Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 49 เรื่อง อายุปูนนี้ เพิ่งเคยไป! (ตอนที่ 1)

    image

    image

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 49 เรื่อง อายุปูนนี้ เพิ่งเคยไป!  (ตอนที่ 1)

     

     

     

     

    image

    โลกมนุษย์นั้นกว้างขวาง แม้กระทั่งดวงจันทร์ มนุษย์ก็ได้ประดิษฐ์ยานอวกาศบินไปลงมาแล้ว เพียงแต่คนหนึ่งคนก็ไม่สามารถที่จะได้ไปสัมผัสกับประสบการณ์จริงด้วยตนเองในทุกเรื่องทุกแห่งได้

     

     

    ประสบการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ได้ไปได้เห็นได้สัมผัสในช่วงวัยที่ต่างกัน

    Thai Airways Planeimage

    ผู้เขียนได้นั่งเครื่องบินและไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตก็อายุ 30 แล้ว (ไปเรียนหนังสือและไปครั้งแรกก็ไปอยู่ห่างบ้านซะนานนนน...มากเลยเกือบ 6 ปี)

    อันที่จริงได้ไปต่างประเทศครั้งแรกตอนมาทำงานที่ มจธ. ตอนที่ไปงานกฐินของมหาวิทยาลัยแล้วได้แวะเที่ยว "ท่าขี้เหล็ก" ชายแดนประเทศพม่า ที่เดินเท้าข้ามจากแม่สาย! แค่นี้ก็หรูมากแล้ว อิอิ!

    หลายๆ เรื่องก็ไม่เคยรู้มาก่อน และเพิ่งเห็นครั้งแรกแม้อายุปูนนี้แล้ว เช่น สัตว์และพืชแปลกๆ ใหม่ คนเผ่าคนพื้นเมืองคนท้องถิ่นต่างๆ ที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกจากรายการสารคดี ทำให้แปลกใจว่ายังมีสิ่งเหล่านี้ในโลกด้วยหรืออยู่ตลอดเวลา

    น้ำแก้วนี้ชอบที่จะรับ โดยไม่เคยเต็มแก้วสักที...

     

    พออายุข้ามหลักสี่จะไปห้าแยกปากเกร็ด หรือผ่านสี่พระยาจะไปห้าแยกพลับพลาไชย !!! ผู้เขียนก็มีครั้งแรกในช่วงวัยนี้ด้วย โดยที่อายุปูนนี้ก็มีบางสถานที่ที่ได้เคยไปครั้งแรก โดยอาจจะเป็นครั้งที่เท่าไรไม่รู้ของผู้อ่านก็ได้

    เดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2557 ที่ผ่านมา ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ไปเที่ยวในบางสถานที่ในบางจังหวัดที่อยากไปมานานแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาส หลังจากเสร็จจากการทำวิจัย ก็ถือโอกาสแวะเที่ยวในสถานที่หรือจังหวัดที่ใกล้เคียง

    จังหวัดแรกที่ไม่เคยไปมาก่อนเลย คือจังหวัด "เลย" ภูกระดึงก็ไม่เคยไปและคงไม่ไป เพราะไม่น่าจะปีนไหวแล้วล่ะ

    มีคนบอกว่า "เชียงคาน" ไม่เหมือนเดิม แต่ผู้เขียนไปครั้งแรก เป็นถนนคนเดินขายของ แต่ผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าก็ยังน่ารัก อัธยาศัยดี ได้ใส่บาตรข้าวเหนียวตอนเช้าด้วย คนใส่บาตรและพระสงฆ์รับบาตรไม่มากแบบที่หลวงพระบาง สปป.ลาว

    อากาศตอนเช้าริมโขงเย็นสบาย เงียบสงบดีจัง พอแดดร่มลมตก นักท่องเที่ยวจะเต็มถนนคนเดิน บรรยากาศคึกคักอีกครั้ง

    imageimage

     

    imageimageimage

    ได้แวะเทียว "ภูเรือ" ด้วย ตรงเชิงดอยก็ยังมีสวนดอกคิรสต์มาสของช่วงปีใหม่หลงเหลืออยู่ ก็ยังสวยงามมีเหี่ยวเฉาไปบ้าง อากาศที่นี่หนาวเย็น คนมาเที่ยวไม่มาก เลยได้รูปธรรมชาติมากมาย

    imageimage

    image 

    image 

    imageimage

    imageimage

    ได้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ "ภูทอก" ต้องเปลี่ยนรถไปขึ้นรถสองแถวรับจ้าง (เดี๋ยวนี้ที่อื่นก็ทำแบบนี้เพื่อสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้กับคนในพื้นที่ ได้ "เบิ่งตะเวิน" ก่อนใคร อากาศหนาว พระอาทิตย์สวยงาม

     image

    imageimage

    image

    image

    imageimageimage

    image

    image

    image

    image

    image

    image

    imageimage

    image

    image

    image

    image

    image

    image

    image

    image

     

    ได้แวะไป "แก่งคุดคู้" น้ำโขงแห้ง น้ำลงมาก เกิดสันดอนทรายกว้างขวาง สามารถลงไปเดินได้บนดินแห้งแตกระแหง ข้างบนเป็นที่ขายของกินของใช้ เป็นที่ท่องเที่ยวของคนแถวนั้น

    image image

    "วัดภูควายเงิน" เป็นวัดที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ศรัทธาเคารพของคนเชียงคาน อยู่บนเขา มีจุดชมวิว ที่แปลกคือมีกระต่ายหลากหลายสีวิ่งทั่วลานวัด

    imageimageimage

     

    imageimageimage imageimage

    image

    image

    image

    ก่อนออกจากจังหวัดเลย ได้แวะ "สวนหินผางาม" หรือ "คุนหมิงเมืองเลย" ที่อำเภอหนองหินด้วย เนื่องจากไปตอนเที่ยง อากาศร้อน และไม่มีเวลาเที่ยวมาก ทำให้ได้แต่นั่งรถแต๊กๆ ปีนบันไดไปดูหินรูปทรงเหมือนหินที่คุนหมิงเท่านั้น ไม่มีโอกาสได้เห็นบรรยากาศรอบๆ มากนัก เสียดาย และอากาศร้อนมาก

    จังหวัดที่ 2 คือ "แม่ฮ่องสอน"

    imageimage


    รู้จักจังหวัดนี้ตั้งแต่ตอน ม.1 เพราะทำรายงานในวิชา "ประเทศของเรา" อาจารย์ให้เลือกทำรายงาน 1 จังหวัดของประเทศไทย นึกยังไงไม่รู้ เลือกจังหวัดนี้ ถึงกับเก็บตังค์ซื้อหนังสือ "ท่องเหนือ" ของ ททท. มาทำรายงานทำให้รู้เรื่องของจังหวัดนี้เป็นอย่างดีจำได้จนถึงทุกวันนี้ว่าเป็น "เมืองสามหมอก"

     

    ตอน ม . 5 เป็นอีกโอกาสที่ทำให้รู้จักแม่ฮ่องสอนอีกครั้ง เป็นวิชาเลือกภาษาไทย อาจารย์ได้ให้นักเรียนเขียนจดหมายถึงเพื่อนที่มีเลขที่เดียวกัน ผู้เขียนเลขที่ 19 ของห้อง อาจารย์เลือกให้เขียนจดหมายถึงเพื่อนเลขที่ 19 ของโรงเรียนห้องสอนศึกษา ส่วนเพื่อนคนอื่นก็เขียนถึงเพื่อนเลขที่ตัวเองแต่เป็นโรงเรียนอื่น ทั้ง 45 คนก็ได้ 45 โรงเรียน ในทุกอาทิตย์เมื่อถึงวิชานี้ เพื่อนทุกคนจะลุ้นอย่างตื่นเต้นว่าใครจะได้รับจดหมายตอบบ้าง ของผู้เขียนได้รับจดหมายตอบกลับมาเป็นเพื่อนผู้หญิง ขอโทษที่จำชื่อไม่ได้แล้ว ได้คุยกันอยู่ 5-6 ฉบับก็หยุดไป

    ฝันอยากไปดอยแม่อูคอ ดูดอกบัวตองบานเต็มดอย แต่ยังไม่มีโอกาสไป ทริปนี้ได้ไปปาย ปางมะผ้า กับอำเภอเมืองของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ช่วงวันหยุดยาว เป็นวันมาฆะบูชาที่ตรงกับวันวาเลนไทน์ด้วย!

     imageimageimage

    imageimageimage

    ได้ยินกิตติศัพท์เกี่ยวกับถนนพันโค้งนี้มานานแล้ว ก็ขอพิสูจน์โดยไม่ได้กินยาแก้เมา เพราะนั่งหน้ากับคนขับ และอยากสัมผัสธรรมชาติให้ใกล้ชิดที่สุด ถ่ายรูปตลอดทางที่เลี้ยววกวนไปมา สวยงามมากทั้งขาไปและกลับ ไม่เมารถ และยอมรับว่าถนนโหดจริงๆ ที่เลี้ยวหักศอก เกือบ 360 องศา มีแบบนี้หลายโค้งมาก และติดๆ กัน  หลายครั้งที่เอี้ยวตัวตามถนนจริงๆ ถนนแบบนี้รับได้ เพราะเคยไปเจอที่ที่โหดกว่านี้มาแล้ว เลยรู้สึกว่าการเดินทางไปแม่ฮ่องสอนนั้น "สิวๆ จิ๊บๆ เล็กน้อย" ไม่ลำบากเลย หากคนขับคุ้นเส้นทางและขับอย่างปลอดภัยไม่ประมาท ยอมรับว่าเห็นใจคนแม่ฮ่องสอนมาก จะเดินทางออกนอกจังหวดทีลำบากจริงๆ จะเลี่ยงไปถนนสายอื่นๆก็ไม่ได้โค้งน้อยไปกว่านี้

    ทางที่ว่าโหดกว่าคือทางไปศูนย์ต่างๆของ มจธ. ที่อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ตามที่ได้เขียนเล่าไว้แล้วใน blog ที่ผ่านมา เพราะเป็นถนนดิน มีโค้งมาก และไหล่ทางชำรุด น่ากลัวกว่าแยะเลย ขนาดตอนนั้นเป็นหน้าหนาว ถนนเป็นฝุ่น ขรุขระ กระเด้งกระดอน เหมือนออกกำลังอวัยวะภายใน เสมือนตับไตใส้พุงขยับเขยื้อน ถ้าเดินทางหน้าฝน  ถนนจะเละเป็นโคลน เดินทางลำบากกว่ามาก

     

     

     

    imageimage

    imageimageimage

     

     

    ไปถึง "ปาย" ก่อน แวะพัก 1 คืน ก่อนเข้าปาย จะผ่าน "สะพานประวัติศาสตร์" ที่ตอนนี้ให้คนเดินผ่านได้ ส่วนรถก็วิ่งบนสะพานคอนกรีตสร้างใหม่ขนานกัน ไหว้พระที่ "วัดน้ำฮู" มีเรื่องราวเกี่ยวกับพระสุพรรณกัลยาด้วย วันที่ไปพอดีเป็นวันพระราชทานเพลิงศพพระภิกษุ มีชาวบ้านและชาวไทใหญ่จำนวนมากมาร่วมงานและร่วมทำกับข้าวแจกเป็นทาน

     

     

    imageimageimage

    ทางเลยวัดน้ำฮูขึ้นไปเล็กน้อย เป็นหมู่บ้านคนจีนยูนนานอพยพชื่อ "หมู่บ้านสันติชล" เป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้านอาศัยอยู่จริงๆ แต่ได้รวมตัวกันสร้างสถานที่ท่องเที่ยว สร้างกำแพงเมืองจีนจำลอง ขายชา และมีชิงช้าสวรรค์แบบชาวเขา ได้ไปลองขึ้นด้วย หมุนไปมาอยู่ 6-8 เที่ยว ใช้แรงผู้ชาย 4 คนหมุน โยกไปข้างหน้าและถอยไปข้างหลังได้ คิดคนนั่งเที่ยวละ 25 บาท เสียวเล็กน้อย ลมตีสดชื่นดี ชอบอ่ะ...

     

     

    imageimage

     

    สำหรับที่เภอปาย ยอมรับว่าไม่ได้ประทับใจ เป็นถนนคนเดินแบบเหมือนถนนข้าวสารที่กรุงเทพฯ แต่ก็ดีใจที่ได้ไปเยี่ยมเยียนให้เห็น ฝรั่งเยอะ อากาศเย็นสบาย

     

     

    imageimageimageimage

     

     

    imageimage

    imageimageimage

     

    "ห้วยน้ำดัง" ได้แวะเป็นทางผ่านจากเชียงใหม่กำลังจะถึงแม่ฮ่องสอน เป็นอุทยานแห่งชาติสวยงาม ถนนดี ออกจากห้วยน้ำดัง แวะจอด "ดอยกิ่วลม" จุดชมวิวระหว่างทาง แถวปางมะผ้า และใกล้ถึงอำเภอเมือง จะเป็น "น้ำตกผาเสื่อ" แต่ไม่มีเวลาเยี่ยมถ้ำปลาพลวง เที่ยว "กองแลน" หรือ "ปายแคนยอน" ได้แต่มอง ไม่กล้าเดินข้ามทางหินแคบๆ ไม่ไว้ใจตัวเองว่าจะทรงตัวเดินข้ามไปได้!

     

    image

    ทางเข้าออกของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนจะมีประตูเมืองเป็นจุดสังเกต และสถานที่รู้จักมานานตั้งแต่ทำรายงานตอน ม.1 และอยากไปเห็นมากที่สุดคือ "วัดพระธาตุดอยกองมู" มีเจดีย์ 2 องค์ มีองค์ใหญ่ และองค์เล็กอยู่ใกล้กัน สวยงามสง่าทั้ง 2 องค์ สีขาวสะอาดตา ตั้งอยู่บนดอยกองมู มีจุดชมวิวสวยงาม

     

    imageimageimage

     

     

    "วัดจองคำ" และ "วัดจองกลาง" เป็นวัดที่อยู่ในเมือง ใกล้อ่างเก็บน้ำในเมือง ที่แปลกคือเป็นวัดที่อยู่ติดกัน ยอมรับว่าไม่แน่ใจว่าตรงไหนคือวัดจองคำและวัดจองกลาง แต่ที่แน่ๆ กว้างขวาง สวยงามมีเอกลักษณ์ เน้นสีเขียวและสีทอง มีพระประธานแบบพม่าและเป็นองค์พระที่จักสานด้วยหวายแปลกตา มีพิพิธภัณฑ์ภายในวัดด้วย

    imageimage

     

     

     

     

    image  imageimage

    ครั้งนั้น นอนค้าง 1 คืนที่ "หมู่บ้านรักไทย" เป็นหมู่บ้านคนจีนอพยพจากยูนนาน อากาศหนาวเย็นมาก เงียบสงบ บรรยากาศดีมากๆ มีไร่ชาด้วย พลาดไม่ได้ กินขาหมูยูนนานกับหม่านโถว ยำใบชา ไก่มะวาว เหมือนไก่ผัดขิงแต่เป็สมุนไพรซอยฝอยรสเปรี้ยวเล็กน้อย แสนอร่อยกับน้ำชาร้อนๆ ดับความหนาวเย็นให้กับร่างกายได้ดี

     

    imageimageimage

     

     

    "ปางอุ๋ง" คือที่ที่พวกเราประทับใจที่สุด แม้ตั้งใจจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นแต่ไม่เห็น ไปเห็น "พระจันทร์" เต็มดวงในอ่างเก็บน้ำสวยงาม และไปล่องแพไม่ไผ่ แพละ 2 คน แพละ 250 บาท ท่ามกลางอากาศเย็น หมอกลงสวยงามและหงส์ดำ

     

    imageimage

    imageimageimageimageimageimage

    imageimageimage

     

     

    ก่อนเดินทางไปแม่ฮ่องสอน ได้แวะเที่ยวเชียงใหม่ก่อน  เที่ยวเชียงใหม่หลายครั้งแล้ว เที่ยวไม่หมด เที่ยวไม่ทั่ว มาครั้งนี้ตั้งใจแวะไหว้พระ 2 แห่ง 

    imageimage

    อันที่จริง ต้องสารภาพว่าไม่ได้ตั้งใจมาไหว้พระที่ "วัดฟ้าฮ่าม" เพียงแต่มากินข้าวซอยร้านลำดวนข้างวัด แล้วจอดรถภายในวัด ก็มากินข้าวซอยแถวนี้บ่อย ไม่ได้แวะสักที คราวนี้ กินเสร็จก็เป็นโอกาสไปนมัสการวัดนี้ซะหน่อย ป้ายที่วัดบอกว่า ฟ้าฮ่าม เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ฟ้าสว่าง อร่ามเรืองรอง ภายในพระอุโบสถ กำลังมีการทำบุญสะเดาะเคราะคนปีชง ตุงติดธนบัตรแขวนเต็มเพดาน และได้สังเกตว่าพระประธานที่วัดนี้มีปากสีแดงด้วยล่ะ

     

    imageimageimageimage