Welcome
Guest User
 

    เชิดชูอาจารย์ (แรงบันดาลใจในการสอนแบบเด่นๆ)

    กลับมาอีกครั้งครับ ครั้งนี้จะเล่าเรื่อง "แรงบันดาลใจในการสอนแบบเด่นๆ" ที่ผมได้จากอาจารย์ใน สจธ. สมัยที่ผมเรียนนะครับ (หลังผมทำงานแล้วจะมีภาคพิเศษตามมา)


    รศ.ดร.เอก ไชยสวัสดิ์
    เหตุการณ์ที่ให้แง่คิด
           ท่านนี้สอนผมเรื่องการทำความเข้าใจเด็ก ผมจำได้แม่นเลยว่าผมเคยบ่นๆนินทาท่านบนรถเมล์โดยไม่ได้สังเกตุว่าท่านนั้นอยู่ ผลปรากฎว่า พอท่านอาจารย์มาสอนวันนั้นเลย ท่านเข้ามาเสร็จแล้วพูดว่า คุณเรียนไม่รู้เรื่องทำไมไม่บอกผม น้ำเสียของอาจารย์ได้ด่าพวกเรานะครับ แต่น้อยใจ น้อยใจที่ท่านพยายามสอนความรู้ให้แต่พวกเราที่เป็นเด็กนั้งเงียบ ไม่ถาม ท่านก็คิดว่าคงเข้าใจ หลังจากวันนั้นท่านก็ปรับปรุงวิธีการสอนทำให้ผมเข้าใจ
    ผลที่ได้รับ
           ตั้งแต่มาทำงานวันแรกผมก็สอนวิชาที่ท่านสอนผมมา (กรรมตามสนอง 55) ผมสังเกตุพฤติกรรมการเรียนของเด็กตลอดเวลา ดูแววตาอันใส่ซื่อ และพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมเขาเรียนไม่รู้เรื่อง แล้วแก้ไขเท่าที่ความสามารถจะทำได้ ทุกวันนี้ท่านอาจารย์เอก ก็ยังสอนผมและน้องๆถึงวิธีการต่างๆที่ใช้กับนักศึกษาตลอดเวลาเมื่อเวลาเราประชุมภาค

    รศ.เลิศศักดิ์ เหมยากร
    เหตุการณ์ที่ให้แง่คิด
           สุดยอดอาจารย์ของเด็กๆอีกหลายคนครับ ท่านเล่าให้ฟังเวลาเรียนเสมอหลังจากที่สอนเครียด ท่านสอนวิชาเทอร์โมไดนามิค เรื่องที่ท่านชอบเล่าคือการโดดเรียนไปเตร่รอบๆบางมด เทคนิคการโกงสอบ และอีกหลายอย่าง ผมถือว่าการเล่าเรื่อเล่านี้ให้ฟังเป็นการปรามนักศึกษาไปในตัว ก่อนจะปิดฉากทุกครั้งว่า ถึงจะเกเรอย่างไรผมก็ต้องจบเป็นวิศวกรให้ได้ แล้วท่านก็แถมอีกว่า ตอนนี้ไม่ได้จบเป็นวิศวกรอย่างเดียวยังสอนให้พวกคุณเป็นวิศวกรด้วย เลิศจริงๆ
    ผลที่ได้รับ
           ผมเอาของท่านมาหมดเลยครับการเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองบ้าง ของเพื่อนๆในรุ่นที่ประสบความสำเร็จ ล้มเหลว การลุกขึ้นใหม่ของเพื่อนบางคน หรือแม้แต่เพื่อนที่เรียนจบ 8 ปีมีชีวิตไม่ได้น้อยหน้ากว่าเพื่อนที่เรียนเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง และจบท้ายด้วยคำสวยหรูว่า คุณเข้ามาเรียนวิศวกรแล้วยังไงๆก็ต้องจบไปเป็นวิศวกร

    ผศ.ชนินทร์ วงศ์งามขำ
    เหตุการณ์ที่ให้แง่คิด
           อาจจะเรียกได้ว่าเป็นอาจารย์ที่เพื่อนๆผมไม่ค่อยพอใจในการสอนคนหนึ่งแต่ผมชอบมากครับ วิธีการสอนของอาจารย์ถ้าจะเอาคำสวยๆในปัจจุบันมาใช้คือ constructionism ดีๆนี่เอง ในสมัยนั้นสงครามระหว่างอิรักกับอิหร่านกำลังระอุ ท่านจะเอาเหตุการณ์นี้มาเป็นประเด็นให้พวกเราคิดที่จะสร้างอาวุธสงครามและออกแบบวงจรดิจิตอลต่างๆ โดยให้พวกเราค้นคว้าด้วยตัวเอง ท่านอาจารย์เป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำและสอนหลังจากที่เราเริ่มจะประติดประต่ออะไรได้บ้างแล้ว ท่านทำให้ผมมีจินตนาการและนำเอาเทคโนโลยีที่มีอยู่มาใช้ให้ได้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิศวกร 
    ผลที่ได้รับ
           ทุกวันนี้ผมสอนวิชาวิศวกรประยุกต์และใช้หลักการสอนแบบของอ.ชนินทร์มาโดยตลอด 18 ปีของการสอนหนังสือ นักศึกษาที่จบ (หลังๆอ.ภานุฑัตถามกันตรงในวันปัจฉิมนิเทศน์ของภาคเลย) จะได้คำตอบว่าวิชาที่ผมใช้แนวการสอนของอาจารย์ชนินทร์ทำให้เขามีได้เรียนรู้ว่าเขาควรจะทำอะไรและรู้อะไร

    ยังมีต่ออีกครับไว้วันหลังเล่าต่อ...

    มาแล้วครับภาคต่อ
    รศ.ดร.โกสินทร์ จำนงไท
    เหตุการณ์ที่ให้แง่คิด
           ผมไม่เคยเรียนหนังสือกับอาจารย์เลย แต่ผมได้มีโอกาสทำงานกับอ.โกสินทร์ตอนที่ท่านกลับมาใหม่ๆ สมัยนั้นอาจจะเรียกว่าได้ว่าอาจารย์เป็นคนหัวก้าวหน้าและมักจะพูดเสมอว่า "ผมไม่ได้เก่งอะไร แต่ถึงเวลาจะต้องทำก็ต้องทำ แล้วมันจะทำได้เอง"  อ.โกสินทร์ มีวิธีคิดและสอนที่ไม่ค่อยเหมือนใคร คืออาจารย์จะพูดตรงๆ ท่านสอนไว้เยอะครับ เช่น "เราอย่านิ่งดูดาย ถ้าคนอื่นไม่ทำ แล้วเราก็ไม่ทำด้วย แล้วองค์กรของเราจะโตได้อย่างไร" หรือแม้แต่ "ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ เว้นแต่ไม่ลงมือทำ" มากมายครับ จากอาเฮียโก ของผม
    ผลที่ได้รับ
           คำคมของอาจารย์ถูกถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ของผมต่อไป มีำเด็กจำนวนมากที่กระโดดข้ามกำแพงที่ตัวเองกลัวหนักหนา และพอข้ามกำแพงที่ยากที่สุดนั้นคือ "ความกล้วว่าจะทำไม่ได้ ความกลัวว่าไม่เก่ง" พวกเขากลับใช้ชีวิตได้มีความสุขมากกว่าเดิม

    ยังมีต่อครับ วันนี้ง่วงแล้ว ...