Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 42 หลังเวทีในวันพระราชทานปริญญาบัตร มจธ.

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 42 หลังเวทีในวันพระราชทานปริญญาบัตร

     

     

     

     

     

    มุมสบายๆ ลำดับที่แล้ว ได้พูดถึงเบื้องหลังวันซ้อมย่อยและวันซ้อมใหญ่ของบัณฑิต มจธ. ที่จะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สำหรับบทความนี้ จะพูดถึงวันงานพระราชทานปริญญาบัตรในวันจริงของบัณฑิต มจธ. ที่จบปีการศึกษา 2553 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2555 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

     

     

    imageimageimage 

     

    เนื่องจากงานพระราชทานปริญญาบัตรจัดในช่วงบ่าย จึงไม่ต้องเดินทางไปไบเทคแต่เช้ามืด ฝ่่ายอื่นๆ เช่น ฝ่ายบัณฑิต ฝ่ายต้อนรับ ฝ่ายจราจร ฯลฯ ได้เดินทางล่วงหน้าไปทำงานก่อนแล้ว ส่วนฝ่ายพิธีการรวมตัวกันประมาณสิบโมงกว่าขึ้นรถไมโครบัสของมหาวิทยาลัยไปที่ไบเทค ทุกคนแต่งตัวกันมาจากบ้านแล้ว โดยผู้ที่อยู่หลังเวทีก็แต่งชุดสูทและกระโปรงของมหาวิทยาลัย อาจารย์ที่ส่งปริญญาบัตรบนเวทีแต่งชุดปกติขาว พร้อมครุยวิทยฐานะ ทุกคนต้องติดบัตรหน้าอกสีแสดด้วย แสดงถึงการเข้าได้ทุกพื้นที่ของงาน เพราะฝ่ายพิธีการต้องอยู่ในห้องประชุมหลังเวที ใกล้พระองค์ท่านมากที่สุด

     

     

    imageimageimage

     

    เมื่อมาถึงไบเทค ก็ได้พบพี่ๆ น้องๆ บุคลากรและนักศึกษาในฝ่ายอื่นๆ อยู่ในส่วนงานของตนแล้ว ทั้งฝ่ายจราจรที่ร้อนแดดและเปียกฝนอยู่ภายนอกคอยอำนวยความสะดวกเรื่องที่จอดรถแก่บัณฑิตพ่อแม่ผู้ปกกครอง ฝ่ายบัณฑิตที่ต้องเช็คชื่อบัณฑิตแต่ละคณะว่ามาครบหรือไม่ ฝ่ายการเงินที่อยู่ช้น 2 ของงาน ก็รอให้ผู้ที่ช่วยงานทุกคนขึ้นไปรับเบี้ยเลี้ยง ฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็คอยให้ข้อมูลติดต่อประสานงาน ฝ่ายจัดเลี้ยงก็มีชากาแฟจัดให้กับผู้ทำงาน ปีนี้ พิเศษหน่อย ที่จัดชากาแฟให้ที่โต๊ะหลังเวทีเลย ทุกฝ่ายล้วนขยันขันแข็งเพื่อบัณฑิตของเรา

     

     

    imageimageimage

     

    ฝ่ายต้อนรับได้จัดวางเล่มสูจิบัตรงานพระราชทานปริญญาบัตรไว้ที่เก้าอี้ของผู้ติดตามสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ กับผู้บริหารที่อยู่บนเวที กับเก้าอี้ของอาจารย์และผู้บริหารที่อยู่แถวหน้าด้านล่างของเวที และติดชื่อที่เก้าอี้เพื่อเชิญอาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒินั่งประจำที่ที่กำหนด โดยสูจิบัตรที่เห็นหน้าปกเป็นพระสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเล่มนี้ก็เป็นเล่มเดียวกับที่ทำปกบุผ้านุ่มสีม่วงผูกโบว์ที่ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

     

     

     imageimageimage

     

    ผู้บริหารที่มาถึง เช่น นายกสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายบริหารที่ถวายสูจิบัตร จะมาซักซ้อมพิธีการตามลำดับและเพื่อความถูกต้อง รวมถึงผู้ที่ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ บัณฑิตที่นั่งรถเข็น และบัณฑิตพระภิกษุสงฆ์ (บัณฑิตพระภิกษุสงฆ์จะนั่งอยูในที่จัดเฉพาะที่ด้านข้างเวทีด้านใน) ก็จะมาซ้อมเพื่อความถูกต้องและเรียบร้อย ซึ่งจะซ้อมเป็นพิเศษก่อนเริ่มงาน ส่วนบัณฑิตปกติทุกคนก็ไม่ขึ้นมาซ้อมแล้ว เพราะได้ซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ไป 2-3 ครั้งแล้ว

     

     

    imageimageimage

     

    ส่วนฝ่ายพิธีการ อาจารย์ที่มีหน้าที่บนเวทีเพื่อรับปริญญาบัตรต่อจากหลังเวทีขึ้นไปบนเวทีก็ซ้อมกันอีกครั้ง บุคลากรและนักศึกษาที่อยู่ด้านหลังเวทีก็จะนำปริญญาบัตรออกจากกล่องมาเรียงบนโต๊ะเป็นกองๆ ละ 8 ปกที่ได้เรียงตามลำดับรายชื่อบัณฑิต โดยได้ตรวจรายชื่ออีกครั้งตามเล่มรายชื่อบัณฑิตที่ฝ่ายบัณฑิตได้เช็ครายชื่อที่ห้องเตรียมบัณฑิตเสร็จเรียบร้อยแล้วมาให้ เพื่อดึงปริญญาบัตรของบัณฑิตที่ไม่ได้มารับปริญญาออกจากกอง และเพื่อให้ปริญญาบัตรตรงกับรายชื่อของบัณฑิตที่อาจารย์ประกาศบนเวที

     

    ในปกปริญญาบัตรทุกปกจะมีกระดาษแผ่นเล็กสอดไว้เขียนว่าหากได้ปริญญาบัตรไม่ตรง ก็ให้มาเปลี่ยนในภายหลัง แต่ทุกปีที่ผ่านมา ไม่มีพลาด ชื่อตรงกับบัณฑิตที่รับกับพระหัตถ์ทุกคน

     

    (พานทองใหญ่ที่เห็นในรูปกลาง เป็นพานที่วางปริญญาบัตร 8 ปกโดยอาจารย์บนเวทีจะส่งกองปริญญาบัตรไปวางไว้บนพาน แล้วแต่ละคนจะหยิบกองปริญญาบัตรส่งต่อไปให้คนอื่นต่อ ส่งไปจนถึงคนสุดท้าย - มือหนึ่ง - ที่จะยื่นแต่ละปกถวายให้พระองค์ท่านถึงพระหัตถ์)

     

     

    imageimageimage

     

     

    ภาพแรก ถ่ายรูปจากบนเวที เห็นแถวเก้าอี้ของผู้ติดตามเสด็จ อยู่หลังที่พระที่นั่งที่ประทับ มองผ่านออกไปตรงช่องจะเห็นหลังเวทีที่ฝ่ายพิธีการได้จัดเรียงปริญญาบัตรไว้บนโต๊ะเรียบร้อย

     

    ในห้องประชุม ก็มองเห็นห้องประชุมโล่งกว้างกับเก้าอี้ของบัณฑิตที่ว่างเพราะยังไม่ได้ปล่อยแถวบัณฑิตเข้าห้องประชุม

     

     

     

    imageimageimage

     

    พระเก้าอี้บนเวที มองจากด้านหน้าเวทีและด้านหลังเวที

     

     

    imageimageimage

     

     

    บนโต๊ะบริเวณหลังเวทีอีกตัว จะจัดพานทองเล็กที่วางคำกล่าวของนายกสภามหาวิทยาลัย คำกล่าวของอธิการบดี และสูจิบัตรที่ปีนี้ รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายบริหารเป็นผู้ถวาย

     

    นอกจากนี้ ยังมีปากกาและสมุดเยี่ยมที่ฝ่ายพิธีการต้องจัดเตรียมไว้ให้พระองค์ท่านได้ทรงลงพระนาม

     

     

    imageimageimage

     

     

     

     

    สำำหรับพวงมาลัยข้อพระกรบนพานทองเล็กอีก 4 พาน ก็ได้สั่งทำจากสำนักพระราชวัง ตอนมาถึงหลังเวทีก็ยังอยู่ในถุงพลาสติก เมื่อแกะออกมาได้เห็นถึงความสวยงามละเอียดปราณีตมาก จึงต้องถ่ายใกล้ๆ ให้เห็นชัดๆ ถึงความสวยสดงดงามจริงๆ (เสียดายนิดเดียวตรงข้อต่ออุบะสีเขียวริมเหลืองที่ห้อยดอกอุบะสี่ห้าขานั้นทำจากพลาสติกสีเขียว นอกนั้นสวยหมด ร้อยจากดอกไม้จริงหมด) พวงมาลัยบนพานเหล่านี้ บุคลากรของฝ่ายพิธีการจะเป็นผู้ถือ โดยจะออกไปรอแถวอยู่ด้านหน้าอาคารไบเทค แล้วยื่นให้กับผู้บริหารถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

     

    เมื่อทรงพระดำเนินเข้ามาในไบเทคก็จะไปห้องเปลี่ยนเครื่องทรงเพื่อสวมครุย ในช่วงนี้ บุคลากรที่ถือพานพวงมาลัยก็จะรีบเดินเข้ามาในห้องประชุมเพื่อยืนถวายการต้อนรับตรงแถวผ้าปูพระบาทด้านข้างเวทีร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นๆที่ยืนเข้าเฝ้ารออยู่แล้ว ส่วนผู้บริหารก็จะรออยู่ที่หน้าห้องประชุมเพื่อเชิญเสด็จเข้าห้องประชุมและเดินแถวตามเข้ามาตามเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมี พวกเราฝ่ายพิธีการที่ยืนเขาแถวต้อนรับกับบัณฑิตแถวหน้าๆ ได้ถวายความเคารพ และเห็นพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด

     

     

     

    imageimage

     

    imageimage

     

     

    imageimage

     

     

    ย้อนกลับมาก่อนถึงเวลาพิธีการ บัณฑิตที่มาถึงไบเทคแต่เช้า ก็ได้เข้าห้องเตรียมแถวเพื่อเช็คชื่อ แล้วเดินออกไปที่โถงหน้าห้องประชุมย้อนกลับเข้ามาภายในห้องประชุม เดินไปแถวที่นั่งและเก้าอี้ที่กำหนด โดยมีน้องๆ นักศึกษายืนถือธง มจธ. แสดงความยินดีอยู่ด้านหน้าห้องประชุม และมีบุคลากรฝ่ายบัณฑิตตรวจตราดูแลความเรียบร้อย ตั้งแต่ห้องตรวจแถวไปจนถึงแถวที่นั่งในห้องประชุม (และทำหน้าที่รับฝากกระเป๋าเงิน โทรศัพท์มือถือ และอืนๆ ที่ติดตัวมาให้กับบัณฑิตด้วย)

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    เมื่อบัณฑิตประจำที่เรียบร้อยแล้ว และก่อนถึงกำหนดเวลาพระราชพิธีเล็กน้อย ได้มีพิธีการอัญเชิญพระมหามงกุฎจำลองที่ตั้งอยู่หน้าห้องประชุมเข้ามาภายในห้องประชุมเพื่อตั้งบนเวที โดยมีวงคอรัสของนักศึกษา มจธ. ร้องเพลงประสานเสียงเพลงมหาวิทยาลัย มีนักศึกษาชายหญิงในชุดนักศึกษาเรียบร้อยสวมถุงมือสีขาวอัญเชิญพระมหามงกุฎเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยก็เดินเข้าแถวตามเข้ามาด้วย โดยมีนักศึกษาถือธง มจธ. รอแถวอยู่ด้านข้าง

     

     

    เท่าที่ทราบ พิธีการอัญเชิญพระมหามงกุฎบนเวทีนี้เริ่มมีตั้งแต่งานพระราชทานปริญญาบัตรคราวที่แล้วเป็นครั้งแรก

     

     

    imageimageimage

     

    เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จขึ้นบนเวทีแล้ว พิธีการก็เริ่มต้น โดยนายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดีขึ้นกล่าว รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายวิชาการถวายสูจิบัตร จากนั้น พระองค์ท่านก็มอบปริญญาบัตรให้กับพระภิกษุสงฆ์ก่อน ซึ่งอาจารย์ผู้ชายฝ่ายพิธีการสองคนจะยืนรอถือพานปริญญาบัตรที่จุดมอบปริญญาบัตรพระสงฆ์เพื่อให้พระองค์ท่านมอบปริญญาบัตรแด่บัณฑิตพระภิกษุสงฆ์

     

    ทรงเดินกลับมาที่ประทับ อาจารย์ชายหญิงฝ่ายพิธีการก็จะเดินจากข้างเวทีถวายความเคารพขึ้นไปนั่งบนเวทีข้างพระองค์ตามลำดับ ส่วนพวกเราที่อยู่หลังเวทีก็ยืนประจำที่ ปฏิบัตงานตามที่ได้รับมอบหมาย

    • นำพานทองใหญ่ขึ้นเวที ส่งผ่านช่องด้านหลังให้กับอาจารย์ที่นั่งเรียงบนเวทีอยู่ข้างพระองค์
    • เรียงกองปริญญาบัตรตั้งแต่กองที่ 1 ตามลำดับไปเรื่อยๆ จนถึงกองสุดท้าย (มีเกือบห้าร้อยกอง) โดยแต่ละคนจะช่วยเลื่อนกองปริญญาบัตรทีละกอง เรียงเป็นแถว 1 แถว แต่ละคนจะช่วยส่งต่อและขยับกองปริญญาบัตรไปข้างหน้า เลื่อนขยับตามเลขลำดับของแต่ละกอง แถวเรียงหนึ่งยาวเหยียด เลื่อนขยับไปจนถึงคนที่ยืนอยู่หน้าช่องหลังเวที เพื่อส่งกองปริญญาบัตรแต่ละกองขึ้นไปให้อาจารย์ที่นั่งบนเวทีคนแรก อาจารย์บนเวทีจะส่งวางใส่พานยกต่อๆ กันให้กับคนถัดไป

     

     

    image

     

     

    ในช่วงเวลานี้ จะมีทหารตำรวจมาคอยสอบถามฝ่ายพิธีการว่าบัณฑิตรับไปกี่คนแล้ว ยังเหลืออีกกี่คน เพื่อเร่งเวลาหรือไม่ให้ช้าเกินตามหมายกำหนดการ และทหารตำรวจบางท่าน (บางคนใส่ชุดนอกเครื่องแบบ) ก็จะยืนอยู่หลังเวทีกับพวกเราด้วยเพื่อดูแลความเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัย

     

    ปีนี้เป็นปีแรกที่มีการพักพิธีการครึ่งเวลาเป็นเวลา 15 นาที พระองค์ทรงไปพักอิริยาบถข้างนอกห้องประชุม ส่วนบัณฑิตในห้องประชุมก็นั่งประจำที่เดิมอย่างเงียบเชียบเรียบร้อยดี เพียงเวลาไม่นาน ทรงกลับเข้าห้องประชุมมอบปริญญาบัตรให้ต่อ

     

     

    imageimageimage

     

     

    เมื่อปริญญาบัตรหมดกอง บัณฑิตที่นั่งรถเข็นคนสุดท้ายรับปริญญาบัตรไปแล้ว พระองค์ท่านทรงให้พระราชดำรัส ช่วงนั้นพวกเราฝ่ายพิธีการและฝ่ายบัณฑิตก็จะมายืนเข้าแถวส่งเสด็จกลับตรงแนวผ้าปูพระบาทสีแดงพร้อมกับบัณฑิตในห้องประชุมทุกคน จนสิ้นเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมี เสด็จขึ้นรถกลับแล้ว บัณฑิตในห้องประชุมก็ร่วมร้องเพลงมหาวิทยาลัย (พิธีการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง) 

     

    จากนั้น เป็นพิธีการอัญเชิญพระมหามงกุฎจำลองลงจากบนเวทีกลับออกจากห้องประชุมโดยนักศึกษากลุ่มเดิม แล้วบัณฑิตก็ทยอยออกจากห้องประชุมไปพบพ่อแม่ผู้ปกครองและเพื่อนฝูงเพื่อถ่ายรูปกัน (แต่วันนั้น หลังพิธีการ ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักมาก บัณฑิตและผู้ปกครองจึงได้แต่อยู่ภายในไบเทค)

     

     

     

    image

     

     

    เสร็จสิ้นพระราชพิธี บัณฑิตออกจากห้องประชุมแล้ว บุคลากรของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือก็มาเตรียมงานปริญญาบัตรให้พร้อมสำหรับวันรุ่งขึ้นต่อจาก มจธ. ส่วนพวกเราชาว มจธ. ก็เก็บพาน กล่องเปล่า ข้าวของต่างๆ ขึ้นรถกลับมหาวิทยาลัย (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังรับพระราชทานปริญญาวันแรก สำหรับ มจธ. รับวันที่ 2 และ มจพ. รับวันสุดท้าย ปีนี้ พระองค์ท่านเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรให้มหาวิทยาลัยละ 1 วัน)

     

    วันพระราชทานปริญญาบัตรเป็นวันที่บัณฑิตและผู้ปกครองมีความสุขที่สุด เป็นวันประสบความสำเร็จด้านการศึกษา และยังได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิดด้วย  

     

     

    เมื่อก่อนสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ทั้ง 3 แห่งเคยจัดงานพระราชทานปริญญาบัตรที่สวนอัมพร ผู้เขียนจำได้ว่าเคยไปช่วยงานพระราชทานปริญญาบัตร 1 ครั้ง อยู่ฝ่ายเลขานุการ ทำหน้าที่เตรียมอาหารจัดเลี้ยงที่สวนองุ่น อยู่ด้านนอกของอาคาร จึงไม่เคยเห็นการทำงานของฝ่ายอื่นๆ 

     

     

    สำหรับการรับพระราชทานปริญญาบัตรของ มจธ. เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2555 เป็นงานของบัณฑิตที่จบเมื่อปี 2553 แต่งานปริญญาบัตรเลื่อนออกไปไม่ได้จัดในปี 2554 เพราะติดน้ำท่วม ส่วนวันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2556 ที่จะถึงนี้ จะเป็นงานของบัณฑิตที่จบการศึกษาปี 2554 ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ด้วย

     

     

    รูปทุกรูปที่นำมาลง blog นี้ ได้ถ่ายไว้โดยถือโอกาสจากจังหวะที่ว่างจากหน้าที่หลังเวทีไปเก็บบันทึก และในช่วงของพิธีการ ก็ได้ขออนุญาตบันทึกภาพการทำงานเบื้องหลังเวทีจากทหารตำรวจที่ดูแลอยู่ด้านหลังเวทีเรียบร้อยแล้ว

     

     

    (8 ธันวาคม 2555)

     

     

     

    ละเอียดสุดๆ กด like ให้เลยค่ะพี่ซ้วง Wink

    SecretaryBird 2227 days ago

    ขอบคุณๆ SecretaryBird สำหรับการกด like นะจ๊ะ ปกติจะมีน้องแชมป์ผู้ดูแล blog เป็นคนกด like ให้กำลังใจในทุก blog

    รู้ว่าเป็นแฟนคลับมานานแต่เพิ่งปรากฏ คงถูกใจเพราะร่วมทำงานหลังเวทีงานพระราชทานปริญญาบัตรด้วยกัน

    ไว้ (น้องฐา) เขียนเรื่องการส่องนกดูนกให้อ่านบ้างนะ หรือจะพูดออกเวทีงาน KM เลยก็ได้ อยากฟังจ้ะ

    **ซ้ (Suang)** 2223 days ago

    ตอนต่อของลำดับที่ 42 ขอเป็น 42.1 ละกัน ชื่อตอนว่า "'พิธีการพระราชทานปริญญาบัตรปรับใหม่เล็กน้อย เริ่มปี 2556"

    ในงานพระราชทานปริญญาบัตรของบัณฑิตพระจอมเกล้าสามสถาบันที่จบการศึกษาในปี 2554 และรับพระราชทานปริญญาบัตรเมื่อวันที่ 28-29 มกราคม 2556 โดย มจธ. รับปริญญาบัตรในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2556

    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มาพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตเช่นเดิมเหมือนทุกปี แต่ก่อนหน้านี้ที่พระองค์ท่านทรงเข้ารับการผ่าตัด ทางสำนักพระราชวังจึงได้มีการปรับเปลี่ยนการรับปริญญาบัตรของบัณฑิตบางส่วน มีการซักซ้อมพิธีการกันใหม่เล็กน้อย สรุปสั้นๆ ได้ดังนี้

     

    **ซ้ (Suang)** 2174 days ago

     

    1. การส่งปริญญาบัตรให้กับพระองค์ และการเอางานของบัณฑิต

     

    imageimage

    รูปพระเก้าอี้และพระเขนยที่ส่งปริญญาบัตรปี 2555 และปี 2556

     

    สังเกตว่าพระเก้าอี้และพระเขนยของทั้ง 2 ปีเหมือนกันเลย ไม่แตกต่าง แต่วิธีการส่งปริญญาบัตรของอาจารย์ฝ่ายพิธีการที่นั่งข้างพระองค์จะเปลี่ยนไปเล็กน้อย

    เดิม ปีที่ผ่านมา : พระองค์จะยื่นพระหัตถ์รับปริญญาบัตรจากอาจารย์มือหนึ่ง แล้วส่งปริญญาบัตรให้กับบัณฑิต ซึ่งบัณฑิตจะต้อง "เอางาน" ก่อนรับปริญญาบัตรจากพระองค์ โดยที่จังหวะการก้าวเดินบนเวทีของบัณฑิตก็ก้าวทีละก้าวแล้วหยุดตามจุด

    ใหม่ ปีนี้ : อาจารย์มือหนึ่งจะต้องวางปริญญาบัตรไว้บนพระเขนยแล้วเลื่อนไปด้านข้างทางซ้ายให้ใกล้พระองค์ท่าน เพื่อให้พระองค์จับใบปริญญาบัตรและดันไปข้างหน้าให้กับบัณฑิต และบัณฑิตสามารถยื่นมือมารับปริญญาบัตรจากพระองค์ท่านได้เลย โดยไม่ต้อง "เอางาน" นอกจากนี้ ยังมีจังหวะการเดินบนเวทีของบัณฑิตด้วย โดยการก้าว "ซ้าย-ขวา-ชิด" ตลอด

    **ซ้ (Suang)** 2174 days ago



    2. จำนวนปริญญาบัตรต่อหนึ่งกอง

     

     

    imageimage

    รูปภาพกองปริญญาบัตรปี 2555 (กองละ 8 เล่ม) และ ปี 2556 (กองละ 5 เล่ม)

    เดิม ปีที่ผ่านมา : มจธ. จัดปริญญาบัตรกองละ 8 เล่ม แล้วค่อยๆ เลื่อนส่งขึ้นไปบนเวทีทีละกอง 

    ใหม่ ปีนี้ : มจธ. ได้ดำเนินการตามคำแนะนำของสำนักพระราชวัง โดยลดจำนวนปริญญาบัตรในแต่ละกองลง ให้เหลือกองละ 5 เล่ม เพื่อความสะดวกแก่อาจารย์มือหนึ่ง ที่มือซ้ายถือ 5 เล่มได้สะดวก ไม่ร่วงหล่น และมือขวาก็หยิบจากมือซ้ายทีละเล่มไปวางไว้บนพระเขนยแล้วเลื่อนไปให้พระองค์ท่าน

    **ซ้ (Suang)** 2174 days ago


    เรื่องอื่นๆ ที่แตกต่างจากปีที่แล้ว แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงจากสำนักพระราชวัง
     
    imageimage

     

     

    ยังจัดงานพระราชทานปริญญาบัตรที่เดิม คือ ศูนย์การประชุมไบเท็ค แต่ห้องประชุมที่จัดพิธีการเปลี่ยนไป เพราะห้องเดิมต้องเตรียมจัดงานอื่นที่ได้จองไว้นานแล้ว งานพระราชทานปริญญาบัตรในปีนี้ จัดที่ห้องข้างล่าง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และบัณฑิตต่างก็ต้องเดินลงบันไดจากอาคารมาที่ห้องประชุม ซึ่งทางเข้าและตำแหน่งเวทีเปลี่ยนไป ทำให้คนทำงานไม่คุ้นเคย หลงทิศไปเหมือนกัน

     

    imageimage

    ปกสูจิบัตรของปี 2555 กับปี 2556 มีการเปลี่ยนแปลงสีสรรค์และเปลี่ยนรูปภาพ สวยงามทั้งสองปีเลย 

    (2 กุมภาพันธ์ 2556)

    **ซ้ (Suang)** 2174 days ago