Welcome
Guest User
 
     

    R&D Forum's Group

    Guest
    Pages Home > ครั้งที่ 44 : สิทธิบัตรตะกร้อไทยใช้หากินอย่างไร ?
    ครั้งที่ 44 : สิทธิบัตรตะกร้อไทยใช้หากินอย่างไร ?
    การบรรยายพิเศษที่ประชุม 3 ฟอรั่ม 
    เรื่อง “สิทธิบัตรตะกร้อไทยใช้หากินอย่างไร”  
    วันที่ 27 กันยายน 2555  ณ ลานหน้าห้องประภา ประจักษ์ศุภนิติ
    วิทยากร : คุณบุญชัย หล่อพิพัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท มาราธอน (ประเทศไทย) จำกัด
    ในการจดสิทธิบัตรนั้นเราควรที่จะรู้ว่าเมื่อเราทำการจดแล้วเราจะเอามาต่อยอดในสายงานหรือวิชาชีพของเราได้อย่างไร? และในการจดสิทธิบัตรนั้นเราทำการจดที่ประเทศไหนก็จะคุ้มครองที่ประเทศนั้นๆไม่ได้ครอบคลุมทั่วโลก ในปัจจุบันการจดสิทธิบัตรในประเทศไทยนั้น 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นของคนต่างประเทศ
    ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสิทธิบัตรไม่ใช่ลิขสิทธิ์
         ลิขสิทธิ์ หมายถึง สิทธิแต่เพียงผู้เดียวของผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ (Copyright)
         สิทธิ์บัตร คือ สิทธิพิเศษ ที่กฎหมายบัญญัติให้เจ้าของสิทธิบัตร มีสิทธิเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว ในการแสวงหาผลประโยชน์จากการประดิษฐ์ หรือออกแบบผลิตภัณฑ์
    ตะกร้อกับสิทธิบัตร
    สาเหตุที่ตะกร้อได้มีการจดสิทธิบัตรนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการเลียนแบบ ซึ่งเมื่อช่วง 20 กว่าปีที่แล้วนั้นหากไม่มีตัวสิทธิบัตรตรงนี้รองรับเมื่อตะกร้อมีการวางจำหน่ายก็จะทำให้เกิดการลอกเลียนแบบได้ทันที และขั้นตอนในการทำตะกร้อนั้นมีความละเอียดมาก ตัวแปรที่เกิดขึ้นถือได้ว่ามีความสำคัญมากที่สุด จุดที่ยากในการผลิตตะกร้อ คือ เราจะทำยังไงให้พลาสติกที่มีคุณสมบัติธรรมดาตามท้องตลาดมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับพลาสติกเกรดดีที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมทั่วๆไป แต่สิ่งเหล่านี้เราไม่สามารถที่จะนำมาทำการจดสิทธิบัตรได้เพราะถือว่าการผลิตในส่วนนี้เป็นภาคปฏิบัติ สิ่งที่เราสามารถนำมาจดได้คือลักษณะของตะกร้อ เช่น เป็นการคิดค้นว่าที่จะนำเอายางมาหลอมเคลือบไว้ติดกับผิวพลาสติกโดยที่ทนแรงกระแทก เมื่อตะกร้อไปกระทบหรือรับแรงกระแทกยางที่ได้ทำการเคลือบไว้ด้านบนจะไม่เลื่อนหลุดแยกออกจากตัวพลาสติก สิทธิบัตรตัวนี้ใช้ระยะเวลาในการทดลองนานมากกว่าที่จะออกมาเป็นตะกร้อผิวหน้านุ่มในปัจจุบัน ในสิทธิบัตรบางตัวนั้นกว่าจะหาเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตใช้ระยะเวลาไปเกือบ 10 ปีก็มี
    ในปัจจุบันได้มีอนุสิทธิบัตรขึ้นมารองรับเพิ่มอีกทาง อนุสิทธิบัตร คือ  หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์จะมีลักษณะคล้ายกันกับการประดิษฐ์ แต่เป็นความคิดสร้างสรรค์ หรือเป็นการประดิษฐ์คิดค้นเพียงเล็กน้อย และมีประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น   เช่น การสานตะกร้อ แทนที่เราจะเอาวัสดุมาสานกันแบบสมัยก่อน  ก็เปลี่ยนเป็นการฉีดเส้นแถบ แล้วเอามาตัดเพื่อดูว่ารูปลักษณ์ที่ได้เป็นยังไง แล้วเราคิดประกอบรูปลักษณ์ออกมาใหม่แล้วเอาอลูมิเนียมยิงเชื่อมอยู่ภายใน (การประดิษฐ์)
    การจดสิทธิบัตรนั้นมีองค์ประกอบหลัก 3 เรื่อง คือ
    1 เป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ คือ ยังไม่เคยมีจำหน่ายหรือขายมาก่อนทั่วโลก
    2.ขั้นตอนการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น หรือ เป็นสิ่งที่ช่างฝีมือธรรมดาดูแล้วไม่สามารถทำได้
    3.สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตทางอุตสาหกรรมหัตถกรรม เกษตรกรรม และพาณิชยกรรมได้
    กฎหมายสิทธิบัตรคือกฏหมายที่ยอมให้ผู้ประดิษฐ์ผูกขาดการตลาดได้ในช่วงที่สิทธิบัตรยังมีอายุอยู่
    นักประดิษฐ์ถ้าไม่ได้รับความคุ้มครองตรงนี้การประดิษฐ์ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้เพราะคนที่ก๊อบปี้เร็วกว่าคนที่คิด จึงต้องมีกฎหมายออกมาเพื่อปกป้องกันนักคิด นักประดิษฐ์ อยู่ระดับหนึ่ง ถ้าในกฎหมายเมื่อไทยให้ความคุ้มครอง 20 ปี นั้นหมายความว่าในระยะเวลา 20 ปีนั้น นักประดิษฐ์สามารถผูกขาดได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย คนที่เรียนจบด้านวิศวกรรมศาสตร์จะได้เปรียบ เพราะ เราต้องจินตนาการไปก่อนคนที่สามารถก๊อบปี้งานเราจะมีหนทางอื่นไหม? จะต้องปิดหนทางให้หมด ถ้าปิดไม่หมดเขาเบี่ยงประเด็นไปเพียงนิดเดียวแล้วทำผลิตภัณฑ์มาเหมือนกันเราก็ไม่สามารถที่จะฟ้องได้ นักประดิษฐ์บางครั้งได้ประดิษฐ์ผลงานขึ้นมาเอง แต่วันหนึ่งอาจจะตกใจได้ถ้าเราลองไปค้นสิทธิบัตรเก่าๆดู อาจเจอคนที่คิดมาก่อนเราหลายสิปปี คนเราคิดตรงกันเยอะมากเดี๋ยวนี้ค้นสิทธิบัตรไม่ลำบากเหมือนสมัยก่อนเพราะมีอินเตอร์เน็ตทำให้เราค้นเจอได้ง่ายขึ้น และเราสามารถนำไปต่อยอดได้ เมื่อต่อยอดแล้วเราสามารถนำไปจดได้ ถ้าสิทธิบัตรนั้นครบองค์ประกอบ (Valid) และถ้าไม่ได้จดที่ประเทศไทยเราก็สามารถที่ใช้ได้เลย ขั้นตอนในการประกาศโฆษณากฏหมายโดยทั่วไปกำหนดไว้ว่าถ้าเรายื่นจดที่ประเทศใดประเทศหนึ่งไปแล้วเราต้องการที่จะจดต่อประเทศอื่นต้องจดภายในระยะเวลา 1 ปีเท่านั้น ถ้า 1 ปีไม่จดไม่มีสิทธิ์ ต้องระวังเรื่องการประกาศโฆษณา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนมาก  สิทธิบัตรยึดความคุ้มครองจากวันที่ยื่น ไม่ใช่กำหนดจากวันที่ได้รับสิทธิบัตร สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติให้สินค้าตะกร้อเป็นกรณีตัวอย่างที่เป็นผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยที่จดสิทธิบัตรแล้วนำมาสู่การค้าและประสบความสำเร็จ ปัจจุบันตะกร้อของ บริษัท มาราธอน (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับสิทธิให้เป็นผู้ผลิตตะกร้อที่ใช้ในการแข่งขันแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในประเทศไทย / การแข่งขันซีเกมส์ / การแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์  สิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถทำได้เลยถ้าไม่มีการจดสิทธิบัตรคุ้มครอง
    สิทธิบัตรตะกร้อไทย
     
    Edit by Sivadee at 3:46:24 PM 30/10/12
     
    Group Function