Welcome
Guest User
 

    รู้ไหม คุณนึกถึงอะไรเมื่อได้ยินคำว่า นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์

    เมื่อเช้านี้อ่านเนื้อหาของหนังสือเรื่อง nudge อย่างย่อ ซึ่งเขียนถึงความผิดพลาดในการตัดสินใจของมนุษย์ อันมีสาเหตุหนึ่งมาจากกลวิธีในการแก้ปัญหาที่เรียกว่า heuristic (ฮิว ริส ติก) หรือก็คือ การแก้ปัญหาโดยการลองผิดลองถูก หรืออาศัยกฎที่นิยามขึ้นอย่างหลวมๆ*

    ยกตัวอย่างของการทดลองเรื่อง Tom W. (เนื้อหาส่วนนี้ถอดความมาจาก Wikipedia)

    ในปี 1973 Kahneman and Tversky ให้ข้อมูลต่อไปนี้แก่กลุ่มตัวอย่าง


    "Tom W. เป็นคนฉลาดมาก แม้จะขาดความคิดสร้างสรรค์ เขาชอบระเบียบและความชัดเจน และต้องการระบบที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งข้อมูลทุกอย่างต้องจัดอยู่ในที่ที่เหมาะสม ลักษณะการเขียนของเขาแข็งทื่อและเหมือนเครื่องจักร และบางครั้งจะมีมุกฝืดกับจินตนาการทางวิทยาศาสตร์อันโลดแล่นเข้ามาแทรกให้มันมีชีวิตชีวาขึ้นมานิดหน่อย เขามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นคนเก่งกาจ ดูเหมือนเขาแสดงความเห็นอกเห็นใจคนอื่นเพียงเล็กน้อย และไม่ชอบปฏิสัมพันธ์กับใคร ถึงเขาจะยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง เขาก็รู้จักผิดชอบชั่วดีอยู่มาก"


    จากนั้น เขาแบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 3 กลุ่ม

    กลุ่มแรก เขาถามว่า Tom W. เหมือนนักศึกษาระดับปริญญาโทในสาขาวิชาอะไรจาก 9 สาขาต่อไปนี้ (บริหารธุรกิจ, วิทยาการคอมพิวเตอร์, วิศวกรรมศาสตร์, มนุษยศาสตร์/ศึกษาศาสตร์, กฎหมาย, บรรณารักษศาสตร์, แพทยศาสตร์, วิทยาศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มองว่า Tom W. มีลักษณะเหมือนนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์มากที่สุด และเหมือนนักศึกษาสังคมศาสตร์น้อยที่สุด


    กลุ่มที่สอง เขาถามว่า ความเป็นไปได้ที่ Tom W. จะเป็นนักศึกษาระดับปริญญาโทในสาขาวิชาทั้ง 9 สาขาที่กำหนดให้ ผลปรากฎว่า ความเป็นไปได้นี้สอดคล้องกับกลุ่มแรก


    กลุ่มที่สาม เขาให้คิดสัดส่วนของนักศึกษาระดับปริญญาโทชั้นปีที่หนึ่งในสาขาวิชาทั้ง 9 สาขา ว่าแต่ละสาขาน่าจะมีคนเรียนเท่าไหร่


    กลุ่มที่สองให้ค่าการประมาณที่ใกล้เคียงกับกลุ่มแรก คือมองว่า Tom W. มีโอกาสเป็นนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ และค่าการประมาณของกลุ่มสองน้อยกว่าเมื่อเทียบกับอัตราที่ใช้เป็นฐาน (base rate) ของกลุ่มสาม ถ้ากลุ่มตัวอย่างในการทดลองนี้ใช้ค่าอัตราฐาน (base rate) มาพิจารณาแล้วล่ะก็ ความเป็นไปได้ที่ Tom W. เป็นนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์จะลดลงไปเยอะมาก เพราะว่าในสมัยนั้น มีนักศึกษาระดับปริญญาโทสาขาวิศวกรรมศาสตร์น้อยมาก


    แล้วมันหมายความว่าอย่างไร?


    ตัวอย่างนี้เป็นการนำเสนอหัวข้อที่เรียกว่า representative heuristic หรือกล่าวอย่างง่ายว่า เราตัดสินความเป็นไปได้ของข้อสมมุติฐานใดๆ โดยพิจารณาว่าข้อสมมุติฐานนั้นเหมือนกับข้อมูลที่มีอยู่มากแค่ไหน และสิ่งนี้ทำให้เราละเลยอัตราที่ใช้เป็นฐาน (base rate) และเกิดอคติทางการคิด (cognitive bias) นั่นเอง


    เรามักจะมีภาพของคุณลักษณะของคนที่เรียนสาขาวิชาต่างๆ เช่น คนเรียนภาษาต้องพูดเก่ง คนเรียนคณิตศาสตร์ต้องเก่งคำนวณ คนเรียนบรรณารักษศาสตร์ต้องชอบอ่านหนังสือ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คนเรียนวิศวกรรมศาสตร์หลายคนแต่งกลอนได้ไพเราะ ชอบเข้าสังคมและงานเลี้ยง  ชอบอ่านหนังสือ เข้าถึงสุนทรียภาพจากการฟังเพลงและงานศิลปะแขนงต่างๆ ฉะนั้น การเหมารวมทำให้เราพลาดโอกาสที่จะเห็นมุมชีวิตในด้านอื่นๆ ของผู้คนที่อยู่รอบตัวเรา


    อย่าให้อคติเป็นตัวกำหนดการคิดตัดสินใจของเราครับ



    หมายเหตุ:

    *แปลจาก "proceeding to a solution by trial and error or by rules that are only loosely defined." (Oxford American Dictionary)


    ชอบบทความนี้มากเลยครับ ทำให้ นึกถึงตอน ตัดสินใจ เลือกคณะที่จะเรียน ในมหาวิทยาลัย

    ซึ่งผลออกมาจากงานแนะแนวว่าผมชอบ แนวเศรษฐศาสตร์ ซึ่ง ผมบอกว่าผมชอบคอม (เล่นเกม)

    เลยทำให้ผมไม่สนใจ แนวการเงิน อันที่จริงแล้วผมชอบจััดการเงินผม แต่ชอบเล่นเกมในคอมมากกว่า

    เลยเป็นที่มาทำให้ ผมมาเรียนวิศวคอมได้ ครับ ซึ่ง ณ ตอนนี้ ผมก็ยังคงชอบเล่นเกม แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือ

    ผมสนใจ ในศาสตร์ ทางด้านการเงินมากครับ

    Admin#2 3401 days ago

    ยินดีกับน้องแชมป์ที่ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ และได้รู้ด้วยว่าตนเองมีความถนัดอะไร ช่วยให้ได้ทำงานในสิ่งที่ตนรัก และใช้ความสนใจอีกด้านมาช่วยในชีวิตประจำวันครับ

    เศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเกี่ยวข้อง และเชื่อว่าช่วยให้น้องแชมป์วางแผนชีวิตได้ดีด้วยครับ

    Suthee LI 3398 days ago