Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 39 น้องเลี้ยง : เพื่อนใหม่

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 39 น้องเลี้ยง : เพื่อนใหม่

     

     

    image

     

     

    ช่วงที่นำเสนอ Blog นี้เป็นช่วงหลังจากประกาศผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่อยู่ในช่วงกิจกรรมต้อนรับนักศึกษาใหม่พอดี ที่ มจธ. คึกคักเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็ได้เห็นพี่เลี้ยงตามคณะต่างๆ ฝึกตีกลองซ้อมท่าเต้นเพื่อรับน้องกันอย่างสนุก ในปีนี้ ปีการศึกษาที่ 1/2555 เป็นปีแรกของ มจธ. และเป็นแห่งแรกๆ ของมหาวิทยาลัยไทยที่เปิดเทอมตามกำหนดสากลเพื่อรองรับการเข้าร่วมประชาคมอาเซียนในปี 2558 จึงเปิดเทอมในเดือนสิงหาคมแทนเดือนมิถุนายน ช่วงนี้ จึงได้ยินเสียงกลองต้อนรับน้องใหม่ ได้เห็นน้องใหม่มีป้ายชื่อแขวนคออยู่ท่ามกลางพี่เลี้ยงใส่กางเกงเลทำกิจกรรมมากมายตามภาควิชาต่างๆ บ่อยและถี่ขึ้น

     

     

    imageimageimage

     

     

    ผู้เขียนไม่ได้เป็นศิษย์เก่า มจธ. เมื่อเข้ามาทำงานที่ มจธ. ใหม่ก็ตื่นเต้นที่ได้รู้ได้เห็นถึงบรรยากาศการเรียนการสอนแบบวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่แปลกใหม่จากการเรียนสายสังคมที่คุ้นเคย การรับน้องของพี่ว้ากเกอร์ที่นี่ดุจัง โดยเฉพาะพี่เลี้ยงเสื้อเชิ้ตสีเลือดหมู ว้ากน้องดังมาก ! จึงรู้ว่าที่นี่รับน้องแบบ SOTUS ที่เป็นระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง เป็นการฝึกระเบียบ สอนให้เคารพกัน และรักกันฉันท์พี่น้อง ซึ่งผู้เขียนสอนวิชาหนึ่งได้ให้นักศึกษาเขียนเรียงความในหัวข้อ “ความประทับใจใน มจธ.” ทำให้รู้ว่าร้อยทั้งร้อยของนักศึกษาทุกคนเขียนเหมือนกันเลยว่าประทับใจในรุ่นพี่มากที่ให้การต้อนรับแสนอบอุ่น หลายๆ คนมาจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ ครั้งแรกก็หายเหงาเพราะพี่ๆ ที่น่ารักนี่เอง เห็นพี่น้องมดเขารักกันก็ภูมิใจจัง...

     

     

    imageimage

     

     

    สำหรับมหาวิทยาลัยอื่นๆ เท่าที่เคยฟังจากน้องจากเพื่อน แต่ละแห่งก็มีพิธีรับน้องที่ประทับใจแตกต่างกันไป บางแห่งก็รับน้องขึ้นดอย ต้องเดินขึ้นเขาขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลายแห่งก็มีการรับน้องที่ประทับใจ บางแห่งเคร่ดเครียดหรือหรือรุนแรงเกินไป

     

    ผู้เขียนขอเล่าเรื่องการต้องรับนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อหลายทศวรรษที่ผ่านมาให้ฟัง (อาจจะแตกต่างจากยุคปัจจุบันไปแล้วก็ได้) องค์การนักศึกษามหาวิทยาธรรมศาสตร์ (อมธ.) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่เรียกกิจกรรมต้อนรับนักศึกษาใหม่ว่า "รับน้อง" แต่เรียกว่า "รับเพื่อนใหม่" โดยถือว่านักศึกษาใหม่แตกต่างจากนักศึกษาเก่าเพียงแค่เข้ามาทีหลัง นอกเหนือจากนั้นแล้วนักศึกษาทั้งหมดมีสิทธิเท่าเทียมกันทุกประการ

     

    การรับเพื่อนใหม่มีตั้งแต่ระดับกลุ่มในคณะ หลังจากที่ประกาศผลสอบสัมภาษณ์แล้ว ได้รหัสนักศึกษาแล้ว ก็ถูกแบ่งกลุ่มหนึ่งกลุ่มจะมีนักศึกษาใหม่ 10 -15 คนเรียงตามรหัสนักศึกษา และมีพี่เลี้ยงของกลุ่มรวมตัวกันเป็นสิบกว่าคนด้วยเหมือนกัน แต่ละกลุ่มจึงเป็นกลุ่มใหญ่ ปีที่ผู้เขียนเข้าเรียนแบ่งชื่อกลุ่มเป็น 4 ชื่อ คือ U - M - P - S มาจากคำว่า University of Moral and Political Sciences ซึ่งเป็นชื่อเดิมของมหาวิทยาลัย คือ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ใน 4 กลุ่มใหญ่นี้จะแบ่งเป็นหลายกลุ่มเล็ก ผู้เขียนอยู่กลุ่ม M-5 มีพี่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นกรรมการในคณะกรรมการนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ (กศน.) โต๊ะประจำจึงอยู่ในห้อง กศน. และเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างซ่าหน่อย เมื่อไปไหนมาไหนหรือเมื่อรวมตัวกัน ทุกคนจะตะโกนว่า "โอ๋ย...M - Five" เสียงดังให้เป็นจุดสนใจ

     

     

    imageimage

    ขอให้เครดิตกับเพื่อนร่วมคณะ ชื่อ "กบฟู" เก็บของได้ดีมาก เป็นของที่ระลึกที่ได้แลกกันในวันต้อนรับเพื่อนใหม่ แม้จะไม่เห็นเสื้อกระดาษแขวนไม้แขวนเสื้อของกลุ่มผู้เขียนเลยก็ตาม

    แต่ก็ขอขอบคุณที่ส่งรูปแห่งความทรงจำมาให้เพื่อนนะ

     

     

    ก่อนเปิดเทอม พี่เลี้ยงที่กลุ่มก็นัดน้องๆ ให้มาเจอกันทุกวันเพื่อสร้างความสนิทสนมรู้จักกัน และช่วยกันประดิษฐ์ของที่ระลึกจำนวนหนึ่งเพื่อแลกกับเพื่อนกลุ่มอื่นๆ ในวันต้อนรับเพื่อนใหม่ที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น จำได้ว่ากลุ่ม "โอ๋ย...M - Five" ตกลงพับเสื้อกระดาษตัวเล็กใส่ไม้แขวนทำจากลวดสี แต่ก็ไม่ได้ถูกบังคับจากพี่ๆ ให้ต้องไปคณะทุกวัน ทำให้อยู่ช่วยงานที่บ้านได้มากขึ้น

     

     

    imageimageimage

     

     

    มหาวิทยาลัยจัดวันปฐมนิเทศ และ อมธ. จัดกิจกรรมต้อนรับเพื่อนใหม่ พี่ที่คณะพาเข้าหอประชุมใหญ่ แจกหนังสือเล่มหนาเล่มบางตั้งหลายเล่ม เห็นแล้วกระหายที่จะอ่าน ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติมหาวิทยาลัย คู่มือกฎระเบียบนักศึกษา บันทึกเหตุการณ์ 14 ตุลาคม ฯลฯ รายการในหอประชุมเริ่มจากมีวีดีทัศน์แนะนำมหาวิทยาลัย ดร.นงเยาว์ ชัยเสรี อธิการบดีสมัยนั้นกล่าวต้อนรับ (จำได้อยู่ประโยคหนึ่งว่าอยากให้นักศึกษาธรรมศาสตร์รักที่จะเป็นผู้เรียนรู้ตลอดเวลา แม้ถุงกล้วยแขกหรือป้ายข้างทางก็อาจมีอะไรให้อ่านและเป็นประโยชน์ได้) จากนั้นก็เป็นรายการบันเทิง พี่แอม เสาวลักษณ์ วงสาวสาวสาว เป็นพิธีกรบนเวทีร่วมกับรุ่นพี่ มีดนตรี มีการแสดง มีงิ้วธรรมศาสตร์ล้อเลียนการเมือง และปิดงานตอน 4 ทุ่มแบบโจ๊ะๆ ด้วยวงคาราบาว มันส์มากๆ

     

    จบพิธีในหอประชุม ก็เดินออกมาที่สนามบอล มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อมือโดยพี่เลี้ยงคณะเรา เพราะกลุ่ม "โอ๋ย...M - Five" ที่สุดซ่า ทุกคนในกลุ่มทั้งพี่เลี้ยงและเพื่อนใหม่ก็เอาถุงดำขนาดใหญ่มาสวมเพื่อสร้างเอกลักษณ์ แล้วก็เอาของที่ระลึกที่ทำขึ้น (เสื้อกระดาษใส่ไม้แขวนเสื้อลวดสี) ไปแลกกับเพื่อนใหม่ทั้งในคณะและต่างคณะที่เราเดินไปทำความรู้จัก คืนนั้น ไม่ได้กลับบ้าน เพราะดึกแล้ว คณะเปิดตึกให้นอนค้างได้ที่คณะเลย

     

     

    imageimageimage

     

     

    หลังจากเปิดเทอม คณะก็จัดพิธีต้อนรับเพื่อนใหม่ด้วย ตอนนั้น อ.ปรีชา สุวรรณทัต เป็นคณบดี และ อ.สุรพล นิติไกรพจน์ อ.สมคิด เลิศไพฑูรย์ และ อ.ณรงค์ ใจหาญ ก็พานักศึกษาพี่เลี้ยงและเพื่อนใหม่ในคณะไปที่สวนสนประดิพัทธ์ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมต้อนรับเพื่อนใหม่ ก็ถูกปิดตาลอดซุ้ม พี่ๆ เอาถุงทรายมาแขวนคอให้ ผัดแป้งที่หน้า เดินหรือคลานผ่านไปตามด่านต่างๆ แต่ละด่านให้ท่องบทกวีหนึ่งประโยคเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบังคับให้จำ ต้องท่องให้ฟังทั้งหมดเมื่อถึงด่านสุดท้าย ก็กลัวเหมือนกันเพราะจำไม่ได้เลย แต่พอถึงด่านสุดท้ายจริงๆ ก็ไม่ถูกบังคับให้ท่องอะไรเลย ตกตอนเย็นก็มีการแสดงลิเกของคณะ มีวงดนตรีลูกทุ่งด้วย ชอบหางเครื่องที่ซู้ดดด... (พี่ๆ ผู้ชายแต่งหางเครื่องเต้นน่ารักและตลกดี) แต่อาจารย์ก็ร้องเพลงลูกกรุงให้ฟัง อิอิ... สรุปได้ว่าการต้อนรับเพื่อนใหม่ไม่มีอะไรที่น่ากลัวหรือรุนแรงเลย

     

    เพิ่งสังเกตว่า ในยุคนั้นสมัยนั้น ไม่เคยเต้นท่าแปลกๆ ไม่มีการตีกลองร้องเพลง "ไก่ย่างถูกเผา" เลย มีแต่นั่งร้องเพลงเชียร์ ร้องเพลงมหาวิทยาลัยเท่านั้น จริงๆ... แต่ยุคนี้สมัยนี้ มหาวิทยาลัยทุกแห่งคงมีคงร้องและคงเต้นเหมือนกันแล้วล่ะ!!!

     

    จากนั้น เป็นการรับน้องโดยพี่เลี้ยงในแต่ละกลุ่มเอง กลุ่มใครก็กลุ่มใคร สำหรับกลุ่ม "โอ๋ย...M - Five" ไปบ้านรุ่นพี่ไปกินข้าว ร้องเพลงคาราโอเกะ พอเปิดเทอมก็เรียนหนังสือ ไม่มีกิจกรรมรับน้องอีกเลย แต่ก็ยังไปที่โต๊ะกลุ่มไปเจอพี่เลี้ยงและเพื่อนได้ตลอด ใครอยากแยกตัวไม่เข้ากลุ่มก็ได้

     

     

    imageimageimage

     

     

    ผู้เขียนอยากรู้จักคำว่าโซตัส (SOTUS) จึงลองค้นข้อมูลจาก Wikipedia ทำให้รู้ว่าเป็นตัวอักษรนำของคำ 5 คำในภาษาอังกฤษคือ

    · Seniority - การเคารพผู้อาวุโส

    · Order - การปฏิบัติตามระเบียบวินัย

    · Tradition - การปฏิบัติตามธรรมเนียมประเพณี

    · Unity - การเป็นหนึ่งเดียว

    · Spirit - การมีน้ำใจ

     

     

    เหมือนกับเหรียญสองด้าน ทุกอย่างย่อมมีข้อดีและข้อเสีย ระบบ SOTUS มีประโยชน์ มีจุดประสงค์ที่ชัดเจน เป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่และน้อง แต่ขึ้นอยู่กับผู้ที่นำไปใช้ หากนำระบบโซตัสไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง โดยกล่าวอ้างเพียงหลักการเคารพผู้อาวุโส และการปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งเป็นเพียง 2 ความหมายแรกของโซตัสเท่านั้น ก็จะก่อให้เกิดปัญหา สร้างความรุนแรง ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และเป็นการลวนลามนักศึกษาที่เข้าใหม่ได้

     

     

    ขอขอบคุณรูปทุกรูปที่ได้ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ต่างๆ ทำให้ Blog น่าอ่านและน่าสนใจยิ่งขึ้น

     

     

    (23 มิถุนายน 2555)

     

     

     

    เตือนความจำ

    วันที่ 24 มิถุนายน 2475 วันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (ครบ 80 ปีในปี 2555)

    วันที่ 27 มิถุนายน 2477 เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (ครบ 50 ปีเมื่อปี 2527 ซึ่งเป็นปีที่ผู้เขียนเข้าเรียน (โอ้โห เก่าแก่จัง!) รุ่นของผู้เขียนจึงเรียกกันว่า "เสือกึ่งศตวรรษ" เพราะคณะนิติศาสตร์ มธ. มีสัญลักษณ์เป็น "เสือเหลือง" เหมือนที่คณะรัฐศาสตร์ มธ. เป็น "สิงห์แดง" ซึ่งเพื่อนๆ ได้จัดเลี้ยงรุ่นขึ้นในวันเสาร์กลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี)

    วันที่ 10 ธันวาคม เป็นวันธรรมศาสตร์

    วันที่ 11 พฤษภาคม วันเกิดผู้ประศาสน์การ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศ.ดร.ปรีดี พนงยงค์ (ปี 2443)

    วันที่ 14 ตุลาคม 2516 เป็นวันมหาวิปโยค / วันแห่งสิทธิและเสรีภาพของประชาชนไทย

    วันที่ 6 ตุลาคม 2519 เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ วันฆ่านกพิราบ

     

     

     

    อ่านมาจนจบ ทำให้ผมรู้ว่า เรื่องราว มันยังมีอีกมากมาย

     

    และ ผมพอเดาอายุพี่ได้ด้วยแหละ :P

    Admin#2 2456 days ago

    กะแล้วว่าจะต้องเดาได้ !

    แต่เหมือนกันกับว่าเรื่องเล่านี้เพิ่งผ่านไปไม่นานมานี่เองนะ...แชมป์

    การเขียนเรื่องเล่าจากความทรงจำหรือจากประสบการณ์ตรง จะเขียนง่าย ไม่ต้องค้นคว้า ถ้านึกคิดอะไรได้ ก็จะเล่าให้ฟังนะ

    **ซ้ (Suang)** 2454 days ago