจากที่ประกาศผลสอบสัมภาษณ์แล้ว ประกาศติดที่คณะ ซึ่งเพื่อนๆ และพี่ๆ ทุกคนไม่ได้ตื่นเต้นเลย เพราะเราทำกิจกรรมด้วยกันไปเยอะแล้ว ต่อจากนี้ไปก็จะเป็นกิจกรรมต้อนรับเพื่อนใหม่ ซึ่งผู้เขียนจะขอเล่าในโอกาสต่อไป

     

    ขอขอบคุณทุกรูปภาพที่ download มาใช้ประกอบ blog นี้ทำให้เรื่องราวน่าอ่านและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

     

     

    (20 พฤษภาคม 2555)