Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 45 เมื่อไปสอนที่ มจธ. ศูนย์นอกพื้นที่ หนองคาย

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 45 เมื่อไปสอนที่ มจธ. ศูนย์นอกพื้นที่ หนองคาย

    imageimage

     

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ และเป็นมหาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก มีการเรียนการสอนที่บางมดมาตั้งแต่ปี 2503 เป็นเวลากว่า 50 ปี และได้ขยายพื้นที่การศึกษาไปที่บางขุนเทียน และวิทยาเขตราชบุรี ที่จะเป็น Residential College ในปีการศึกษาที่จะถึงนี้ รวมถึง Bankok CODE บนถนนสาทรใต้ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ ที่กำลังจะย้ายไปอยู่ที่ตึกสูงสร้างใหม่บนพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเองในเร็วๆ นี้ที่ถนนกรุงธนบุรี ฝั่งธนบุรี

    image

    นอกจากวิทยาเขตเหล่านี้แล้ว คณะต่างๆ ของ มจธ. ได้มีการจัดการเรียนการสอนแบบศูนย์การศึกษานอกพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษาที่ประสงค์จะเรียน มจธ. แต่อยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ด้วย อย่างเช่น คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีได้จัดการเรียนการสอนนอกพื้นที่หลายจังหวัด เช่น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศูนย์ในเมืองจังหวัดราชบุรี จังหวัดลพบุรี และจังหวัดหนองคาย

    image

    ผู้เขียนได้มีโอกาสไปบรรยายให้ความรู้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและจริยธรรมทางเทคโนโลยีแก่นักศึกษาศูนย์นอกพื้นที่ในเมืองจังหวัดราชบุรีและจังหวัดหนองคายหลายภาคการศึกษา และยังได้สอนนักศึกษาพื้นที่โคราชที่เข้ามาเรียนที่ มจธ. บางมดด้วย เพื่อให้นักศึกษานอกพื้นที่ได้รู้จักบางมด มีความผูกพันกับมหาวิทยาลัย ผู้เขียนจึงได้รับประสบการณ์และความประทับใจจากการสอนนอกพื้นที่ ได้ทราบถึงความตั้งใจและความเสียสละของอาจารย์ผู้สอน กับความตั้งใจเรียนและความรักที่มีต่อ มจธ. ของนักศึกษาที่เห็นชัดเจน

     

    image

    คณะครุศาสตร์ฯ ได้จัดส่งตารางสอนมาให้ผู้เขียนล่วงหน้า อาจารย์ผู้สอนก็ต้องเดินทางไปเอง ใน Blog นี้ ผู้เขียนขอเล่าถึงการเดินทางไปสอนที่ศูนย์นอกพื้นที่จังหวัดหนองคาย ซึ่ง มจธ. ได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยเทคนิคหนองคายเป็นสถานที่สอนของศูนย์นอกพื้นที่ในจังหวัดนี้ ซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่จะเป็นคนจังหวัดหนองคาย จังหวัดใกล้เคียง และนักศึกษาจากประเทศ สปป. ลาว

    ในการสอนครั้งแรกๆ ผู้เขียนได้รับคำแนะนำช่วยเหลือจาก รศ.สุวรรณา สมบุญสุโข (รองคณบดีฝ่ายบริหาร และอาจารยประจำในสาขาวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมฯ) ในทุกเรื่องตั้งแต่การเรียนการสอน การเดินทาง และการกินอยู่ ในขณะที่ไปสอนที่ศูนย์นอกพื้นที่ ผู้เขียนต้องขอขอบคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้

     

    ศูนย์หนองคายมีการเรียนการสอนทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ อาจารย์หลายท่านจะเดินทางด้วยเครื่องบินในเช้าตรู่ของวันเสาร์ โดยอาจารย์หรือผู้ประสานงานที่วิทยาลัยเทคนิคหนองคายจะไปรับ ถ้าเดินทางมาหลายคน คุ้มดี แต่ถ้าไม่ว่าง อาจารย์ที่เดินทางมาถึงก็จะใช้บริการรถตู้จากสนามบินเข้าหนองคายเอง และพักค้างคืนที่หนองคาย 1 คืน ก่อนจะกลับกรุงเทพฯ ในเย็นวันอาทิตย์ ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการเดินทางพร้อมที่พัก 1 คืน คณะฯ จะรับผิดชอบให้ นับว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ก็เป็นการอำนวยความสะดวกของ มจธ. ให้อาจารย์ไปสอนให้กับนักศึกษาจำนวนมากที่อยู่ห่างไกล ซึ่ง อ.ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่ปรึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้เคยกล่าวไว้ว่ามีความเป็นห่วงอาจารย์ที่เดินทางไปสอนไกลๆ แม้อาจารย์ส่วนใหญ่จะยังอยู่ในวัยหนุ่มวัยสาว การไปสอนที่ไกลๆ ในวันหยุด ทำให้เวลาพักผ่อนน้อย บางท่านไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัว และเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางกับสุขภาพของอาจารย์ผู้สอนด้วย นับว่าอาจารย์เสียสละจริงๆ (แม้จะมีค่าสอนพิเศษ แต่ก็คงเทียบกับเวลา สุขภาพ และอื่นๆ ไม่ได้)

    image

    อาจารย์ที่จะเดินทางไปสอนที่ศูนย์หนองคายจะมีหน้าที่ในการจองเครื่องบินเอง สายการบินไหนก็ได้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนกแอร์และไทยแอร์เอเชียเพราะราคาถูก แต่ถ้าเวลาไม่เหมาะสม ก็จะใช้บริการของสายการบินไทยภายในประเทศ เนื่องจากจังหวัดหนองคายไม่มีสนามบิน ก็ต้องลงสนามบินจังหวัดอุดรธานีแทน โดยไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง ผู้เขียนขอเดินทางไปก่อนล่วงหน้า 1 คืน โดยเดินทางบ่ายหรือเย็นวันศุกร์ ไปถึงก่อนวันสอน เพราะจะต้องยืนสอนตลอดทั้งวันเสาร์และเช้าวันอาทิตย์ จึงขอเดินทางไปก่อนเพื่อเก็บแรงไว้สอนเต็มที่ โดยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ประสานงานที่หนองคายช่วยจองที่พักเพิ่มขึ้นอีก 1 คืน ซึ่งในคืนที่เดินทางไปก่อนนั้นจะต้องชำระค่าที่พักในคืนนั้นเอง ก็ยินดี

    ตัวอย่างที่นำมาเล่าใน Blog ครั้งนี้ เป็นเรื่องของการไปอยู่ ไปกิน ไปสอนที่หนองคาย รวม 3 วันเมื่อปลายเดือนเมษายน 2556 ได้ทราบตารางสอนล่วงหน้าเป็นเดือน จึงได้จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ล่วงหน้าตอนเดือนมีนาคมของสายการบินไทยแอร์เอเชีย โดยจองทั้งขาไปและขากลับพร้อมกันเลย (ถ้าจองใกล้ๆ วันเดินทางจะไม่มีที่นั่งว่าง ที่ผ่านมาก็บินกับนกแอร์บ่อย ตอนนี้รู้สึกราคาแพงกว่าไทยแอร์เอเชียเล็กน้อย) ผู้เขียนก็สำรองจ่ายไปก่อน แล้ว print เอกสารการจองออกมา ไปยื่นที่เคาน์เตอร์เช็กอินของแอร์เอเชีย สนามบินดอนเมือง ได้ตั๋วแล้วไปขึ้นเครื่องบินตามประตูที่กำหนด

    imageimage

     

    ใช้เวลาเดินทางไปถึงสนามบินจังหวัดอุดรธานีไม่ถึง 1 ชั่วโมง ลงจากเครื่องเดินเข้าอาคารสนามบินเลย ไม่ต้องผ่าน "งวงช้าง" และด้วยการเดินทางไปสอนเพียง 2 วันก็เลยไม่มีกระเป๋าใหญ่ สบู่แชมพูผ้าขนหนูก็ใช้ของโรงแรม ที่เหลือแพ็คแค่เป้ใบเดียวก็เอาอยู่ เลยไม่ต้องรอกระเป๋าจากสายพาน

    imageimage

     

     

    เดินออกมา ไม่ได้มีใครมารับ เดินทางเข้าหนองคายเองด้วยรถตู้ สะดวกมาก แค่เดินออกจากห้องรับกระเป๋าแล้วจะเห็นช่องขายตั๋ว Limousine Service ชัดเจน ค่ารถตู้เข้าหนองคายเกือบ 200 บาท เดินออกจากอาคารก็เห็นรถตู้จอดรอหน้าอาคารแล้ว เมื่อผู้โดยสารเต็มคันรถก็ออกเดินทางเลย รถตู้จะส่งตามจุดที่ผู้โดยสารต้องการ ซึ่งในวันนั้น มีผู้โดยสารจะข้ามไปลาวหลายคน ก็ไปส่งที่ด่านพรมแดนหนองคายบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาวก่อน แวะส่งอีกบางคนที่บางจุดในเมือง แล้วส่งผู้เขียนเป็นคนสุดท้ายที่โรงแรมที่พักโดยตรง สะดวกดี (ระยะเวลาจากสนามบินอุดรธานีถึงหนองคายไม่ถึง 1 ชั่วโมง)

     

     

    imageimage

     

     

    อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย มีโรงแรมหลายแห่ง ราคาไม่แพง ก็เคยไปพักที่โรงแรมระเบียงแม่โขง เป็นโรงแรมด้วย ร้านอาหารด้วย อยู่ติดแม่น้ำโขง ใกล้ร้านแดงแหนมเนือง ถนนริมโขง ท่าเสด็จ ราคาห้องพักคืนละ 600 บาท แต่หน้าต่างห้องพักมองไม่เห็นวิวอะไรเลย ที่พักเป็นเรือนไม้ พื้นไม้ เดินเอี๊ยดอ๊าดดี ห้องพักสะอาด กว้างขวาง และมีเสียงตุ๊กแกประกอบตอนกลางคืนด้วย ไม่ได้กลัว และไม่เห็นตัว กลับรู้สึกธรรมชาติ ได้บรรยากาศต่างจังหวัดดี

    เมื่อโรงแรมไวท์อิน (White Inn) สร้างขึ้นใหม่ อยู่ในซอยนิตะพัฒน์ ถนนประจักษ์ ราคาห้องพักเท่ากัน และอยู่ใกล้ถนนใหญ่มากกว่า อ.สุวรรณาก็เลยแนะนำให้มาพักที่โรงแรมนี้ สะอาด กว้างขวางดีเช่นกัน ทั้ง 2แห่งที่เคยพักนี้ ไม่ได้กินข้าวเช้าด้วย (ค่าห้องไม่รวมอาหารเช้า) เพราะอยากกินอาหารท้องถิ่นมากกว่า

     

     

    imageimageimage

     

    เช้าวันเสาร์ ก็เดินทางด้วยรถสามล้อ (หรือไม่ก็จะมีรถยนต์จากวิทยาลัยเทคนิคหนองคายไปรับ) จากโรงแรมไปที่วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย อยู่ติดถนนใหญ่ ถนนมิตรภาพ ค่ารถสามล้อประมาณ 30-40 บาท ใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมไปถึงวิทยาลัยประมาณ 5 นาที ไปถึงวิทยาลัยฯ ด้านหน้าดูกว้างขวางดี

    image imageimage

    ไปถึง ผ่านสนามปูนกว้าง เห็นอาคารใหญ่อยู่ด้านหน้า และที่ด้านซ้ายมือ ตรงแป้นบาสเก็ตบอล จะมีห้อง 1 ห้องจัดเป็นสำนักงาน มจธ. ศูนย์หนองคาย ด้านหน้าจะมีป้ายโครงสร้างของคณะ ป้ายประชาสัมพันธ์ มจธ. และหลักสูตรของคณะครุศาสตรอุตสาหกรรมฯ

     

     

    imageimageimage

     

     

    ในห้องสำนักงานเป็นห้องเล็กๆ มีโต๊ะทำงานแค่ 5-6 ตัว พร้อมห้องน้ำในตัว เป็นทั้งห้องทำงาน ห้องพักอาจารย์ และห้องอาหารของอาจารย์ ตอนเช้าไปถึงก็ลงชื่อในแฟ้มเพื่อลงเวลาทำงาน

     

    imageimage

    อ.ปิยะฉัตร กับน้องเจ้าหน้าที่ประสานงาน และอาจารย์ที่ไปสอนภายในห้องพักของสำนักงาน

    ศูนย์หนองคายมีเจ้าหน้าที่ประสานงาน 2 คน (คุณบู้และคุณแม็ค) และ อ.ปิยะฉัตร ไตรแสง อาจารย์ประจำวิทยาลัยเทคนิคหนองคาย เป็นเลขาสำนักงาน นั่งทำงานให้ศูนย์ฯ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์

     

     

    imageimage

    เวลา 9.00 - 12.00 น. และเวลา 13.30 16.30 น. เป็นเวลาเรียน ซึ่งศูนย์นอกพื้นที่ที่หนองคายมีหลายภาควิชาไปสอน ผู้เขียนไปสอนให้กับสาขาวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ มีนักศึกษาระดับปริญญาโทในชั้นเรียนประมาณ 12 คน นักศึกษาส่วนใหญ่เป็นครูบาอาจารย์และเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนและวิทยาลัยเทคนิคของจังหวัดใกล้เคียงทางอีสานเหนือ ที่น่าสนใจ มีนักศึกษาที่จบปริญญาโทจากที่อื่นมาแล้ว แต่ด้วยความที่อยากจะเป็นลูกพระจอม มีความภาคภูมิใจกับความเป็น มจธ. จริงๆ จึงได้มาลงเรียนกับ มจธ. ศูนย์หนองคาย เพิ่มเติมอีก

    นักศึกษาที่ศูนย์หนองคายมีความขยันหมั่นเพียรและรับผิดชอบดี เป็นผู้ที่ต้องการเพิ่มวุฒิและนำความรู้ไปพัฒนาองค์กรด้วย จึงได้เห็นถึงความตั้งใจในการเรียน มีง่วงเหงาหาวนอนบ้างเพราะไม่ได้พักผ่อนหรือเดินทางไกล มีการพิมพ์งานในขณะเรียนบ้าง จากการสังเกตและเห็นถึงความพยายามในการเดินทางมาเรียนในวันเสาร์-อาทิตย์ จากที่ทำงานมาตลอดวันจันทร์-วันศุกร์ ไม่ได้พักผ่อนเลย เวลาที่จะศึกษาค้นคว้ามีน้อย ก็ต้องใช้ช่วงเวลานี้ในการทำรายงานร่วมกับเพื่อนฝูง

    imageimageimage

    ตอนพักกลางวัน และหลังเลิกเรียน ผู้เขียนได้เห็นถึงบรรยากาศของการเป็นสถานศึกษาอย่างแท้จริง เพราะเป็นเวลาที่อาจารย์ที่ปรึกษาได้นั่งพูดคุยงานกับนักศึกษานอกชั้นเรียนนอกเวลาเรียน ได้เห็นนักศึกษาคุยกันปรึกษากัน กินข้าวกัน และกลับบ้านด้วยกัน ซึ่งไม่ได้กลับในทันที

    จากการพูดคุยกับนักศึกษา ทำให้ผู้เขียนรู้สึกได้ว่า แม้สถานที่จะไม่ใช่ มจธ. การเป็นศูนย์นอกพื้นที่ก็ยังสามารถทำให้นักศึกษารู้สึกได้ถึงความเป็น มจธ. ด้วย นักศึกษาออกสตางค์กันเองทำเสื้อโปโลหลายตัว ปักสัญลักษณ์ มจธ. ใส่มาเรียนอย่างเต็มภาคภูมิทุกวัน ยิ่งมีช่วงเวลาได้ไปเรียนที่บางมดด้วย นักศึกษาจึงยิ่งซึมซับความเป็น มจธ. อย่างเต็มตัวและเต็มหัวใจ และจากข้อมูลของนักศึกษาในห้องที่สอนนี้ ทำให้ทราบว่านักศึกษาประทับใจผู้บริหารที่เคยไปเยี่ยมเยียนและได้เข้าร่วมประชุมกับนักศึกษาที่ศูนย์หนองคายด้วย นักศึกษาชอบที่ผู้บริหารให้ความเป็นกันเองและใส่ใจนักศึกษาที่ศูนย์นี้ ไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งเลย

    imageimageimage

    บ่ายๆ วันอาทิตย์ อาจารย์สอนเสร็จหลายคนก็จะกลับพร้อมกัน โดยอาจารย์/เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ จะขับรถไปส่งที่สนามบินอุดรธานี เพราะเที่ยวบินเดียวกันหรือเวลาบินใกล้ๆ กัน ทำให้ประหยัดด้วย ซึ่งอาจารย์บางท่านก็มีนักศึกษาที่อยู่จังหวัดอุดรธานีไปส่ง ทำให้เห็นความใกล้ชิดและความสัมพันธ์อันดีระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์ของศูนย์หนองคายจริงๆ

    ที่สนามบิน เที่ยวบินขากลับก็เหมือนขามาถึง ที่จะต้องเดินขึ้นและเดินลงเครื่องบินโดยไม่ผ่านงวงช้างเหมือนกัน ผู้โดยสารเดินไปที่ลานจอดเครื่องบินแล้วขึ้นบันไดไป ได้ใกล้ชิดกับเครื่องบินมากเลย

    imageimageimage

     

     

    ขอกลับมาคุยเรื่องที่ชอบดีฝ่า... คือ เรื่องอาหารการกิน ที่หนองคายมีอาหารอร่อยเยอะแยะ ตั้งแต่มื้อเช้าจนถึงโต้รุ่ง ตอนกลางวันก็มีร้านอาหาร ตอนกลางคืนก็มีร้านอาหาร ร้านข้าวต้ม และร้านรถเข็นตั้งขายริมฟุตบาธ ให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะบนถนนประจักษ์ ถนนมีชัย และริมแม่น้ำโขง

     

     

    imageimageimage

     

     

    ในมื้อเย็นวันศุกร์ ผู้เขียนออกจากโรงแรมที่อยู่ในซอยมาที่ถนนประจักษ์ เลือกจะเดินเลี้ยวขวาไปทางโรงเรียนจีน (โรงเรียนฮัวเคียวกงฮัก) กินอาหารเวียดนามเป็นร้านรถเข็นติดรั้วโรงเรียนเลย สั่งข้าวเกรียบอ่อน 40 บาท กินกับผักแนม น้ำเปล่าฟรี ในขณะกินก็มีเสียงเพลงประกอบ เป็นเพลงจังหวะเร็วๆ เสียงดังมาจากในโรงเรียนเพราะมีคนเต้นแอโรบิคกันอยู่

     

     

    imageimage

     

    กินเสร็จแล้วกลัวไม่อิ่ม และอยากลองด้วย ก็ได้สั่งปอเปี๊ยะทอดเวียดนาม (กระยอทอด) ใส่ถุงกลับไปนั่งกินที่โรงแรม ให้ผักมาเยอะมากเลย อิ่มแปร้เลย! (กินผักไม่หมด ไม่อยากทิ้ง เลยต้องเขียนโน้ตวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งให้แม่บ้านโรงแรมช่วยเอาไปกินต่อ)

    มื้อกลางวันในวันสอน ทางน้องผู้ประสานงานฯ จะซื้อข้าวกล่องมาให้อาจารย์ทุกคนเพื่อจะได้ไม่เสียเวลาออกไปกินข้าวเที่ยง กินที่ห้องพักสำนักงานฯ อาจารย์ท่านใดสอนเสร็จก่อนก็กินก่อน อาหารกล่องก็จะเป็นอาหารตามสั่ง ข้าวมันไก่ ข้าวคลุกกะปิ ฯลฯ กินง่ายๆ เร็วๆ จะได้กลับไปสอนต่อในช่วงบ่ายสบายๆ

    imageimage

    อาหารเช้าของวันเสาร์และวันอาทิตย์ ก็เดินจากโรงแรมไป "ร้านทานตะวันและข้าวสวยแกงไก่" เป็นร้านที่มี 2 ชื่อ 2 คูหาแต่เป็นร้านเดียวกัน และไม่เห็นเมนูแกงไก่เลย แปลกดี! ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม เดินออกจากโรงแรม เลี้ยวขวา ไปไม่ทันถึงโรงเรียนจีน ขายเฉพาะอาหารเช้าเป็นไข่กะทะ ขนมปังใส่ใส้ (แป้งจี่) ข้าวต้มเลือดหมู ชากาแฟ ร้านตกแต่งใหม่ น่านั่ง ลูกค้ามากมายทั้งคนพื้นที่และนักท่องเที่ยว แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เพราะเจอและนั่งกินกับอาจารย์ผู้ใหญ่ เกรงใจ!

    (ครั้งนี้ ไม่ได้ไปกินอาหารเวียดนามแถววัดหายโศกตามที่เคยเล่าไว้ในตอนที่ 40 เลยไม่มีรูปถ่ายมานำเสนอ)

    imageimage

     

    ที่ตลาดท่าเสด็จ มีถนนคนเดินกว้างขวาง ยาวตลอดทางขนานไปกับริมแม่น้ำโขง จากท่าเสด็จไปถึงวัดหายโศก ระยะทางก็เป็นกิโลเหมือนกัน แต่ก็เดินไหว รถผ่านไม่ได้ เป็นถนนให้คนเดินจริงๆ ด้านหนึ่งเป็นร้านอาหารและโรงแรมต่างๆ อีกด้านเป็นแม่น้ำโขง วิวสวย ทั้งตอนเช้าและตอนเย็นจะเป็นที่ออกกำลังกายของคนเมืองหนองคาย ตอนเย็นก็เหมาะกับการปิคนิค กินข้าวเย็น มีร้านอาหารริมโขงหลายร้าน

    imageimageimage

    มาสอนหนองคายคราวนี้ ตื่นเต้นที่ได้มาเดิน "ตลาดนัดตอนเย็น" ครั้งแรก บน "ถนนคนเดิน" มีทุกเย็นวันเสาร์ เพิ่งเริ่มจัดให้มีขึ้นเมื่อกลางเดือนธันวาคม 2555 ที่ผ่านนี่เอง หลังจากสอนเสร็จ กลับถึงโรงแรม พักสักแป๊บ แล้ววางแผนตั้งใจเดินเป็นวงกลม เริ่มเดินไปทางขวาเข้าทางตลาดท่าเสด็จก่อนเพื่อเดินไกลไปถึงท้ายถนนแถววัดหายโศก ตอนที่เดินไปนั้น ตลาดท่าเสด็จวาย ร้านรวงปิดเกือบหมดแล้ว คนไม่เยอะ ทำให้เดินสะดวกดี ช่วงต้นของถนนคนเดินก็จะมีป้ายต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวชอบถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก

    imageimageimage

    ถนนคนเดินเย็นวันเสาร์ของเมืองหนองคายดูคึกคักดี แต่ไม่ต้องเทียบกับประตูท่าแพถนนวัวลายของเชียงใหม่ เพราะที่หนองคายก็มีความน่ารักของหนองคายเอง ได้เห็นคนท้องถิ่น ครอบครัวพ่อแม่ลูกเดินเล่น ซื้อของกินนั่งกินด้วยกัน และมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยที่มาช็อบ มาซื้อ มาเดินเล่น

     

     

    imageimageimage

     

    นอกเหนือจากการขายของกิน ของใช้ ของทำมือ มากมายแล้ว ตลาดนัดบางช่วงจะมีกิจกรรม มีการฝึกสอนศิลปะให้เด็ก มีดนตรีและการแสดงเปิดหมวก ในช่วงกลางๆ ของตลาดได้ยินเสียงเพลงลูกกรุงดังมาแต่ไกล มองลงไปใกล้ริมแม่น้ำ เห็นเวทีร้องเพลงย้อนยุคของข้าราชการและประชาชนของเมืองหนองคาย บริเวณใกล้ๆ เวทีก็มีศาลานั่งพัก มีคนมานั่งกินข้าว เคล้าเสียงเพลง ริมแม่น้ำโขง เห็นประเทศลาวอยู่ฝั่งตรงข้าม บรรยากาศแสนโรแมนติกจริงๆ ไม่อยากจินตนาการไปไกลถึงหน้าหนาว อากาศเย็นๆ เลย ในท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ คงจะมีความสุขมากๆ (จากผลการสำรวจของฝรั่ง จังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดที่น่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเชียวนะ)

    imageimageimage

     

    ตอนเดินตลาดนัดบนถนนคนเดินก็ได้อุดหนุนซื้อขนมกินรองท้องเหมือนกัน เพราะหิว แต่ไม่อยากอิ่ม จะเก็บท้องไว้กิน "ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย" บนถนนประจักษ์ ก็ได้เดินเป็นวงกลมจริงๆ ออกจากตลาดนัดท้ายถนนหายโศกแล้ว เดินมาที่ถนนประจักษ์ แถวการประปาส่วนภูมิภาค (ถ้าเดินออกจากโรงแรม ก็จะอยู่ฝั่งซ้ายมือ) ทั้งสองฝั่งถนนเต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านรถเข็น มุ่งเดินไปถึงร้านรถเข็นผัดไทย อยู่หัวมุมถนน ตรงข้ามการการประปาฯ สั่งผัดไทยธรรมดา 1 จาน แล้วข้ามถนนไปสั่งน้ำปั่น แล้วค่อยข้ามกลับมานั่งกินที่ร้านผัดไทย ผัดไทยร้อนๆ หอมมากๆ มีกากหมูเจียวด้วย รสชาติไม่หวานมาก สีไม่แดงจัด อร่อยๆ สุดๆ จานละ 30 บาท ระหว่างกินก็สังเกตคนผัดไม่หยุดมือ คนมาสั่งผัดไทยไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่ขี่มอ'ไซด์มาสั่งและกินที่ร้าน ผู้เขียนกินจนหมดจาน อิ่มพุงปริ้น!

    imageimageimage

     

    ร้านรถเข็นติดๆ กันเลย เป็นร้านขายส้มตำ ไก่ย่าง หมูย่าง ปลาเผา ฯลฯ ผู้เขียนไม่ยอมเดินผ่านไปง่ายๆ แม้อิ่มจะแย่ ไม่ได้ไปสั่งตำซั่ว ของชอบ แต่ขอสั่งหมูสามชั้นย่างหั่นเป็นชิ้นๆ เสียบไม้ย่าง ของโปรด ที่เคยเล่าไว้ในตอนที่ 40 สั่งไป 1 ไม้ (พอ เพราะอิ่มมาก) ไม้ละ 20 บาท แม่ค้าก็หยิบหมูสามชั้นที่ย่างสุกแล้วไปอุ่นที่เตาย่างให้อีกครั้ง ระหว่างรอ ก็ถามแม่ค้าว่าหมักด้วยอะไร เห็นเกล็ดเม็ดเล็กๆ บนชิ้นหมูทำจากอะไร ก็เป็นไปดังคาด แม่ค้าบอกว่าหมักหมูแล้ว ได้บุบข้าวเหนียวลงหมักด้วย พอย่างเสร็จ ได้หมูไม้หอมกรุ่น รสอร่อย และเคี้ยวกรุบกรอบดี แซ่บหลายเด้อ... ผู้เขียนก็ถือถุงหมูย่าง 1 ไม้ ยังไม่กิน ค่อยๆ เดินย่อย กลับไปถึงโรงแรมแล้วจึงนั่งกินต่อ มื้อนั้น ทำให้นอนหลับสบาย...

    ขอขอบคุณรูปภาพบางรูปที่ได้ดาวน์โหลดมาใส่ไว้ใน Blog นี้ ทำให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นรูปภาพที่ผู้เขียนไปถ่ายไว้เองตอนที่ไปสอนครั้งนี้

    (วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2556)