Welcome
Guest User
 

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 51 กินอาหารญี่ปุ่นที่โตเกียว

    มุมสบายๆ ลำดับที่ 51 กินอาหารญี่ปุ่น

     

     

    จำได้ว่าตอนเขียน blog ใหม่ๆ เขียนถึงอาหารญี่ปุ่นตอนไปฝึกอบรมเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว

     

    ครั้งนี้ ได้ไปฝึกอบรมที่เดิมอีกครั้ง ในหัวข้อใหม่ เรื่องฝึกอบรมจะเล่าให้ฟังในโอากสต่อไป แต่ขอเล่าเรื่องกินและเที่ยวให้ฟังกjอน สนุกดี (แต่ขอข้ามไม่เล่าเรื่องอาหารบนเครื่องบิน Japan Airline อร่อยดี ใช้ได้ ที่ชอบสุดคือ มีไอติมยี่ห้อฮาเกนดาสให้กินทั้งขาไปและขากลับ)

     

    ขอขอบคุณผู้จัดฝึกอบรม Japan Patent Office (JPO), Japand Institute for Promoting Invention and Innovation (JIPII) และ The Overseas Human Resources and Industry Development Association (HIDA) ที่ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ทั้งค่าฝึกอบรม ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าอาหาร

     

    image

     

    อยู่หอพักของ HIDA เขามีห้องอาหารที่จัดอาหารเช้า อาหารเที่ยง และอาหารเย็นที่หอพักให้ทุกมื้อ แต่หลักสูตรนี้ต้องฝึกอบรมอีกที่ ผู้จัดเลยให้เงินสดไปซื้ออาหารกลางวันกินเอง ส่วนวันอาทิตย์ปิดครั้ว ให้เงินไปซื้อกินเอง 3 มื้อ

     

     

    imageimage

     

    อาหารเช้าเปิดครัว 6.30 - 8.30 น. มีทั้งอาหารตะวันออก ข้าวต้ม ข้าวสวย กับข้าวมีทั้งไก่ย่าง ปลาไข่ทอด เกี๊ยวซ่า ปอเปี๊ะทอด บางวันมีหมี่ผัด ผักดอง หรือจะเป็นแบบตะวันตก มีขนมปัง เนย cornflake นม ไส้กรอกหมู แฮม จะเลือกกินทุกอย่างก็ได้ (เครื่องปรุงรส มีทั้งซ้อสมะเขือเทศ ซอสพริก ซีอิ๊วญี่ปุ่น พริกไทย เกลือ พริกป่น ไปจนถึงน้ำปลา และน้ำจิ้มไก่แบบไทย!)

     

     

    ส่วนสลัดบาร์ (มีผักสลัด สปาเก็ตตี้มายองเนส มันฝรั่งบดทอด หรือบางวันมีมันฝรั่งทอด) โยเกิร์ต มิโสะซุป (ซุปเต้าเจี้ยว) น้ำแอ็บเปิ้ล น้ำส้ม ชาฝรั่ง ชาเขียว กาแฟ ผลไม้ (สับปะรด ส้ม แตงโม) มีให้กินทุกมื้อ

     

    image

     

    อาหารเย็น เป็นอาหารชุด จัดมื้อ 3-4 ชุดให้เลือกเพียง 1 ชุด เช่น ชุดไก่ย่าง ชุดปลาย่าง ชุดหมูทอด หรือชุดแกงแขก ชุดกับข้าวแบบจีน

     

     

    ก่อนกินข้าว ก็ต้องเอาบัตรอาหารรูดก่อนทุกครั้บ มื้อเช้าหรือเย็นไหนที่ไม่ได้กิน ถ้าแจ้งล่วงหน้า แม่ครัวก็จะจัด cup noodle พร้อมขนมปัง กล้วย และขนมอื่นๆ ให้คนละ 1 ถุงแทน

     

    image

     

     

    มื้อกลางวัน เนื่องจากต้องเดินทางจากหอพักอยู่ทางเหนือของกรุงโตเกียว นั่งรถไฟใต้ดินไปที่ฝึกอบรมประมาณ 40 นาที อบรมที่สมาคมตัวแทนสิทธิบัตรญี่ปุ่น ข้างสำนักสิทธิบัตรญี่ปุ่น อยู่ทางตอนใต้ของกรุงโตเกียว พักกินข้าวเที่ยงตอนบ่ายโมง ก็เดินไปกินข้าวตึกตรงกันข้าม ตึกสูงใหญ่มีบริษัทมากมาย ชั้นใต้ดินมีร้านอาหารจำนวนมากเช่นกัน

     

    image

    image

     

    อบรมในสัปดาห์แรก เข้าร้านอาหารไม่ซ้ำร้าน มีทั้งราเม็งหมู ชุดข้าวไก่กะทะร้อน (เอาใจใส่เหลือเกินกลัวน้ำมันกระเด็นใส่ลูกค้าโดยการเอากระดาษล้อมวงรอบขอบจานกะทะ) สปาเก็ตตี้ร้านอาหารอิตาเลียน ราคาประมาณ 700-800 ที่หรูสุด ได้ไปกินชุดซาชิมิ (ปลาดิบ ไก่ทอด เต้าหู้ ไข่ตุ๋น) หลังบ่ายโมงลดราคาเหลือ 1000 เยน (อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 300 เยนเป็น 100 บาท) ที่ได้กินเพราะได้เจอล่ามคนญี่ปุ่นแปลภาษาอังกฤษของหลักสูตรที่แล้ว ดีใจที่เจอกัน เลยนัดกินข้าวกัน ไม่งั้น ไม่รู้หรอกว่ามี promotion แบบนี้

     

    image

    image

     

    มี 1 ร้าน ได้ลองในวันสุดท้ายของการฝึกอบรม เข้าร้านไปแบบงงๆ สั่งไม่ถูก กลายเป็นว่าคิดค่ากับข้าวตามน้ำหนัก ส่วนใหญ่ขีดละ 280 เยน วันนั้นเลือกกับข้าวไป 3 อย่าง ชั่งน้ำหนักแล้วต้องจ่าย 500 กว่าเยน อร่อยดี และแปลกดี (ร้านอาหารทุกร้าน น้ำเปล่าหรือน้ำชาฟรี ไม่เสียเงิน)

     

     

    image

     

    image

    image

     

    ช่วงอบรมสัปดาห์หลัง เงินเหลือน้อย เพราะเที่ยวเยอะ ซื้อของเยอะ และจ่ายค่าเดินทางที่ออกนอกเส้นทางเยอะ เลยไม่เข้าร้านอาหาร เอาแพ็คข้าวเย็นเป็นบะหมี่ถ้วยไปลวกน้ำร้อนกิน ที่ฝึกอบรมเขาจัดห้องกินข้าวให้ บางวันซื้อข้าวกล่องร้านสะดวกซื้ออุ่นร้อนให้ อร่อยดี หรือข้าวกล่องของร้านอาหารบางร้านที่จัดขาย ราคาเพียง 400-500 เยน ได้กินข้าวแกงเขียวหวานไก่กับกระเพราหมูสับของไทยด้วย รสชาติพอใช้ได้ ผักที่โรยหน้าไม่ใช่โหระพาหรือกระเพรา กินแล้วก็ยังไม่รู้ว่าผักอะไร!

     

     

    เนื่องจากฝึกอบรมทั้งวัน ไม่มีเวลาเที่ยว หลังฝึกอบรมตอนเย็น ประมาณ 5 โมงเย็น ก็ไม่ยอมกลับหอพักในทันที ขอ "เริงราตรี" ก่อน ได้ไปเที่ยวหลายๆ จุดในโตเกียว ส่วนใหญ่เป็นแหล่ง shopping เดินเล่นมั่ง ซื้อของมั่ง และที่ขาดไม่ได้คือกิน แต่ก็จะพยายามกลับเข้าหอพักก่อน 20.30 น. ก่อนครัวปิด ไปกินข้าวเย็นให้ทัน จะได้ประหยัดตังค์

     

     

    เรื่องกิน ส่วนใหญ่เป็นการซื้อขนมกินรองท้อง ไม่ได้กินอิ่มจริงจัง และเพราะอยากลองด้วย หาซื้อได้ทั้งร้านในสถานีรถไฟใต้ดินและที่น่าสนใจที่สุด ชั้นใต้ดินของห้างทุกห้างทุกที่ จะเป็น super market (ขนมอะไรที่มีขายที่ กทม. บ้านเรา ก็ไม่ลองเลย) ขอลองขอชิมแต่ขนมญี่ปุ่นดีฝ่า...แม้จะไม่รู้ว่าขนมชื่ออะไร (เขาเขียนชื่อขนมภาษาญี่ปุ่นไว้แล้ว แต่อ่านไม่ออกเอง!) ก็ยินดีที่จะซื้อชิม ยกตัวอย่างเช่น

     

     

    image

    image

     

    ขนมปังไส้ครีม จำได้ว่าร้านอยู่ที่สถานีรถไฟใต้ดิน เห็นคนซื้อเยอะ เลยเข้าไปมุงบ้าง เห็นตู้แช่ มีหลายไส้ โดยส่วนตัวชอบใส้ครีม ซื้อ 1 ชิ้น เดินกินเลย ขนมปังเนื้อเย็นๆ กับไส้ครีมไม่หวานมาก อร่อยดี

     

     

    image

    image

     

    ขนมแป้งอบไส้ครีม ร้านอยู่ในห้างชั้นใต้ดิน คนรอเข้าแถวซื้อเยอะ เลยไปเข้าแถวบ้าง พอถึงคิว คนขายพูดภาษาญี่ปุ่นเป็นชุด พอเดาได้ว่า ไส้ครีมหมดแล้ว กำลังทำใหม่ ต้องรออีก 5 นาที แล้วค่อยมาใหม่ ก็มาตามสัญญาเพราะอยากชิม เข้าแถวอีกครั้ง ซื้อ 1 ชิ้น กินทันที ขนมแป้งอบเนื้อเหนียวนุ่ม เนื้อคนละแบบกับโดรายากิ หรือขนมแป้งทอดของโดราเอมอน ไม่เหมือนกัน ใส่ไส้ครีมเยอะดี กินอุ่นๆ อร่อยมาก

     

     

    image

     

    ช่วง 5 นาทีที่บอกให้รอขนมแป้งอบ ก็ได้เดินที่เคาน์เตอร์ขายขนมจีบซาลาเปาก่อน ซื้อซาลาเปาไส้หมูสับ 1 ลูก (ใบใหญ่มาก) มาลอง เพราะอยากรู้ว่าเหมือนกับซาลาเปาที่คนจีนทำหรือเปล่า ซื้อมาลองแล้ว เหมือนกัน แป้งเหนียวนุ่ม ไส้หมูสับก็เยอะ แต่รสซีอี๊วเยอะกว่าหน่อย อิ่มอร่อยกับซาลาเปาของคาวแล้ว ไปกินขนมแป้งอบไส้ครีมเป็นของหวาน อิ่มไปเลย

     

     

    image

     

    วัฟเฟิลไส้ครีมและคัสตาร์ดโปะสตรอเบอรี่ 1 ซีก เป็นขนมไส้ครีมอีกอย่างที่ซื้อมาลองกิน วันนั้น ยังไม่รู้ว่าจะลองกินขนมอะไรดี เดินไปมาที่ชั้นใต้ดินของห้างอีกที่ ก็เห็นเด็กวัยรุ่นซื้อขนมแบบนี้ไปหลายชิ้น วางขายอยู่ที่ตู้แช่เย็น ก็ลองซื้อกินเลยดีกว่า ซื้อแค่ 1 ชิ้น แต่คนขายแพ็คให้อย่างดี และใส่ซองน้้ำแข็ง คล้ายๆ ซองกันชื้นเล้กๆ ใส่มาในถุงขนมให้ด้วย ช่างบริการดีอะไรอย่างนี้ ซองน้ำแข็งไม่ทันละลาย วาฟเฟิลก็กินหมดลงท้องไปเรียบร้อยแล้ว อร่อยดี ไส้ครีมและคัสตาร์ดไม่หวานมาก แป้งวาฟเฟิลก็นุ่ม เย็นๆ อร่อยดี

     

     

    image

     

    อีกครั้งอยากกินไก่เทอริยากิเสียบไม้ ที่ชั้นล่างของห้างอีกแห่งของเย็นอีกวัน (จำไม่ได้ เดินหลายห้างในหลายๆ ที่ เยอะเหลือเกิน) มีไก่เสียบไม้หลายแบบ ก็ขอลองไก่เสียบไม้สลับกับต้นกระเทียม ไม้ละร้อยกว่าเยน ซื้อแค่ 1 ไม้ เหมือนเดิม ทำท่าบุ้ยใบ้ว่าไม่ต้องแพ็ค จะกินเลย จ่ายตังค์แล้วรูดเข้าปากกินเลย หิวด้วย อร่อยดี ไก่เค็มๆ หวานๆ สลับกันต้นกระเทียมหั่นเป็นชิ้นย่างหอมซีอิ๊ว แทบอยากเหาะกลับหอไปกินข้าวต่อในทันทีเลย

     

     

    imageimage

     

    วันอาทิตย์ค่ำๆ หลังจากกลับจากเที่ยว แวะเดินชั้นใต้ดินของห้าง (อีกแล้ว แถว shinjuku ที่จำได้เพราะขึ้นรถไฟไปต่างจังหวัดที่สถานีนี้) เจอช่วงลดราคาอาหารเพราะใกล้ปิดห้าง ได้ปีกไก่ย่างใส่แพ็คลดราคา 100 เยนเหลือ 310 กว่าเยน (ทีแรกเข้าใจผิดคิดว่าแพ็คนั้นแค่ร้อยเยน มารู้อีกทีตอนจ่ายเงินอ่ะ...) กินกับขนมปังไส้ผัก ไม่ต้องอิ่มมาก ดึกแล้ว นอนสบายในคืนนั้น มีอีก 1 วัน รู้ตัวว่ากลับไปกินข้าวเย็นไม่ทัน ก็ซื้อไก่บดชุบแป้งทอดลดราคาตอนห้างใกล้ปิดแล้วเหมือนกัน แล้วก็ซื้อข้าวห่อสาหร่ายสามเหลี่ยมใส้ปลาแห้งลดราคาด้วย กลับมากินที่หอแทน (คนขายบอก chicken ก็เดาว่าไก่บด แต่พอกินจริง แทบไม่ได้เนื้อสัมผัสของไก่เลย เละเป็นแป้ง ลงไปห้องครัวเหยาะคิกโคแมนมาจิ้มกิน ให้ได้รสชาติเพิ่มขึ้น!)

     

     

    image

    image

     

    เครื่องดื่มนอกจากชาเขียวฟรีในหอพักแล้ว (ชอบมากที่ฟรี ดื่มทุกวันละหลายถ้วย ได้รินใส่ขวดไปดื่มตอนอบรมด้วย) ก็ซื้อโค้กขวดดับกระหายและให้หายเหนื่อยจากที่ต้องรีบวิ่งกลับหอให้ทันกินข้าวเย็นที่หอพัก ใส่น้ำแข็งที่หอพักมีให้ฟรีที่ตักกินได้ตลอดทั้งวัน มีบางวันก็อยากลองกินน้้ำแบบอื่นๆ เลยได้ซื้อชานมเย็นถ้วยของ family mart (อ่านไม่ออก ให้คนญี่ปุ่นที่ยืนซื้ออยู่ข้างๆ ช่วยหยิบ milk tea ให้) อีกวันซื้อลาเต้ยี่ห้อเซเว่นอีเลฟเว่นมาชิม ทั้ง 2 แบบไม่หวานมาก หอมชาและกาแฟดี ที่ตู้แช่ของร้านสะดวกซื้อทุกแห่งมีกาแฟ starbuck ใส่ถ้วยขายด้วย ถ้วยละประมาณ 700-800 เยน แพงกว่ายี่ห้อที่ซื้อชิม ไม่ได้เสียดายตังค์ที่จะซื้อชิม แต่เงินไม่พอแร้วววว...

     

     

    image

    image

     

     

    อีก 1 วันที่ยังไม่รู้จะชิมอะไร และเงินสดในมือเหลือน้อยเต็มที โดยเดินชั้นใต้ดินของอีกห้างหนึ่ง เห็นเคาน์เตอร์ขายโดนัทที่ห้างอื่นไม่มี แถมยังมีคนมุงซื้ออยู่หลายคน ก็เลยยืนนับเศษเหรียญเงินให้ได้พอดีซื้อ 1 ชิ้น ชี้ไปรสชาติที่ถูกที่สุด บุ้ยใบ้บอกไปไม่ต้องแพ็ค จะซื้อกินเลย ได้มาชิมดู อร่อยดี เนื้อนุ่มหอม ที่แปลกใจคือน้ำตาลเคลือบผิวโดนัท ไม่ใช่น้ำตาลทรายเกล็ดขาวแบบบ้านเรา ถ้าให้เดา เป็นน้ำตาลทรายแดงละเอียด ที่ไม่เห็นเกล็ด แต่ได้รสสัมผัสละเอียดและหวาน ชอบอร่อยดี

     

     

    image

     

     

    เย็นวันสุดท้าย ได้ซื้อไอติมกินรองท้อง เป็นไอติมของญี่ปุ่น กำลังลดราคาเหลืออันละ 80 กว่าเยน ซื้อในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ขายแต่ของแบบราคาประหยัด ไอติมเป็นลักษณะแซนด์วิชเนื้อเวเฟอร์กรอบหุ้มด้านนอก ข้างในเป็นไอติมรสวานิลลา อันใหญ่มาก ราคาถูกด้วย แม้ไม่ลดราคาก็ไม่ถึง 100 เยน กินไปเดินเล่นไป ระหว่างกลับหอพัก หวานอร่อยสดชื่นมาก สบายท้องด้วย

     

     

     

    ไปต่างประเทศครั้งใด รวมถึงไปที่ๆ ไม่เคยไปในประเทศไทยด้วย จะต้องหาโอกาสในการชิม ลองทุกอย่างเท่าที่ลองได้ อย่างไปฝึกอบรมญี่ปุ่นในครั้งนี้ แม้จะไม่มีเวลาเที่ยวและกินมากนัก แต่โอกาสที่พยายามสอดแทรกให้ได้ลองได้ชิมนั้น หาเวลาได้ ไม่ยอมพลาดแน่นอน อร่อยทุกอย่าง ชอบทุกอย่าง ประทับใจไปหมด มีความสุขเรื่องกินจังเลย!

     

     

    (วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2557)