Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 40 ของกินเมืองเวียงจันทน์

    ุมสบายๆ ลำดับที่ 40 ของกินเมืองเวียงจันทน์

     

     

    คิดไว้ว่าจะเขียนเรื่องเรียนหนังสือใน blog เดือนสิงหาคม เพราะเดือนนี้ของปี 2555 เป็นปีแรกที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เลื่อนมาเปิดเทอม 1/2555 ในเดือนนี้ เพื่อรองรับการเข้าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ที่จะถึงนี้

     

     

    แต่ก็แพ้ทางตัวเอง พอดีมีเรื่องของกินเรื่องอาหาร ที่ชอบและถนัด จึงขอแซงคิวคุยเรื่องอาหารการกินของชาวลาว โดยเฉพาะคนใน "นครหลวงเวียงจันทน์" หรือชื่อเก่า "กำแพงนครเวียงจันทน์" สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว" ซึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวตามที่ตั้งใจและวางแผนล่วงหน้าไว้ (ก็วันหยุดยาว กลัวคนเยอะ) เส้นทางจากอุดรธานี ผ่านด่านหนองคาย ข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาว ขากลับลงหนองคายเพื่อทำงาน (สอน) ต่อ

     

     

    imageimage

     

     

    ไม่ขอเล่าเรื่องการเดินทางจากไทยไปเวียงจันทร์กับสถานที่ท่องเที่ยวในเวียงจันทน์ เพราะผู้เขียนได้ข้อมูลจากเว็บต่างๆ อย่างละเอียด ทำให้สามารถเดินทางเองคนเดียวได้อย่างง่ายมากๆ และได้เดินทางกับกลุ่มพี่ๆ เพื่อนๆ ด้วยทัวร์ก็สะดวกด้วย เป็นทริปที่ประหยัดไม่แพง ข้อมูลจากเว็บดีมาก แทบหลับตาเดินได้เลย ต้องขอบคุณชาวเว็บทุกเว็บทุกคน

     

    เที่ยวเวียงจันทน์รู้สึกปลอดภัย ผู้คนไม่น่ากลัว พูดภาษาไทยได้สบายมาก แต่ระวังเรื่องการต่อรองราคาค่ารถและซื้อของนิดหนึ่ง เพราะเห็นเป็นนักท่องเที่ยว และการเดินทางคนเดียวจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเดินทาง 2 คนขึ้นไปโดยเฉพาะค่าห้องพักและค่ารถ ค่าครองชีพก็แพง แม้จะแลกเป็นเงินกีบได้มาหลายแสนกีบก็ตาม

     

    ผู้เขียนขอเล่าเรื่องอาหารการกินในเวียงจันทน์ดีกว่า ก็ต้องสารภาพว่าอาหารที่จะเล่าก็มีเรื่องเล่าและคำแนะนำจากเว็บอยู่แล้ว ผู้เขียนไปหาร้านของกินก็ตามที่ชาวเว็บแนะนำนั่นล่ะ แต่ก็ขอเล่าในส่วนนี้ที่มีโอกาสลิ้มรสชาติด้วยตัวเองจริงๆ อย่างไรก็ตาม การเดินทางคนเดียว ทำให้กินได้ไม่มาก กินได้ไม่กี่อย่าง มีกระเพาะเดียว กินไม่ไหว เมื่อได้ไปกับกลุ่มพี่ๆ ทำให้ได้กินหลายอย่าง ก็ขอเล่าเท่าที่ได้ชิมได้กิน

     

     

     

    image

     

    สถานที่ท่องเที่ยวที่นครหลวงเวียงจันทน์ไม่ไกลกันมาก ส่วนใหญ่เป็นวัด เก่าแก่สวยงามมาก เดินถึงกันได้ ถ้าชอบเดิน แต่ของกินต้องหากันหน่อย

    ข้อมูลค่าใช้จ่ายทั่วไปในเวียงจันทน์

    - เงินกีบ 2,500 กีบ เท่ากับ 10 บาท

    - ค่ารถจัมโบ้ (สามล้อสกายแล็บ) ขึ้นอยู่กับระยะทางและจำนวนคนที่ไป ประมาณ 10,000-30,000 กีบ

    - ค่าห้องน้ำ 2,000 กีบ (หาที่เข้าฟรียาก ที่เห็นฟรีก็มีที่หอพระแก้วกับร้านอาหาร)

    - ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ประมาณ 3,000-5,000 กีบ

     

     

     

    imageimage

     

     

    ช่วงที่ไปเที่ยว เป็นวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา แต่ไม่มีโอกาสได้ตักบาตร ไม่มีพระสงฆ์มาเดินบิณฑบาตแบบหลวงพระบาง แต่ได้มีโอกาสเห็นเมื่อไปเที่ยววัด ก็ได้เห็นข้าวเหนียวในกระทงกระดาษเล็กๆ น่ารักและส่วนใหญ่ใส่ในเข่ง ตากแดดตากลมจนข้าวเหนียวแห้งแข็งแล้ว

     

     

     

     

    imageimage

     

     

    อาหารเช้าที่โรงแรมในเวียงจันทน์ที่ได้จองพักค้างคืน (iHouse New Hotel) แถวถนนน้ำพุ มีแค่เนี้ย!!! ขนมปังบาแก็ต 1 ชิ้นใหญ่ ไม่มีไส้ ให้ทาเนยและแยมสตรอเบอรี่ กินคู่กับชาหรือกาแฟ โรงแรมไม่ได้อบขนมปังเองด้วย ที่รู้เพราะเช้าวันนั้นได้แต่ดื่มชาไปพลางก่อน รอเกือบ 10 นาที พนักงานโรงแรมขี่รถเครื่อง (มอเตอร์ไซด์) เพิ่งมาถึงหิ้วถุงก๊อบแก๊บ 2-3 ถุงที่มีแต่ขนมปัง แล้วไปใส่ถาดเสิร์พมาให้กิน ที่จริงก็รู้อยู่แล้วว่าอาหารเช้ามีแค่นี้ เพราะเว็บบอกไว้ ก็ทำใจ นึกว่าจะแห้งๆ แข็งๆ ฝืดคอ กินไม่หมด แต่กลายเป็นว่าต้องขอชม อร่อย! เพราะกรอบนอก นุ่มใน กินเพลิน หมดไม่รู้ตัว และอิ่มได้เหมือนกัน

     

     

     

    imageimage

     

     

    อาหารฝรั่งในเวียงจันทน์ที่ได้มีโอกาสชิมอีก คือ scone จาก "ร้านกาแฟโจมา" (รูปของป้ายร้านโจมาอยู่ขวาสุดของรูปแรก) ตัวขนมไม่อร่อยแบบ scone ของอังกฤษ เนื้อแป้งไม่เหมือนต้นตำหรับ ร่วนมากไปหน่อย กินกับเนย (ยี่ห้ออิมพีเรียลของไทย!) ราคา 8,000 กีบ ส่วนกาแฟที่สั่งวันนั้นคือ mocca ปั่น อร่อยหอมมัน ไม่หวานมาก และแพง!!! จอกละ 20,000 กีบ

     

     

     

    imageimageimage

     

     

     

    ขนมปังอีกรูปแบบที่ได้ชิม เรียกว่า ข้าวจี่ ปาเต้ หาซื้อกินได้ในร้านอาหารบางร้านที่เวียงจันทน์ ส่วนรูปที่ถ่ายมาให้ดูนี้ เป็นร้านปาเต้ที่ด่านลาว ปาเต้ คือ ขนมปังบาแก็ต (อีกแล้ว!) ผ่ากลางทางยาว ขนมปังไม่ขาด ทาเนย ไส่หมู 4 อย่าง มีหมูสับ หมูยอ หมูแดง และหมูหยอง แทรกด้วยแตงกวาหั่นยาว มะละกอและแครอทขูดฝอยยาว และผักชี ตอนกินราดด้วยน้ำจิ้มสีส้มใสๆ หวานๆ อร่อยดีจ้ะ 1 ชุด (ขนมปัง 1 ชิ้นยาวหั่นครึ่งเป็น 2 ชิ้น) ราคา 120 บาท ถามคนขายจึงรู้มาว่าทุกร้านที่ขายปาเต้จะทำเหมือนกัน อาจแตกต่างกันเรื่องสูตรหมักหมูและน้ำจิ้ม

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    คราวนี้ มากินอาหารเวียดนามในเวียงจันทน์ ตามคำแนะนำจากชาวเว็บ ตั้งหน้าตั้งตาไปร้านชื่อ "เฝอแซ่บ" ขายก๋วยเตี๋ยวน้ำใส มีเนื้อวัวและเนื้อหมูให้เลือก สั่ง "ถ้วยน้อย" ก็ได้มาชามใหญ่มากแล้ว ขอบอกๆ อร่อยมากจริงๆ แซ่บอีหลีเด้อ ไม่กินจะเสียดายมาก โดยเฉพาะน้ำซุบ ใส หวานอร่อย แต่จำนวนชิ้นหมูและลูกชิ้นน้อยไป มีเครื่องปรุงพริกป่นน้ำตาลน้ำปลาแบบไทย แถมด้วยน้ำพริกเผากับกะปิ ที่น่าสนใจอีกอย่างคือผักแนมให้มาคนละกระเช้าเล็ก มีทั้งถั่วงอกดิบ ผักชีฝรั่ง ผักกาด ผักแพว และผักอื่นที่ไม่รู้จัก เด็ดมาชิมหมด 15,000 กีบ) สั่งเป๊บซี่ลาวมาดื่มด้วย (4,000 กีบ) ชาวเว็บบอกว่าโค้กจะแพงกว่าเพราะไม่มีโรงงานต้องนำเข้าจากไทย รวมแล้ว 19,000 กีบ ตอนเดินออกจากร้าน ก็ขอเดินโฉบไปดูคนทำเฝอ (ดูรูปกลาง หม้อน้ำซุบอยู่ตรงคนขายเสื้อสีฟ้า โต๊ะบังอยู่) โอ้โห...หม้อน้ำซุบใหญ่มากประมาณขนาดถังน้ำมัน 200 ลิตรสูงครึ่งใบ!!! (รูปแรกที่เห็นหลังคาโค้ง ป้ายเหลือง คือ ป้ายร้านเฝอแซ่บ อยู่เยื้องๆ ธนาคารกรุงเทพสาขาเวียงจันทน์)

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    มื้อเย็น หาร้านอาหารที่เว็บแนะนำอยู่แถวที่ท่องเที่ยว ก็เจอ "ร้านเวียงสะหวัน" ขายแหนมเนือง เป็นร้าน 2 ห้องแถว ไปคนเดียวเลยกินได้อย่างเดียวและต้องสั่งชุดเล็ก ตั้งใจสั่งปอเปี๊ยะทอดด้วย กะห่อกลับไปกินต่อที่โรงแรม แต่ขายหมดซะก่อน ก็ไม่เป็นไร

     

     

    ร้านนี้มีคนแนะนำให้กินสุกี้หม้อร้อนด้วย ก็ได้แต่มองคนโต๊ะข้างๆ กินแทน น้ำจิ้มแหนมเนืองร้านนี้อร่อย หน้าตาและรสชาติของน้ำจิ้มคล้ายกับที่ร้านอินโดจีนที่จังหวัดอุบลราชธานี ตัวลูกชิ้นหมูย่างก็หอมอร่อย ผักแกล้มก็เยอะมาก มีผักท้องถิ่นด้วย ได้ลองหมดทุกผัก ตอนกินก็วางผักกาด วางแผ่นแป้งใส ใส่เส้นขนมจีน ลูกชิ้นหมู พร้อมจานสมุนไพรหั่นเล็ก มีกล้วยดิบ กระเทียม มะเฟือง และพริกขี้หนู อิ่มมากเลย ราคา 18,000 กีบ ต้องเดินย่อยไป "แคมโขง" ก่อนกลับโรงแรม

     

     

     

    imageimage

     

     

    มีโอกาสได้ไปเวียงจันทน์กลุ่มใหญ่ขึ้นกับพี่ๆ อีกรอบตะหาก และครั้งนี้มีรถด้วย (ซื้อทัวร์ลาวแบบมีรถและคนขับรถ) เลยได้ชิมอาหารลาวที่ร้านอาหารสวยงามและไกลออกไป ร้านชื่อ "โขงวิว" คุณคำปันคนขับรถบอกว่าเจ้าของเดียวกับร้าน Good view ที่เชียงใหม่และถนนตกที่เมืองไทย ร้านอยู่ก่อนถึงสำนักงานอุตุนิยมวิทยา ไม่มีแนะนำในเว็บ เลยตื่นเต้นที่จะได้ไปได้ลองชิม พอถึงร้าน เห็นร้านอาหารสวย มีลมเย็นๆ ริมแม่น้ำโขง เห็นอีกฝั่งคืออำเภอศรีเชียงใหม่ของหนองคาย บรรยากาศร้านอาหารดีมาก กินตอนกลางวันเห็นวิวแม่น้ำดีกว่าตอนกลางคืน นั่งกินร้านนี้จ่ายเป็นเงินไทย ประมาณ 1,200 บาท ไม่แพงมาก อาหารอร่อยทุกอย่างเลย...

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    นอกจากเป๊บซี่ลาวแล้ว อาหารที่สั่งมื้อนั้น ประกอบด้วย...

    1.ออเดิร์ฟลาว (หมูยอ ไส้กรอกอีสาน หมูสามชั้นย่าง และไค (สาหร่ายแผ่นใหญ่) ทอดโรยงา กินกับผักแนมและน้ำพริก)

    2.กระยอสด หรือปอเปี๊ยะสด ใส้กุ้งเต็มคำมีหมูสับและผักสด น้ำจิ้มหวานอร่อย

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    3. ผัดผักบุ้งไฟแดงน้ำมันหอย ใส่พริกขี้หนูด้วย อร่อยเจ้า...

    4. ส้มตำลาวปลาร้า สีสรรไม่สวย แต่แซ่บหลาย แต่ภาพที่ถ่ายมาเห็นไม่ชัด เห็นแต่แคบหมูพองชิ้นใย้ใหญ่... (เป็นจานข้างๆ ในรูปเดียวกับผักบุ้งไฟแดง) สังเกตว่าเป็นเมนูที่สั่งทุกโต๊ะเลย แปลว่าแซ่บจริง!

    5. ปลาเนื้ออ่อนทอดกรอบทั้งตัวโรยกระเทียมเจียวแห้ง อร่อยอีกแล้ว...

    6. สุดท้ายคือต้มยำปลาคัง อร่อยรสชาติเดียวกับต้มยำไทยเลย ครบรส ซดแล้วคล่องคอชื่นใจอร่อยถึงใจจริงๆ

     

     

    image image

     

     

    ร้านอาหารข้างทางหรือร้านอื่นๆ ที่ไม่ได้กิน แต่ได้ถ่ายรูปมา ก็มีอีกมาก บางสถานที่หาของกินไม่เจอเลยก็มี ภาพแรกที่เห็นเป็นร้านขายขนมทอด มีกะหรี่ปั๊บ ขนมเหมือนไข่หงส์ และของทอดอื่นๆ ราคาชิ้นละ 1,000 กีบ ไม่แพง คนมุงซื้อเยอะมาก เป็นรถเข็นขายตอนเย็นใกล้ร้านแหนมเนืองเวียงสะหวัน แต่ไม่ซื้อชิมเพราะอิ่มจากแหนมเนืองมากเลย ท้องจะแตกแล้ว!

     

    รูปถัดมา ที่ด้านล่างของ "ประตูชัย" เวียงจันทน์ มีร้านอาหารขายด้วย มีโต๊ะนั่งกิน แต่ไม่ได้ซื้อชิม ไปได้ซื้อเสื้อยืดจากร้านขายของข้างบนตอนขึ้นไปประตูชัยแทน

     

     

     

    imageimage

     

     

     

    ตอนไปไหว้พระที่ "วัดสีเมือง" วัดที่มีหลักเมือง ก็จะเห็นรถเข็นขายของขายขนม ผลไม้ และมีแม่ค้าปูผ้าเรียงน้ำผึ้งขายเยอะเลย ส่วนที่ท่ารถเวียงจันทน์ (ขัวดิน - รูปถัดมาเป็นทางออก) ตอนไปเที่ยวคนเดียว รถ international bus มาจอดสุดสายที่นี่ และมาขึ้นรถกลับไทย ก็มีร้านขายของ ขายขนม และร้านอาหาร เหมือนท่ารถ บขส. บ้านเรา และมีแม่ค้าหิ้วถุงก๊อบแก๊บขายถั่วลิสงต้ม ผลไม้ ไข่นกกระทาต้ม และนมกล่องแช่น้ำแข็งในกระติกน้ำ

     

     

     

    imageimage

     

     

     

    ตรงข้ามกับท่ารถขัวดิน เป็น "ตลาดเช้า" ชื่อของห้างในนครหลวงเวียงจันทน์ เดิมขายของตอนเช้า แต่ตอนนี้ขายตั้งแต่เช้าจรดเย็น มีหลายอาคาร อาคารเก่าจะเหมือนคลองถมบ้านเรา อาคารที่สร้างใหม่เริ่มมีแอร์ด้วย แต่ไม่เย็นสดชื่น มีแค่บางจุด ระหว่างรอเวลาขึ้นรถกลับบ้านเรา เกือบ 2 ชั่วโมง ก็ไปเดินเล่น ตลาดเช้ามีขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายทอง ร้านขายของที่ระลึก และมีศูนย์อาหารที่ตึกใหม่ด้วย ต้องซื้อคูปองนะ แต่ไม่ได้กิน ได้แต่ไปนั่งรอและสังเกตบรรยากาศ และถ่ายรูป ไม่กล้าเปิดแฟลช กลัวผู้คนแตกตื่น ศูนย์อาหารบนห้างนี้คล้ายกับโรงอาหาร KFC ของ มจธ. เลย แต่โรงอาหารเราสะอาดและสว่างกว่า อาหารที่ขายเป็นข้าวแกง ลาว อาหารญวน และอาหารตามสั่ง

     

     

    ส่วนอีกรูป เป็นร้านอาหารที่อยู่แถวถนนเลียบแม่น้ำโขง เมืองเวียงจันทน์ ในตอนเย็น ไม่ได้กิน แต่ชาวเว็บบอกว่าก็ใช้ได้ ไม่แพงมาก ฝรั่งมานั่งกินเยอะ ข้ามถนนไปก็เป็นเหมือนถนนคนเดิน เป็นไนท์มาร์เก็ต ขายเสื้อผ้าของที่ระลึกในเต๊นท์สีแดงเยอะมากเลยยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา ถนนริมตลิ่งจะสูงกว่าถนนแถบร้านค้า ผู้คนมานั่งพักผ่อนตรงบันไดริมแคมโขง หลายคนวิ่งออกกำลังกาย ขี่จักรยาน เล่นสเก็ต และเต้นแอโรบิค ก็เดินเล่นไปเรื่อยจนถึงอนุสาวรีย์เจ้าอนุวงศ์ ก็รีบกลับโรงแรมเพราะเมฆฝนดำทะมึนกำลังมา คืนนั้น นอนหัวค่ำ หลับสบายเลย เพราะเมื่อยขา เดินเยอะมากๆ

     

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    ย้อนกลับมาที่เมืองไทย อยากเล่าเรื่องอาหารเหมือนกัน ก่อนไปเวียงจันทน์ ขึ้นรถที่ บขส. อุดรธานี เพราะตั๋วรถทัวร์รอบเช้าสุดตอน 8 โมงเช้าเต็ม!!! ต้องรอขึ้นรถอีกทีตอน 10 โมง ข้าวเช้ายังไม่ได้กิน ห้างเซ็นทรัลอุดรธานีก็ยังไม่ถึงเวลาเปิด ไม่อยากกินข้าวแถวท่ารถ ก็เลยเดินเล่นเที่ยวตลาดตอนเช้าบริเวณนั้น อยากกินอาหารเวียดนาม เข้าไปในตลาดหาไม่เจอ ไม่มีแผงขายอาหารเวียดนามแบบตลาดที่หนองคาย มีแต่ข้าวแกง ก็เดินเล่นเลยตลาดไป มองไปที่สีแยกอีกฝั่ง เห็นคนนั่งโต๊ะบนฟุตบาธเยอะ เดาว่าต้องเป็นร้านอาหาร เดินแฉลบไปดู ได้กินแล้ว อาหารเวียดนามที่ "ร้านโจ๊กยิ่งอุดม" เสียดายไม่ได้สั่งโจ๊ก ได้เชลล์ชวนชิม ไว้ไปใหม่ เช้าวันนั้น กินไข่กะทะ (ไข่ดาวคู่ ทอดเนยในกระทะเล็ก โรยหมูสับ หมูยอ กุนเชียง) เหยาะซ้อสแม็กกี้นิดหน่อยอร่อยเหาะ ขนมปังแป้งจี่ใส่ใส้กุนเชียงและหมูยอ กรอบนอกนุ่มใน และกาแฟเย็น อร่อยจัง สมใจอยาก ^^

     

    ขากลับจากนครหลวงเวียงจันทน์ มาลงที่ บขส. หนองคาย แล้วเดินไปเรื่อยๆ อยากเที่ยวเมืองหนองคาย ระหว่างทางเห็นร้านกาแฟน่ารักสีชมพู ชื่อ "หวานเย็น" อยู่ตรงข้ามศาลเจ้าปู่ย่า เลยแวะพักเหนื่อยวางเป้วางกระเป๋า สั่ง "ชาเย็นปั่น" 1 แก้ว เพิ่มพลัง เดินจนถึงโรงแรมที่พัก

     

     

    อีก 1 ร้านตอนเย็นที่ขอไปกินเอาประสบการณ์ที่ "ร้านแดงแหนมเนือง" อุตส่าห์มาถึงที่ที่จังหวัดหนองคาย ขอลองชิม เมนูมีแต่อาหารเวียดนามอย่างเดียว และมีไม่กี่รายการ น้อยมาก วันนั้นยังไม่หิวเท่าไร จึงไม่สั่งแหนมเนือง ข้าวเกรียบอ่อนหรือเฝอก็ไม่มี เลยสั่งกุ้งพันอ้อย กับกระยอทอด (ปอเปี๊ยะทอด) แทน ตะกร้าผักแกล้มมีแค่ 3 อย่าง ผักกาดหอม โหระพา และผักแพวเท่านั้น แต่ที่ขอชมคือผักแพวอ่อนมาก ยอดเล็กๆ สวยๆ หอมๆ เต็มตะกร้า ถ้าไปกิน 1 คนนั่งห้องแอร์ไม่คิดค่าแอร์ แต่ถ้าไป 2 คนขึ้นไปต้องจ่ายโต๊ะละกี่บาท จำบ่ได้ มื้อนั้นจ่ายไปสองร้อยกว่าบาท แพงเนอะ มื้อนั้นอิ่มมากๆ เลยอ่ะ!!!

     

     

    หนองคายมีร้านอาหารอร่อยเยอะ แต่ลืมถ่ายรูปมา ถ้าไปสอนนอกพื้นที่ที่หนองคายเมื่อไร จะแวะร้านเหล่านี้

     

     

    ถ้าเป็นมื้อเช้า ไม่กินที่โรงแรม ไม่จ่าย ขอกินอาหารพื้นถิ่นดีฝ่า อาจารย์ที่พาไปสอนจะพาไปกินโจ๊กร้านแถววัดหายโศก มีโจ๊ก ข้าวเปียกหรือก๋วยจั๊บญวน ต้มเส้น (วุ้นเส้นน้ำซุบใส่หมูยอ) ไข่กะทะ ข้าวจี่หมูยอกุนเชียง ฯลฯ มี 3 ร้าน เลือกเอา ชอบสั่งโจ๊กหมูสับใส่หมูยอ แซ่บ...  ทำให้มีแรงสอนได้ตลอดเช้าเลย

     

     

    ตอนเย็น นอกจากร้านอาหารแดงแหนมเนือง ร้านอาหารระเบียงริมโขง ร้านข้าวต้มดีดี และร้านอาหารต่างๆ ริมแม่น้ำโขงแล้ว ขอแนะนำร้านรถเข็นขายส้มตำตรงฟุตบาธบนถนนประจักษ์ โปรดสั่ง "ตำซั่ว" ใส่ปลาร้าและเส้นขนมจีน แซ่บอีหลี และมีขายไก่ย่างหมูย่างหมูทอดด้วย ใครที่ชอบกินหมูมันๆ ขอให้สั่ง "หมูสามชั้นทอด" ร้านนี้อร่อยจริงๆ รสอมเปรี้ยวเล็กน้อย ไม่บูดนะ จะคล้ายแหนมหน่อยๆ มีเกล็ดกรอบๆ เล็กๆ เดาว่าข้าวสวยเคลือบอยู่บนเนื้อหมูด้วย อร่อยจริงอร่อยจัง ส่วนรถเข็นร้านติดๆ กันก็ขายผัดไทย อร่อยเหมือนกัน แต่ตั้งร้านช้าไปนิด

     

     

     

    ขอขอบคุณรูปภาพแผนที่ที่ดาวน์โหลดมาจากเว็บไซต์ต่างๆ ทำให้ blog น่าสนใจมากขึ้น ส่วนรูปอาหารและที่เหลือทุกรูปนั้น เป็นผลงานของข้อยเองเด้อ!!!

     

     

     

    (28 สิงหาคม 2555)

     

     

    สงสัยต้องให้พี่ซ้วงพาตามไปกินแล้ว

     

    อาหารอร่อยๆ แบบนี้พี่ซ้วงจัดทริปพาชาว KM ไปชิม หน่อยดีกว่าพี่ ^^

    Admin#2 1899 days ago

    อยากรับปาก แต่ไม่มีโอกาสได้ชวนน้องๆ ไปซักที

    ไปเมืองไทยเรานี้แหละ ได้ทั้งเที่ยวและชิม สนุกและอร่อย อ้วนกันไปเลย...

    แต่กลัวว่าถ้าชวนไปจริงแล้ว อาจขอไปกับพี่เพียงครั้งเดียวแล้วคงเข็ดแน่ๆ เพราะเธอจะเดินเยอะ - ประหยัดไปถึงไหนเนี่ย!

     

    **ซ้ (Suang)** 1897 days ago

    1 people liked this comment.

    เดินได้พี่ แต่ขอเข้าคอร์สฟิตเนส ลดอานุภาพส่วนเกินบริเวณหน้าท้องก่อนนะพี่ :P

    รับรองไปไหน ไม่หวั่นเลยพี่ พุงพร้อมเราก็พร้อม

    Admin#2 1895 days ago

    มีพุงก็เดินได้ เดินเยอะจะได้ลดพุง (แต่กินเยอะก็อาจไม่ลด) แถมกล้ามเนื้อขาแข็งแรงเป็นโต๊ะบิลเลียดด้วย

    พี่คิดโปรแกรมเที่ยวได้เมื่อไร จะชวนแชมป์และทีมงาน KM ไปผจญภัยด้วยกัน

    **ซ้ (Suang)** 1881 days ago

    1 people liked this comment.