Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 44 (พยายามเป็น) อาหารสิงคโปร์

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 44 (พยายามเป็น) อาหารสิงคโปร์

     

     

     image

     

    สิงคโปร์เป็นประเทศหนึ่งในประชาคม ASEAN และเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเพียงประเทศเดียวใน ASEAN เป็นเกาะเล็กๆ  มีประชากรและวัฒนธรรมผสมของชาวจีน ตามด้วยชาวมาเลย์ ชาวอินเดีย และอื่นๆ อัตราการแลกเปลี่ยนเงิน 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) เท่ากับ 25 บาทไทย (THB) ค่าครองชีพแพง!

     

     

    imageimage

    สองรูปนี้ได้ถ่ายไว้เมื่อตอนไปเที่ยวแบบผจญภัยเองเมื่อปี 2550 ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ (Singapore Flyer) ตึกเรือบนยอดตึกคู่ ตึกรูปส้มโอปลอกเปลือก สะพานเกลียวคนข้ามยังสร้างไม่เสร็จ

     

     

    imageimage

    สองรูปนี้ได้ถ่ายไว้ตอนไปดูงานเมื่อเดือนมกราคมปีนี้เอง (255) ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ (Singapore Flyer) ตึกเรือบนยอดตึกคู่ ตึกรูปส้มโอปลอกเปลือก สะพานเกลียวคนข้ามสร้างเสร็จแล้ว สวยงามอลังการภายในไม่กี่ปีจริงๆ

     

     

    สถานที่น่าสนใจส่วนใหญ่อยู่ใจกลางเมืองรอบๆ แม่น้ำสิงคโปร์ เช่น Marina Bay ที่ตั้งของ Merlion (ครึ่งล่างเป็นปลา ครึ่งบนเป็นสิงโตพ่นน้ำ)  Clarke Quay, Boat Quay, ย่าน China Town ย่าน Little India และย่านช็อปปิ้ง บนถนน Orchard

     

    ด้วยความหลากหลายทางชนชาติ ก็ทำให้ความเป็นอยู่และอาหารมีความหลากหลายไปด้วย การสร้างเอกลักษณ์ของประเทศนี้จึงต้องสร้างขึ้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวก็ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ต้องสร้างขึ้นใหม่ เคยดูข่าวต่างประเทศในช่วงที่รัฐบาลสิงคโปร์จะเปิดรับแรงงานชาวต่างประเทศและเกิดการต่อต้านของคนสิงคโปร์ที่เกรงว่าจะทำให้เชื้อชาติความเป็นสิงคโปร์ลดนอยลง คนสิงคโปร์ในข่าวพูดถึงอาหารด้วย ซึ่งอาหารประจำชาติที่ชาวสิงคโปร์กำหนดนั้น ลองสังเกตดู ก็จะเป็น "อาหารจีน" เสียส่วนมาก

     

    ไหนๆ ก็ได้เคยไปประเทศสิงคโปร์มา 2 ครั้งๆ แรกไปผจญภัยเองเมื่อปี 2550 ห่างกัน 6 ปีก็ได้มีโอกาสได้ไปดูงานที่ Nanyang Technological University ปี นี้เอง (2556) ก็ขอรวบรวมเรื่องอาหารการกินของคนสิงคโปร์ที่ผู้เขียนประสบพบชิมมาให้แฟนๆ ชาว Blog ที่เคยไปและที่ไม่เคยไปลองอ่านเล่นๆ เป็นหัวข้อเพื่อต้อนรับการเป็น AEC (ASEAN Economics Community) ที่จะเกิดขึ้นในปี 2018 นี้ (อันที่จริง ชอบที่จะนำเรื่องอาหารมาเล่ามากกว่า)

     

     

     imageimageimage

     

     

    อาหารในกลุ่มประเทศ ASEAN ด้วยความบังเอิญ ผู้เขียนได้เคยเขียนบทความเกี่ยวกับอาหารของประเทศลาว คราวที่ไปเวียงจันทร์มาแล้ว ก่อนหน้านี้ก็เคยไปเที่ยวประเทศพม่าด้วย แต่ไม่ได้กินอาหารท้องถิ่นเพราะไปกับทัวร์ ได้กินแต่อาหารดีๆ ที่ร้านอาหาร เป็นอาหารจีน (เป็ดปักกิ่ง สลัดกุ้งมังกร) อาหารไทย มีอาหารที่ทัวร์ถูกหน่วยงานของรัฐในประเทศพม่าบังคับให้ต้องพานักท่องเที่ยวไปกินที่ "ภัตตาคารการะเวก" ด้วย (เป็นร้านอาหารบนเรือ หัวเรือเป็นนกการเวกในวรรณคดี) เป็นบุฟเฟ่ต์ มีการแสดงนาฏศิลป์ของพม่าด้วย ซึ่งอาหารจืดๆ เฉยๆ ค่อนไปทางไม่อร่อย และเสียดายจังที่ไม่มีโอกาสไปเดินตลาดแบบเกาะติดชีวิตชาวพม่าแท้ๆ

     

     

    imageimageimage

     

    กลับมาที่อาหารสิงคโปร์ ถ้าจะเอ่ยถึง "ข้าวมันไก่สิงคโปร์" ก็พอจะร้อง "อ๋อ" ได้บ้าง ก็อร่อยไปอีกแบบ แต่ความอร่อยคุ้นลิ้น ผู้เขียนชอบข้าวมันไก่ของบ้านเรามากกว่า ข้าวมันไก่ของไทยและสิงคโปร์มีที่มาจากข้าวมันไก่ของคนจีนไหหนาน (ไหหลำ) ทั้งนั้น แตกต่างกันตรงที่น้ำจิ้ม ที่สิงคโปร์มีน้ำจิ้มหลายแบบมากกว่าของไทย เสิร์พให้ทุกแบบเลย (แต่ของไทยเพียงแบบเดียวก็แซ่บกลมกล่อมกว่าเยอะ) หากอยากทำกินเองที่บ้าน ก็มีเครื่องปรุงรสสำหรับหุงข้าวมัน ขายเป็นขวดเป็นซองด้วย (คนท้องถิ่นบอกว่าคนสิงคโปร์รุ่นใหม่ไม่ค่อยทำอาหารกินที่บ้าน เพราะความจำกัดในพื้นที่อาศัย ซื้อกินมากกว่า)

     

    ผู้เขียนได้กิน "ข้าวมันไก่สิงคโปร์" บนชั้น 2 ของ Office แถว Orchard Road ไม่ได้ไปกินในร้านอร่อยหรือเจ้าเก่าตามที่หนังสือแนะนำ ก็อร่อยดี เสียแต่ทีนั่งน้อยไปหน่อย ต้องจองโต๊ะกันแบบเก้าอี้ดนตรีเลย

     

     

    imageimage

     

     

    ถ้าแฟน Blog ยังไม่เคยลิ้มชิมรส "ข้าวมันไก่สิงคโปร์" ตอนนี้มีร้านเปิดที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7 แล้ว ชื่อร้าน "Orchard"  ก็ได้เคยไปชิมมาแล้ว เป็นข้าวมันไก่สไตล์ที่ขายในสิงคโปร์จริงๆ เสิร์พมาเป็นถาดใหญ่ ประกอบด้วย ข้าวมัน เนื้อไก่สับเป็นชิ้น น้ำจิ้มหลายถ้วยเล็ก และน้ำซุบ ชุดหนึ่งเกือบ 200 บาท ราคานี้ไปกินข้าวมันไก่ตอนประตูน้ำหรือแถววัดสุทธิฯ ที่อร่อยๆ ของไทยได้ตั้งหลายจาน! 

     

     

    imageimage

     

     

    อาหารจานต่อมา เคยดูในรายการทีวีที่ชาวสิงคโปร์พยายามกำหนดให้เป็น "อาหารประจำชาติสิงคโปร์" อีกจาน ก็คือ "ปูผัดพริก" ตามรูปภาพ ไม่เหมือนปูผัดพริกแกงหรือปูผัดผงกระหรี่แบบบ้านเรา รสชาติจะออกหวานมีกลิ่นซอสมะเขือเทศมากกว่า น้ำราดก็เข้มข้นดี จะกินกะข้าว หรือใช้หมั่นโถวนึ่งหรือทอดบิไปจกน้ำราดก็อร่อยเหมือนกัน แต่คนไทยจะไม่คุ้นรสชาตินี้ รสชาติที่แปลกและแตกต่างนี้อาจยกให้เป็นอาหารประจำชาติของสิงคโปร์ก็ได้ (มั้ง!)

     

    ที่แตกต่างมากคือ ขนาดของปู หย่ายยยยยยยมั่กๆ (ใหญ่จริง) ใช้ฟันแทะไม่ได้ มิฉะนั้น ฟันจะบิ่นหรือหักแน่ๆ ร้านอาหารจะเตรียมที่กระเทาะเปลือกปูไว้ให้ และคนที่กิน ก็ต้องผูกเอี๊ยมกระดาษกันเปื้อนด้วย แม้ดูตลกแต่ก็จำเป็นเพราะเอี๊ยมนี้ได้ช่วยรักษาความสะอาดให้ผู้เขียนมาแล้ว ตอนกินต้องหยิบกินด้วยมือ ไม่งั้นจะไม่ได้กินเนื้อปู ก็ยังลื่นทำชิ้นปูตกใส่ตัว พอมีเอี๊ยมก็เลยไม่ทำให้เสื้อเปื้อน อิ่มแล้วไปเดินเที่ยวต่อได้โดยเสื้อไม่เลอะ ไม่มีกลิ่น ไม่อายใคร ^^

     

    (ผูกเอี๊ยมกระดาษในร้านอาหารแบบนี้ ทำให้คิดถึงตอนไปกินราเมงที่ญี่ปุ่น ช่วยเหลือได้จริงๆ เพราะตอนซู้ดเส้นบะหมี่เข้าปากก็ได้ช่วยป้องกันน้ำซุบกระเด็นใส่เสื้ออย่างได้ผลดีจริงๆ)

     

     

    imageimageimage

     

     

    ไปถิ่น Chinatown ตอนกลางวันมีของขายตามร้านเยอะแยะ พอตกเย็นประมาณ 4-5 โมงเย็น เห็นกับตาว่ามีการปิดถนนขนาดสองเลน ร้านอาหารรถเข็นแบบบ้านเรามาตั้งทั้งสองฝั่งข้างถนน มีทั้งอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา หมูสะเต๊ะ (ประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ต่างก็มีหมู-ไก่-เนื้อสะเต๊ะเหมือนกัน) ฯลฯ  แล้วก็ตั้งโต๊ะเต็มบนถนนอย่างเป็นระเบียบ โต๊ะยังไม่ทันตั้งครบ ลูกค้าส่วนมากที่เห็นเป็นคนทำงานก็นั่งจองกันแล้ว ใครใคร่กินร้านไหนก็ไปสั่ง จ่ายเงินแล้ว ถือเอามากินที่โต๊ะเอง เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งกินข้าวกลางถนนหลวงจริงๆ!

     

    มื้อเย็นของอีกวันลองเดินเล่นเดินเที่ยว ก็ได้ไปกินข้าวที่ใต้แฟลตใต้อพาตเมนท์ คล้ายกับร้านอาหารใต้หอหญิงของ มจธ. แต่ร้านอาหารเยอะมากทั้งสองฝั่ง ส่วนใหญ่เป็นอาหารจีน ก๋วยเตี๋ยวน้ำ ข้าวต้มปลาอร่อยดี ทีแรกเห็นน้ำซุบขุ่นๆ แต่รสชาติโอ (เค) ทีเดียว ก๋วยเตี๋ยวผัด (ฉาก๋วยเตี๋ยว-ภาษาจีนแต้จิ๋ว) ไก่ทอดก็อร่อย แต่ใช้น้ำมันค่อนข้างดำทำให้ได้ไก่ทอดผิวดำ ก๋วยเตี๋ยวผัดก็ใส่ซีอี๊วซะดำ คนรักสุขภาพคงไม่กล้ากิน ก็ดีใจนะที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดการกินแบบคนสิงคโปร์จริงๆ ไม่คิดว่าใต้ตึกต่างๆ จะมีอาหารอร่อยๆ ราคาไม่แพงอยู่ด้วย

     

     

     imageimageimage

     

     

    ที่สนามบิน Changi ของสิงคโปร์ ได้กินอาหารจีนชื่อร้าน Ruyi อยู่ชั้นผู้โดยสารขาออก ก็หาของกินก่อนเข้าที่พักซึ่งดึกแล้ว และก่อนกลับบ้านเราก็กินข้าวเที่ยงรองท้องก่อนขึ้นเครื่อง Low cost ที่จะไม่มีอะไรให้กิน เข้าไปในร้าน ดูเมนูอาหารก่อน แล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์ แบบ canteen ฝรั่ง บอกหมายเลขอาหารที่อยากสั่งกิน กับเครื่องดื่ม  แล้วเดินเลื่อนไปชำระเงิน ขยับอีกนิด อาหารก็มาเสิร์พใส่ถาด เรายกมาที่โต๊ะกินได้เลย สะดวกดี วันนั้นได้สั่งกินบะหมี่เกี๊ยวหมูแดง เกี๊ยวตัวโต หมูแดงหอมๆ น้ำซุบใส เส้นบะหมี่แข็งเล็กน้อย ส่วนขากลับก็สั่งข้าวหน้าหมูสามชั้นผัดผงพะโล้แบบแห้งๆ จืดๆ มีผักกาดดองไม่เปรี้ยวเลยหั่นซอยเคียงมาด้วย แต่ข้าวที่ร้อนๆ นุ่มๆ ก็พอทำให้เจริญอาหารได้ เครื่องปรุงมีแค่ chilli paste ในซองพลาสติก เอามาเติมช่วยให้อร่อยขึ้นได้

     

     

    imageimageimage

     

     

    ร้านอาหารบนเกาะ Sentosa มีมากมาย ซึ่งเกาะนี้ก็เหมือนกับเมืองสวนสนุกมากกว่า มีศูนย์อาหารตามจุดตามสถานี มีร้าน KFC ที่ราคาไม่แพง มีเบอร์เกอร์ไก่ย่างตามรูปด้วย ซึ่ง KFC ที่บ้านเรามีขายแต่ไก่ทอด ส่วนร้านอาหารรูปริมสุดตามรูปภาพเป็นร้านขายของทอด จำพวกไก่ทอดเสียบไม้ ลูกชิ้นชุบแป้งทอด ฯลฯ ไม่ได้อุดหนุนแค่ขอถ่ายรูปมาให้ดู

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    ไปสิงคโปร์ครั้งล่าสุด ได้ยินมาว่าคนไทยชอบของฝากจากสิงคโปร์เป็นข้าวโพดคั่ว (Popcorn) ยี่ห้อ Garrett รู้สึกแปลกใจ และมีขายแค่ในเมืองแถว Orchard กับที่ Sentosa แถว Universal Studio ผู้เขียนได้ไปซื้อมาชิม มีทั้งแบบกระป๋องและใส่ถุงกระดาษ ข้าวโพดคั่วรสเค็มจะหอมชีส แบบหวานก็มีคาราเมลเข้มข้น แบบรสชาติอื่นๆ ก็มี แต่ราคาแพงอ่ะ และมารู้ว่าเป็นข้าวโพดคั่วสัญชาติอเมริกัน จากชิคาโก ที่มาเปิดร้านที่สิงคโปร์ ได้ลองได้ชิมแล้วได้ประสบการณ์ คงพอแล้ว!

     

     

     

    imageimageimage

     

     

    มื้อเย็นของวันหนึ่งที่ได้กิน "ปูผัดพริก" ที่ร้าน Palm Beach ทำเลดีเชียว อยู่ใกล้ๆ Merlion เพียงไม่กี่ก้าว ร้านกว้างขวางสะดวกสบาย อาหารบนโต๊ะน่ากิน มีหนังปลากรอบราดน้ำจิ้มสามรสกับผักเคียงวางไว้ให้ทุกโต๊ะ อาหารวันนั้น นอกจากปูผัดพริกแล้ว ยังได้สั่งผัดผัก กุ้งทอด เต้าหู้ทรงเครื่อง ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า (โหฝั่น) อร่อยดี มื้อนี้กินหรู ราคาดุเดือด

     

     

    imageimageimage

     

     

    เจ้าถิ่นเล่าให้ฟังว่าถ้าไปกินแถว Boat Quay และ Clarke Quay (Quay อ่านออกเสียงว่า "คีย์" นะจ๊ะ แปลว่าท่าเรือ) จะมีร้านอาหารเพียบ ราคาอาจย่อมเยากว่า ความคึกคักพลุกพล่านจะเกิดขึ้นในตอนเย็นและดึก ก็ได้ไปเดินเล่นเดินผ่านด้วย  

     

     

    imageimage

     

    ที่ Clark Quay จะเห็นคนทำงานมานั่งกินและผ่อนคลายหลังเลิกงานกันมากมาย และยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ด้วย เห็นไกด์ทัวร์ถือธงนำพาลูกทัวร์เดินตามคอยเล่าเรื่องต่างๆ แปลกดี เพราะสถานที่ก่อสร้างที่รวมร้านอาหารก็เป็นที่ท่องเที่ยวไปแล้ว บ้านเมืองเขาไม่มีทรัพยากรธรรมชาติให้ท่องเที่ยวจริงๆ คืนนั้นก็ได้ไปนั่งเล่นหน้าร้าน Pub สไตล์ Irish ชื่อ Mulligan's สั่งกับแกล้มเป็น Chips ชิ้นใหญ่ยาวมาก อร่อยดี แต่อิ่มจากมื้อเย็นแล้ว เลยกินไม่หมด

     

     

    imageimageimage

     

    สำหรับร้านอาหารที่มหาวิทยาลัย Nanyang Technological University (NTU) ผู้เขียนได้ประสบการณ์ไปกินที่โรงอาหารค่อนข้างหรู ไม่ได้ไปที่โรงอาหารทั่วไปของนักศึกษา โดยมื้อเช้ากินบุฟเฟต์ในมหาวิทยาลัย เป็นร้านอาหารคล้าย Pub กินโดยไม่ต้องจ่ายเงินสด แค่บอกหมายเลขห้องพักของหอพัก (ดีและสะดวกสบายขนาดโรงแรมเลยล่ะ!) ก็จะไปจ่ายพร้อมกันทีเดียวตอน check out อาหารก็มีแบบฝรั่ง (ขนมปัง เนย นม เบอร์เกอร์ ไส้กรอก ลาซานญาผักโขม) และอาหารจีน (ข้าวต้ม กับข้าว และก๋วยเตี๋ยวผัด) รสชาติก็ใช้ได้

     

     

    imageimageimage

     

     

    ตอนเที่ยง Nanyang Enterprise Innovation Office  ก็เลี้ยงข้าวที่ร้าน Pitchstop ใน NTU เป็นร้านอาหารที่ดำเนินงานโดยนักศึกษา ฝึกการเป็นผู้ประกอบการ ได้ทั้งงาน เงิน และประสบการณ์การบริหารจัดการ ทุกคนไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ บุคลากร หรือนักศึกษาก็มาใช้บริการได้ ร้านอาหารก็ดูน่ารักดี เน้นอาหารยุโรป แบบสลัด ปลาทอด สปาเก็ตตี้ ที่เด่นคือพิซซ่าเตาถ่าน เมนูอาหารจึงกิ๊บเก๋ใส่ไว้ในกล่องแบนแบบพิซซ่า  ซึ่งพิซซ่าที่ขายเป็นแบบบางกรอบ มี topping หน้าต่างๆ รวมถึงหน้าปลาทูน่า ที่คล้ายปลากระป๋องด้วย อร่อยดี

     

    ประสบการณ์ที่ได้เคยไปประเทศต่างๆ แม้ไม่มาก ไม่กี่ประเทศ แต่ก็กล้าที่จะพูดว่าภูมิใจกับ "อาหารไทย" เรามากที่สุด เรามีวัตถุดิบสดๆ ปลูกได้เอง มีเอกลักษณ์ของอาหารไทยจริงๆ รสชาติกลมกล่อมครบทุกรส ทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด ในจานเดียว ก็ทำให้คนต่างชาติประทับใจมากๆ อร่อยราคาไม่แพง ร้านอาหารมีอยู่ทั่วไป ในซอกซอย แม้กระทั่งรถเข็นบนทางเท้า ก็อร่อยแบบร้านเหลา แถมยังหาของกินได้ตลอด 24 ชั่วโมง

     

     

    รูปภาพหลายๆ รูป (ส่วนมาก) ใน Blog นี้เป็นรูปภาพที่ถ่ายเอง และก็มีบางเนื้อหาและบางรูปภาพที่ดาวน์โหลดมาจากเว็บ ต้องขอขอบคุณที่ทำให้ Blog สมบูรณ์และน่าสนใจมากขึ้น

     

    (2 มีนาคม 2556)

     

     

     

    พี่เปิ้ลลลล คอมเม้นอะไรอะพี่

    Admin#2 1649 days ago

    พี่เปิ้ลลลล คงลืมคอมเม้นท์ เพราะตะลึงกับรูปภาพอาหารของสิงคโปร์ Laughing

    **ซ้ (Suang)** 1595 days ago

    1 people liked this comment.

    พี่ซ้วงต้องพา ชาว KM ปายกินแร้วววว

    Admin#2 1594 days ago

    ไว้ไปกัน น้องแชมป์ แต่ไม่ต้องไปไกลถึงสิงคโปร์ เราไปกินข้าวมันไก่สิงคโปร์ที่เซ็นทรัลเวิลด์กัน

    จากนั้น ไปกินลอดช่องสิงคโปร์ต่อแถววงเวียน 22  ดีไหม? (อันหลังนี้ เป็นที่รู้กันทั่วไปแล้วเนอะ ไม่ใช่ขนมของประเทศสิงคโปร์ แต่เป็นลอดช่องสูตรคิดค้นขึ้นใหม่ต้นตำหรับทำโดยคนจีนในเมืองไทยที่มีร้านค้าอยู่ใกล้กับโรงหนังชื่อ "สิงคโปร์" (โรงหนังชั้น 2 เจ๊งไปแล้ว)  ทำจากแป้งมันสำปะหลัง ทำให้เส้นใสเหนียว สีไม่ขุ่นเนื้อไม่นิ่มแบบลอดช่องไทย)

    **ซ้ (Suang)** 1589 days ago

    1 people liked this comment.

    ข้าวมันไก่สิงคโปร์ ยังไม่เคยลองเลยครับ

     

    แต่ลอดช่องสิงค์โปร์ เนี่ยผมไปลองทานมาแล้วยังอร่อยไม่เปลี่ยน ที่เปลี่ยนคือราคา ตอนนี้ 20 บาทแล้วครับ = ="

     

    แทบทานไม่ลงเลย

    Admin#2 1560 days ago

    ลอดช่องสิงคโปร์ใส่ถ้วยไม่เยอะ ราคาแพงเนอะ เสียค่ารถด้วย

    ไว้กินลอดช่องไทยแถว มจธ. หรือแถวบ้านแทนไปก่อนละกัน!

    รับปากน้องแชมป์และน้องๆ KM ตั้งแต่ชวนไปเที่ยวและไปกิน แต่ไม่มีโอกาสและเวลาไปกันซะที

    รออีกสักพัก แล้วจะทำโปรแกรมไปด้วยกันนะ!

    **ซ้ (Suang)** 1514 days ago