Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 47 จุลกฐิน

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 47 จุลกฐิน

     

    ตั้งใจจะเขียนบทความนี้ก่อนออกพรรษา เพื่อให้ผู้อ่านหรือแฟนานุแฟน Blog ของ มจธ. จะได้อ่านและตัดสินใจไปร่วมพิธีจุลกฐินที่เพื่อนฝูงญาติพี่น้องจัดขึ้น แต่ก็ไม่ทันการ เพราะงานล้นมือ ล้นตัว ล้นคอ และล้นหัว!

     

    ต่อมา ตั้งใจจะเขียนในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันออกพรรษา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็ไม่ทันอีกเช่นกัน เพราะยังเคลียร์งานไม่หมด (ได้ข่าวว่าปีนี้ บั้งไฟพญานาค หรือลูกไฟสีชมพูขึ้นที่ผุดขึ้นจากแม่น้ำโขงหลายจุดรวม 900 กว่าลูก ยอดเยี่ยมจริงๆ ใครได้ไปเที่ยวจังหวัดหนองคายและจังหวัดบึงกาฬ - จังหวัดน้องใหม่ล่าสุด จังหวัดที่ 77 เมื่อปี 2554 - และไปเห็นด้วยตาตัวเองบ้าง มาเล่าให้ฟังหน่อย!)

     

    มาวันนี้ วันหยุดนักขัตฤกษ์ วันปิยมหาราช พอหายใจหายคอได้บ้าง ขอเวลาส่วนตัวมาทักทาย เพราะห่างหายไปหลายเดือน

     

    ทำไม "วันออกพรรษา" ไม่ได้เป็นวันหยุด? ไม่เหมือนกับ "วันเข้าพรรษา" ที่เป็นวันหยุดราชการ (เป็นคำถามที่สงสัยตั้งแต่สมัยเรียน...คำถามของคนขี้เกียจ อิอิ...)

     

    แต่อย่าบ่นไปเลย เพราะประเทศไทยน่าจะเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่มีวันหยุดราชการและวันหยุดชดเชยจำนวนมาก ปีนี้ รัฐบาลยังประกาศเอาใจนักเรียนนักศึกษาคนทำงานให้มีวันหยุดสิ้นปี 2556 เพิ่มอีก 1 วัน รวม 5 วัน (หากหยุดเยอะๆ ภาคเอกชนคงไม่ชอบแน่ เพราะต้องมีผลผลิตต่อเนื่อง เป็นเหตุให้ต้องจ่ายค่าล่วงเวลา ระบบเศรษฐกิจอาจกระทบได้)

     

    ที่ประเทศอังกฤษ มีวันหยุดเรียกว่า Bank Holiday ในวันจันทร์ ปีหนึ่งมีไม่กี่วัน แต่วันหยุดในช่วง Christmas (ธันวาคม) และ Easter (เมษายน) จะยาวนานหน่อย

     

    ตามวัดต่างๆ ในวันออกพรรษามีพิธีการทางศาสนาที่สำคัญมากมาย เช่น ตักบาตรเทโว (โรหณะ) และการเทศน์มหาชาติ

     

    จาก wikipedia และเว็บไซต์ต่างๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับกฐินและเทศกาลกฐิน สรุปได้ดังนี้

     

    imageimage

     

     

    กฐินมีกำหนดระยะเวลาถวาย จะถวายตามสะดวกเหมือนผ้าชนิดอื่นไม่ได้ ระยะเวลานั้นมีเพียง 1 เดือน คือตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (น้ำขึ้นไหลนอง) ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 (วันเพ็ญเดือน 12 - น้ำนองเต็มตลิ่ง) เรียกว่า กาลกฐิน คือ ระยะเวลาทอดกฐิน หรือ เทศกาลทอดกฐิน ซึ่งคำว่า "กฐิน" หมายถึง ไม้สะดึง (กรอบไม้ หรือ ไม้แบบ) สำหรับใช้ขึงผ้าที่จะเย็บเป็นจีวรในสมัยโบราณ ซึ่งผ้าที่เย็บสำเร็จจากกฐินหรือไม้สะดึงนี้เรียกว่า ผ้ากฐิน (ผ้าเย็บจากไม้แบบ) เป็นผ้าไตรจีวรที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุสงฆที่อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือนแล้ว สามารถรับมานุ่งห่มได้

     

    งานกฐินที่จัดขึ้นในบ้านเรามีทั้งกฐินหลวง (ของในหลวงและพระราชวงศ์) กฐินพระราชทาน (ในหลวงทรงมอบให้ข้าราชบริพารหรือหน่วยงานต่างๆไปทอดตามพระอารามหลวง) และกฐินสามัคคี (ของประชาชน)

     

     

    imageimage

     

     

    ช่วงงานกฐิน ก็มักจะเห็นถังน้ำสีเหลืองหรือขันน้ำใบใหญ่มีต้นไม้ห้อยชะนีทำจากผ้าขนหนูพับ เงิน (ธนบัตร) แบ๊งค์หลายสี เสียบไว้ที่ก้านไม้ไผ่เหลา และต้นกล้วย ธงจระเข้ ธงนางมัจฉา ธงตะขาบ ธงเต่า ธงปลา หมอนขิด ฯลฯ

     

    กฐินของ มจธ. ในปีนี้ จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม 2556 ขอเชิญชวนไปร่วมทำบุญทอดกฐินกับ มจธ.กัน ณ วัดนกหนองกะเรียน ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ มจธ. มีวิทยาเขตตั้งอยู่

     

    เรื่องที่ตั้งใจเล่าครั้งนี้ เป็นงาน "จุลกฐิน" ที่ผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมเมื่อปีที่แล้ว

     

    "จุลกฐิน น. เรียกพิธีทอดกฐินที่ต้องทําตั้งแต่ปั่นฝ้าย ทอ เย็บ ย้อมผ้ากฐินและถวายสงฆ์ให้เสร็จในวันเดียว โดยปริยาย หมายความว่า งานที่ต้องทําอย่างชุลมุนวุ่นวายเพื่อให้เสร็จทันเวลาอันจํากัด" เป็นความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน

     

    อีกนัยหนึ่ง “จุลกฐิน” แปลว่า กฐินน้อย เป็นกฐินที่ต้องทำด้วยความรีบด่วน บางครั้งเรียกว่า "กฐินแล่น" คือ กระบวนการที่ต้องทำให้เสร็จสิ้นภายใน 1 วัน แล้วนำไปทอดในวันเดียวกัน ถ้าไม่เสร็จก็เป็นโมฆะ จึงต้องอาศัยความร่วมมือของคนทั้งชุมชน ต้องอาศัยความสามัคคีของผู้ศรัทธาจำนวนมาก เพื่อผลิตผ้าไตรจีวรให้สำเร็จด้วยมือภายในวันเดียว ต้องเริ่มตั้งแต่เก็บฝ้าย ตัดเย็บ ย้อม และถวายให้พระสงฆ์ให้เสร็จภายในเวลาเช้าวันหนึ่งจนถึงย่ำรุ่งอีกวันหนึ่ง การร่วมมือกันจัดทำจุลกฐินดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคีของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี ดังนั้น โบราณจึงถือกันว่าการทำจุลกฐินมีอานิสงส์มาก เพราะต้องใช้ความอุตสาหะพยายาม ซึ่งถือเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ สืบสานพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน

     


    ปีที่แล้ว เพื่อนรุ่นน้องและครอบครัว (น้องเจน) ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานจุลกฐินที่วัดป่าโนนนิเวศน์ (วัดห้วยซันเหนือ) อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2555 ซึ่งปี 2555 ถือว่าเป็นปีที่เฉลิมฉลอง 2600 ปีพุทธชยันตีด้วย (2555+50 ปีก่อนพระพุทธเจ้าตรัสรู้)

     

    ก็วางแผนจะไปร่วมบุญตั้งแต่ต้นปี เจ้าภาพได้ช่วยจัดการจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก จองรถตู้ ไว้ให้ คณะเพื่อนรุ่นน้องที่ไปรู้จักกันตอนเรียน ป.โท ที่ Universiy of Kent at Canterbury ประเทศอังกฤษ จบกลับมา ก็หาเวลาเจอกัน นัดกินข้าวกัน เลยคิดว่าน่าจะไปเที่ยวกันด้วย พอดีเกิดงานบุญนี้ขึ้น เลยนัดกันไป

     

    ก็ออกเดินทางกันก่อนวันงาน วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2555 ได้ลาพักผ่อนไว้ เพราะต้องเดินทางตั้งแต่เช้าด้วยเรื่องบิน low cost สีเหลืองๆ ที่ดอนเมือง เพื่อตั้งใจจะไปร่วมงานตอนบ่าย มีขบวนแห่ฝ้ายทอผ้ากฐิน จะไปรำเชิ้บๆ... แต่เจอ flight delay แม้จะได้ gift voucher ของ Burger King มาชดเชย แต่ไม่คุ้ม เพราะเสียเวลารอตั้งแต่เช้า กว่าจะได้บินก็บ่าย ไปไม่ทันงานแล้ว! (ก็ช่วยเตือนตัวเองว่าถ้าเป็นการติดต่อธุระงานราชการจริงๆ คงไม่เสี่ยง อาจต้องไปการบินไทยที่แพงกว่า หรือไม่ก็ไป low cost แบบเดิมแต่ต้องเดินทางล่วงหน้า)

     

    ไปถึงสนามบินจังหวัดอุบลราชธานี มีรถตู้มารอรับ และมีรถตู้คันอื่นๆ ของทีมคณะพ่อแม่ญาติพี่น้องของเจ้าภาพร่วมเดินทางไปพร้อมกันด้วย จากอำเภอเมืองไปถึงวัดที่อำเภอนาจะหลวย ก็เย็นย่ำค่ำมืดแล้ว ไปถึงก็ไปกินข้าวเย็นพอดีที่เจ้าภาพจัดไว้ให้ (ได้เจอน้องน้อยที่เรียนกฎหมายด้วยกัน เดินทางไปถึงงานก่อนหน้าแล้ว)

     

     

    imageimage

     

     

    อิ่มข้าวเย็นแล้ว ถึงเวลาที่หลวงพ่อเข็ม สุชีโว เจ้าอาวาสให้ธรรมเทศนาเกี่ยวกับเรื่องกฐิน ที่ลานโล่งหน้าศาลาวัด พวกเราชาว กทม. ก็ไปนั่งเสื่อฟังเทศน์กัน ท่านเทศน์ได้น่าสนใจ แตไม่นาน แค่ครึ่งชั่วโมง ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก ท่านก็เข้าไปเทศน์ต่อในศาลา ส่วนพวกเราก็หนีฝนไปนั่งในเต๊นท์

     

    เทศนาจบแล้ว หลวงพ่อเข็มก็ให้ทุกคนเข้าไปในศาลาวัด สวดมนตร์ ทำพิธีทางศาสนาจนจบ ครอบครัวของเจ้าภาพจุลกฐินได้แจกเสื้อขาวคอแหลมแขนสามส่วน ทำจากผ้ามัสลิน ให้เป็นของที่ระลึกแก่ผู้ร่วมงานและชาวบ้านทุกคน จากนั้น ชาวบ้านก็ปั่นฝ้ายเพื่อใช้เป็นเส้นฝ้ายทอเป็นผ้ากฐินต่อ

     

     

    imageimageimage

    การอิ้วฝ้าย คือ ขั้นตอนการแยกเม็ดฝ้ายออกจากปุยฝ้าย (ผู้เขียนถนัด ได้ช่วยขั้นตอนนี้มากที่สุด ^^)

     

     

    imageimage

    การดีดฝ้ายให้ฟู

     

     

    imageimage

    การล้อฝ้ายให้เป็นหลอดรวมกัน

     

     

    imageimageimage

    การปั่นฝ้ายเป็นเส้นด้าย

     

     

    พวกเราก็ไป (ยุ่ง) ช่วยเก็บเม็ดฝ้ายออกจากปุยฝ้าย ซึ่งง่ายสุด และก็มีการดีดใยฝ้ายให้ฟู ลองปั่นฝ้ายเป็นเส้นด้าย เพื่อนำไปทอผ้าให้เสร็จ ก่อนรุ่งเช้า (แต่ค่ำคืนนี้ คงทอผ้าไม่ได้ เพราะกี่ทอผ้าตั้งอยู่ด้านนอกศาลา และฝนตกทั้งคืน)

     

     

    image

     

    น้อย น้องที่ไปถึงงานก่อน เล่าให้ฟังว่าเมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ เป็นพิธีแห่ฝ้ายไปตามท้องถนน โดยชาวบ้านที่ปลูกฝ้าย หรือไปซื้อฝ้ายมาร่วมทำบุญมาร่วมแห่งาน สนุกสนานดี ... เสียดายๆ ที่พลาด - ไปไม่ทัน

     

     

    พวกเราช่วยอิ้วฝ้าย ดีดฝ้าย ปั่นฝ้ายได้สักพัก ก็ต้องนั่งรถตู้กลับที่

    พัก เพราะดึกแล้ว และพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า เราไปพักที่โรงแรมเล็กๆ ในอำเภอนาจะหลวย อยู่ได้สบายมาก และก่อนที่จะเดินทาง น้องเจนมีอีเมลมาถึงทุกคนว่าเนื่องจากเป็นงานจุลกฐินซึ่งไม่ง่ายนักที่จะจัดงานนี้ขึ้นได้ จึงจะมีการบันทึกวิดีโอ และขอความร่วมมือให้ผู้ร่วมงานทุกคนใส่ผ้าไทยหรือนุ่งผ้าถุงด้วยจ้า... พวกเราก็ได้เตรียมไป แต่ไม่ได้ใส่ เพราะน้องเจนมีผ้าทอสวยมาก มาโชว์ให้ดูหลายผืน เพื่อให้ทุกคนเลือกและยืมไปคนละผืนไปใส่ในวันพรุ่งนี้ โห...เพิ่งมีโอกาสสวมผ้าฝ้ายทอมือลายพิเศษที่สวยงามมาก ผืนละหลายพันบาทเชียวนะ จาก "ร้านบ้านคำปุน" ร้านดังของเมืองอุบลฯ ที่ติดต่อเสนอผ้าทอขายให้น้องเจนโดยเฉพาะ ผู้เขียนก็เลือกผ้าทอลายสวยสีกะปิ 1ผืน กะจะใส่กับผ้าทอมัสลินที่น้องเจนแจกให้ตอนค่ำ ไม่ต้องซัก ใส่เลย เข้ากันดี...

     

    วันรุ่งขึ้น ตื่นแต่เช้าตรู่ แต่งองค์ทรงเครื่องด้วยผ้าทอผืนสวย ชอบจัง เป็นครั้งแรกของผู้เขียนที่ได้นุ่งผ้าถุงตลอดวันและตลอดงาน ขนาดเรียนที่ต่างประเทศ ได้เตรียมไปก็ไม่ได้ใส่ เพราะในงานไทยไนท์ ก็เป็นคนเบื้องหลัง โอกาสที่ได้ใส่ชุดไทยจริงๆ ก็คงตอนเป็นเด็กเสิร์พของร้านอาหารไทยที่โน่น... สีม่วงเชียว! หรือไม่ก็นุ่งผ้าถุงอาบน้ำในหมู่เพื่อนผู้หญิงด้วยกันทีละหลายๆ คน เพราะใกล้มืดและก็กว้างขวางพอที่จะอาบพร้อมกันในคอกผ้าใบที่กั้นรอบบ่อน้ำตอนเข้าค่ายอาสาฯ ช่วงปริญญาตรี!!!

     

    นั่งรถตู้มากินข้าวเช้าที่วัด เจ้าภาพต่างๆ ได้ออกร้านตามเต๊นท์ เป็นโรงทานทำอาหารแจกให้กับผู้มาร่วมงาน มีทั้งอาหารคาวหวานและผลไม้ ผู้เขียนไปหลายๆ เต๊นท์ ไปกินข้าวจี่ปิ้งร้อนๆ หอมๆ ชอบที่สุดคือข้าวเปียก หรือก๋วยจั๊บญวน มี 2 เจ้า กินทั้ง 2 เจ้าเลย อร่อยคนละแบบ อิ่มแปร้แต่พุงไม่ปลิ้น ไม่อึดอัด เดินเหินสะดวกด้วย ชักติดใจ ชอบที่จะใส่ผ้าถุงซะแล้ว (ใช้เข็มขัดคาดกันหลุดด้วย)...

     

     

    imageimage

    งานมหาบุญจุลกฐิน วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2555 ณ วัดห้วยซันเหนือ (วัดป่าโนนนิเวศน์) อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี

     

     

    imageimageimageimageimage

     

    ไปถึงวัด พวกเราก็ไปช่วยลุ้นชาวบ้านต่อในการทอผ้าไตรจีวร ซึ่งชาวบ้านสามารถทอไว้ได้ยาวเพียงพอ เพราะมีกี่ทอผ้าช่วยกันทออยู่หลายตัว (ประมาณ 6-7 ตัว รวมถึงที่กรอด้าย พร้อมอุปกรณ์ทอผ้าทุกอย่าง ชาวบ้านก็เอามาจากบ้านของตัวเองมาใช้ด้วยกันที่วัด) น้องๆ ได้ไปเรียนรู้วิธีทอผ้ากับแม่ๆ ด้วย

     

     

    imageimageimage

    การตัดผ้าที่ทอเป็นผืนแล้วออกจากกี่ทอผ้า เพื่อนำไปย้อมผ้า

     

     

    imageimageimage

    ตากผ้าให้แห้ง พับผ้า และวางใส่พาน (แต่ภาพสุดท้าย เป็นผ้าทอที่ยังไม่ได้ย้อม ขอพระอภัยมณี!)

     

     

    มีพิธีการตัดผ้าทอออกจากกี่ทอผ้าทุกเครื่องด้วย สำหรับผ้าทอส่วนต้นๆ ของกี่ทอผ้า ที่ไม่ได้ใช้ ชาวบ้านจะตัดออก มีความกว้างเท่าผ้าทอปกติ แต่สั้นเพียง 5-6 นิ้ว มีเพียงกี่ละ 1 ชิ้น มอบให้เจ้าภาพเป็นของมงคล ส่วนผ้าทอที่ตัดเป็นผืนแล้ว ทะยอยนำไปย้อม เสร็จแล้วเอามาผึ่งตากแดดเช้าจนแห้งหมาดๆ แล้วพับเรียบร้อยสวยงามวางบนพาน

     

     

     

    imageimage

     

    ในเช้าวันนั้น ก็มีการตักบาตรข้าวเหนียว ชาวบ้านชวนให้ไปตักข้าวเหนียวนึ่งที่นึ่งไว้ให้ ก็ไปตักมาหนึ่งจานพูนๆ ไปยืนเรียงแถวกับชาวบ้านอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บางคนก็นำข้าวเหนียวมาจากบ้านเอง พระสงฆ์ก็ออกมารับบาตรเพื่อนำไปฉันเช้า รู้สึกดีและสบายใจจัง...

     

     

    image imageimage

    พ่อๆ แม่ๆ ตั้งแถว ถือไม้กวาดทางยาวอันใหญ่คนละอัน ปัดกวาดพื้น เริ่มพิธีแห่ผ้าจุลกฐินรอบโบสถ์

     

     

    imageimage

    ขบวนแห่กฐิน เดินรอบโบสถ์ 3 รอบ พวกเราก็ร่วมขบวนเดินรอบโบสถ์ด้วย

     

     

    imageimageimage

    เสร็จแล้วก็ขึ้นไปชั้น 2 ของศาลาวัด หลวงพ่อเข็มและพระสงฆ์เริ่มพิธีกรรมทางศาสนาจนเสร็จสิ้นพิธีการ วันนั้นเงินกฐินจำนวนเท่าไร จำไม่ได้ แต่ทุกคนส่งเสียงไชโยโห่ฮิ้วที่มีเงินทำบุญช่วยวัด

     

     

     

    imageimageimageimageimageimage

    ป้ายผ้าที่วัดจัดทำขึ้นอธิบายขั้นตอนการทอผ้าจุลกฐิน

     

     

    imageimage

    (รูปแรกกับชุดผ้านุ่งงามๆ - เรียงจากซ้ายไปขวา) น้อย (ไม่ยอมใส่ผ้าถุง) / ผู้เขียน / เก๋ / ตุ๋ม / เจน / ติ๊ก / เพื่อนของเจน

    (เจนได้นุ่งผ้าสวยตอนแห่กฐิน แต่รูปนี้ยังอยู่ในชุดขาว ยังไม่ได้เปลี่ยน)

     

     

    image

    ดีใจมากที่ได้ร่วมงานจุลกฐิน ต้องขอบคุณน้องเจนมากที่ชวน และขอบคุณน้องๆ เก๋ ติ๊ก ตุ๋ม น้อย ที่ไปร่วมงานบุญนี้ด้วยกัน (พี่ถนอม และน้องหน่อย ที่จะไปร่วมงานด้วย ติดงานสำคัญ เลยไปไม่ได้ แต่ฝากเงินทำบุญไปแทน)

     

     

    เสร็จจากพิธีมหาบุญจุลกฐิน และกินข้าวกลางวันที่เจ้าภาพจัดให้อิ่มแล้ว เจนและทีมพวกเรา ก็ได้มีโอกาสพูดคุยธรรมะและลาหลวงพ่อเข็ม จากนั้น ลาน้องเจนและเจ้าภาพ ก่อนเปลี่ยนชุดสวยเป็นชุดปกติ ออกเดินทางไปเที่ยวต่อ พักที่โขงเจียม 1 คืน เที่ยวโขงเจียม เดินจากช่องเม็กข้ามไปฝั่งลาวจำปาสัก และนั่งเรือข้ามไปฝั่งลาวอีกแห่งหนึ่ง แต่ตลาดเล็กกว่ามาก ก่อนกลับ แวะ "ร้านบ้านคำปุน" เอาผ้านุ่งทอสวยทุกผืนที่เจนให้ยืมใส่ไปซักแห้ง (ร้านซักเสร็จแล้วจะช่วยเก็บคืนให้เจนเอง เพราะเป็นลูกค้าประจำ เจอเจนบ่อยกว่าพวกเรา) และอดไม่ได้ที่จะซื้อผ้าทอผ้าฝ้ายติดมือกันคนละชิ้นสองชิ้น!

     

     

    ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพเกี่ยวกับกฐินจากทุกเว็บไซต์ ทำให้ blog นี้ครบถ้วนสมบูรณ์และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

     

     

    ภาพสวยๆ ในงานจุลกฐินทุกรูป ต้องขอบคุณ "น้องเก๋" "น้องติ๊ก" และ "น้องตุ๋ม" ที่เอื้อเฟื้อภาพจากกล้องของน้องๆ ทุกคน ขอบคุณ "น้องน้อย" ที่ช่วยถ่ายรูปให้ แต่ไม่ยอมเข้ากล้องเป็นนางแบบ ซึ่งทุกรูปสวยงามและเก็บรายละเอียดดีมาก ขอบคุณจริงๆ

     

     

    (วันพุธที่ 23 ตุลาคม 2556)