Welcome
Guest User
 

    ครั้งที่ 18/2558 : "ธุรกิจและการศึกษา"'s Pages

    ครั้งที่ 18/2558 : "ธุรกิจและการศึกษา"

    บรรยายพิเศษที่ประชุม 3 ฟอรั่ม เรื่อง "ธุรกิจและการศึกษา"

    วันที่ 23 เมษายน 2558 เวลา 12.00-13.00 น. ณ ห้องประชุมสนั่น สุมิตร ชั้น 9 อาคารสำนักงานอธิการบดี

    วิทยากรโดย นายสนิทเกียรติ  คูภิรมย์ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมโยธา หลักสูตรนานาชาติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ.

     

    image

     

    กุ้งเรดบีLaughing

     

    กุ้งเรดบี (redbee shrimp) จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เป็นกุ้งแคระในตระกูลกุ้งบี เป็นสัตว์น้ำจืด (ไม่มีในแหล่งน้ำธรรมชาติถูกพัฒนาสายพันธุ์โดยมนุษย์) หายใจด้วยเหงือก ลำตัวยาว เปลือกแบ่งเป็นปล้องๆ เปลือกที่หุ้มท่อนหัวและอกคลุมมาถึงปลายหางนั้นมี 8 ปล้อง กรีมีลักษณะแหลมชี้ไปข้างหน้า ก้ามและขาอยู่ที่ส่วนหัวและอก มี 10 ขา สามารถแบ่งขากุ้งเรดบีออกเป็น 2 ส่วน คือ ขาที่ใช้ในการเดินจะมีทั้งหมด 5 คู่ แต่ขาคู่แรกนั้นเป็นก้ามที่ใช้ในการหยิบจับอาหารและ ส่วนของครีบว่ายน้ำ จะมีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ ซึ่งจะค่อยโบกเอาน้ำที่มีออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อหายใจและเพื่อประโยชน์ในการพัดอ๊อกซิเจนไปใช้ในการฟักไข่ที่อยู่ใต้ท้อง รวมทั้งที่ใต้ครีบว่ายน้ำนั้นยังใช้เป็นที่อุ้มไข่ที่ถูกรับการปฏิสนธิแล้วเพื่อรอเวลาในการฟักเป็นลูกกุ้งตัวน้อยส่วนเหงือกของกุ้งเรดบีนั้นลักษณะคล้ายขนนกอยู่ใกล้บริเวณปากเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการระบบหายใจกล่าวคือเป็นทางผ่านของน้ำเพื่อให้น้ำไหลผ่านเข้าช่องเหงือก อุปนิสัยโดยปกติกุ้งเรดบีชอบหลบซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ ตามพื้นน้ำหรือซอกหลืบในมุมมืด ๆ มักจะออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนในธรรมชาตินั้น กุ้งเรดบี (กุ้งบี) กินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร เช่น ซากพืช ซากสัตว์ ลูกปลาขนาดเล็กที่พึ่งเกิดอ่อนแอ ไส้เดือนน้ำ และกุ้งด้วยกันเอง รวมไปถึงสัตว์หน้าดินขนาดเล็กชนิดอื่น ๆ และซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย

     

    image

     

    ระบบนิเวศในตู้กุ้งเรดบี 

     

    ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ในตู้กุ้งเรดบี ที่มีความเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน อาทิเช่น แสงไฟเกิดจากมนุษย์เปิดและปิและไนโตรเจนเกิดขึ้นในหนึ่งของกระบวนการกำจัดของเสีย นั้นเอื้อต่อกระบวนการสังเคราะห์อาหารของพืชกระบวนการดังกล่าวต้นไม้น้ำก็ ปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ ออกซิเจน ออกมา เพื่อที่กุ้งและสัตว์น้ำอื่นนำไปใช้ดำรงชีวิต พอกุ้งกินอาหารและตะไคร่ก็ขับถ่ายของเสียเพื่อเป็นอาหารให้แก่ หอยแมลงน้ำขนาดเล็กและ แบคทีเรีย และของเสียอีกส่วนนึงก็กลายไปเป็นอาหารให้แก่ต้นไม้ ซึ่งเป็นวัฐจักรที่วนเวียนไปมาแต่การบริหารสมดุล ของระบบนิเวศในตู้ให้สมบูรณ์ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายและระบบนิเวศก็ไม่ได้สร้างในวันเดียวต้องใช้เวลาในการสร้าง แต่สิ่งต่างๆที่มาเกี่ยวข้องในตู้ขนาดเล็กนี้อาจกล่าวได้ว่าการใส่อะไรลงไปในตู้ที่มากไปหรือน้อยไปคงไม่ดีเป็นแน่แท้ ฉะนั้น การดูแลระบบนิเวศที่ดีต้องใช้เวลาในการสร้างส่วนการดูแลให้สมบูรณ์คงเป็นหน้าที่มนุษย์ในการจัดสรรดูแล ปัจจัยต่างๆให้เกิดสมดุลที่เหมาะสม ตู้ที่ระบบนิเวศสมบูรณ์มนุษย์มีส่วนในการช่วยสร้างและทำลาย ตู้เปล่าหนึ่งใบ ผู้เลี้ยงสร้างมันขึ้นมาด้วยดินน้ำลม(อ๊อกซิเจน)ไฟ(แสง)สัตว์น้ำคือกุ้งเรดบีและอื่นๆที่เกาะตามติดมาอาศัยจากน้ำในถุงกุ้งและจากต้นไม้น้ำที่มาจากที่อื่นสปอร์ของแบคทีเ้รียต่างๆที่มาจากอากาศ รวมๆกันก็จะเป็นอีกหนึ่งของระบบนิเวศ ตู้กุ้งน้อยใบนี้ทุกอย่างผู้เลี้ยงนั้นเป็นผู้เลือกสรรที่จะเลือกใช้ แต่ควรเลือกใช้ด้วยความรู้ความเข้าใจในสิ่งต่าง ไม่ว่าจะขนาดสัดส่วนตู้กุ้ง หรือดินก็ควรเลือกที่เหมาะสม การเลือกกรองก็ต้องให้สมดุลกับขนาดความต้องการ การเลือกวัสดุรองพื้นควรเลือกประเภทใดขนาดใดคุณสมบัติใดให้เหมาะ การเลือกใช้น้ำที่เหมาะสมการเลือกการนำมาใช้งาน แร่ธาตุที่ตรงกับความต้องการของกุ้งในปริมาณที่พอเพียงไม่มากและไม่น้อยไป การเลือกใช้ไฟที่เหมาะสมไม่สว่างมากหรือน้อยไป การเลือกใช้ชนิดประเภทของแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล การเลือกชนิดอาหารและการจัดสรรอาหารที่ให้ในปริมาณที่เหมาะสมเพียงพอ ทุกอย่างนั้นล้วนสัมพันธ์และเกื้อหนุนซึึ่งกันและกันขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงในการจัดสรรและดูแลระบบนิเวศของตู้ใบนี้

     

    image

     

     

     

    การเพาะพันธุ์Kiss

         กุ้งเรดบีนั้นจะเริ่มย่างเข้าสู่ช่วงเจริญพันธุ์เมื่อมีอายุตั้งแต่3-4 เดือนขึ้นไปโดยประมาณซึ่งขึ้นกับการการเลี้ยงดูประกอบด้วยหรือสามารถสังเกตได้จากขนาดกุ้งที่มี 1.5CM ขึ้นไป หน้าที่ของการฟูมฟักไข่จะเป็นหน้าที่ของตัวเมียในการอนุบาลไข่ ซึ่งกระบวนการการ สืบพันธ์ของกุ้งเรดบีเพศเมียจะแจงได้แบบคร่าวๆได้ดังนี้


    ขั้นตอนที่ 1.กุ้งเรดบีเพศเมียที่เข้าสู่ วัยเจริญพันธุ์จะเริ่มสะสมพลังงานและแร่ธาตุเพื่อเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่วันที่จะลอกคราบในคราวต่อไปและเพื่อบำรุงไข่ที่ยังไม่ปฎิสนธิ

     

    image


    ขั้นตอนที่ 2. เมื่อกุ้งเรดบีเพศเมียใกล้ลอกคราบจะสังเกตได้คร่าวๆคือบริเวณเปลือกชิ้นที่สองซึ่งเชื่อมกับส่วนหัวจะเริ่มปริแยกออก ถ้าผู้เลี้ยงลองสังเกตดีๆจะพบว่าส่วนหัวของกุ้งเรดบีที่มีความพร้อมที่จะผสมพันธุ์จะมีก้อนสีดำอยู่ในหัวและส่วนหัวนั้นจะกลมสมบูรณ์ ซึ่งช่วงที่เราเห็นเปลือกคอกุ้งนั้นปริ สามารถพยากรณ์ได้คร่าวๆว่าอีกไม่เกิน3-4วันกุ้งนั้นจะพร้อมที่จะลอกคราบเพื่อก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาทองในการผสมพันธุ์ ซึ่งในขั้นตอนนี้เองผู้เลี้ยงบางท่านที่อยากจะเจาะจงพ่อพันธุ์ที่จะผสมมักแยกกุ้งใกล้ลอกคราบและพ่อพันธุ์เป้าหมายไปแยกเพาะในกล่อง" บรีดบ็อก" ที่แขวนข้างตู้ใช้อ๊อกซิเจนในการผลักดันน้ำในตู้เข้าสู่กล่อง ข้อดีของกล่องนี้คือ ไว้อนุบาลกุ้งป่วยอ่อนแอ และในการแยกผสมพันธุ์ตามเป้าหมายที่ผู้เลี้ยงต้องการ โอกาสที่จะผสมสำเร็จมีค่อนข้างมากเพราะพื้นที่ๆจำกัด แต่พ่อพันธุ์แนะนำใช้อย่างน้อยสองตัว


    ขั้นตอนที่ 3. เมื่อถึงวันที่กุ้งเพศเมียจะลอกคราบกุ้งจะเก็บตัวไม่ค่อยเดินว่ายหาอาหารหรือสุงสิงกับกุ้งตัวอื่นเมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญกุ้งจะเริ่มงอตัวแล้วดีดตัวออกจากเปลือกเดิมซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการสลัดเปลือกเดิมออก


    ขั้นตอนที่ 4. เมื่อกุ้งตัวเมียสลัดคราบเดิมเสร็จตัวเมียก็ปล่อยกลิ่นชนิดหนึ่งเพื่อกระตุ้นให้ตัวผู้เข้ามาผสมพันธุ์ ซึ่งช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นเวลาทองของการผสมพันธุ์ กุ้งทั้งตู้จะว่ายอย่างไร้ทิศทางแต่จุดหมายเดียวกันคือเจ้ากุ้งตัวเมียที่พึ่งลอกคราบตัวนี้นี่เอง แต่การที่กุ้งจำนวนมากที่หมายปองกุ้งตัวเดียวจึงทำให้กุ้งตัวเมีนนั้นต้องว่ายหนีอย่างสุดชีวิต ซึ่งจะมีตัวผู้เพียงหนึ่งเดียวที่จะสามารถว่ายประกบเพื่อฉีดน้ำเชื้อที่ข้นเหนียวเข้าไปผสมกับไข่ที่อยู่ภายใต้หัวกุ้งตัวเมีย ปรากฏการกุ้งว่ายวนเช่นนี้จะเกิดแค่ช่วงสั้นๆไม่กี่นาทีไม่ว่ากุ้งนั้นจะผสมพันธุ์สำเร็จหรือไม่ก็ตาม เมื่อกุ้งสงบก็จะถือว่าสิ้นช่วงการผสมพันธุ์ของตัวเมียตัวนั้นไปแล้วของรอบในการลอกคราบคราวนี้


    ขั้นตอนที่ 5. ถ้ากุ้งตัวเมียนั้นได้รับการฉีดน้ำเชื้อและการผสมคราวนั้นประสบความสำเร็จ กุ้งตัวเมียก็เข้าสู่สภาวะเก็บตัวเพื่อเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลักไข่ที่เก็บอยู่หัวและบีบไล่ลงมาที่ บริเวณคอจนกระทั่งไข่นั้นไปอยู่ที่บริเวณใต้ท้องหรือใต้ครีบว่ายน้ำ เพื่อทำการอนุบาลไข่ด้วยการตีน้ำด้วยครีบเพื่อพัดพาอ๊อกซิเจนในน้ำไปอนุบาลไข่ ซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 25 วันนับจากที่ไข่ลงสู่ท้อง อาจบวกลบ1-3วันจากอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ในการเลี้ยง เมื่อลูกกุ้งนั้นฟักเป็นตัวก็จะสลัดตัวออกจากตัวแม่มันโดยอัตโนมัติเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตัวมันเอง ส่วนไข่ที่ฝ่อมีวิธีสังเกตง่ายๆคือมีสีส้มไม่มีจุดดำจะถูกกำจัดออกพร้อมกับการลอกคราบในคราวต่อไปของแม่กุ้งซึ่งจะติดไปกับคราบ


    ขั้นตอนที่ 6. ขั้นตอนนี้จะกล่าวถึงกุ้งน้อยแรกเกิด กุ้งน้อยแรกเกิดจะมีขนาด 1 MM X 1.5 MM มีลักษณะทางกายภาพเหมือนกุ้งเต็มวัยทุกประการ ทั้งสรีระร่างกายการดำรงชีวิตและสีสัน ระยะแรกลูกกุ้งมักจะเก็บตัวซ่อนตามซอกมุมต้นไม้ การดูแลสำหรับกุ้งแรกเกิดแทบไม่ต้องทำอะไรเพื่อลูกกุ้งเลย กุ้งน้อยนั้นสามารถหากินได้เองด้วยการหาเศษอาหารที่ตกค้างตามผิวดินตามใบไม้ก้อนหินและตะไคร่กินหรือถ้าผู้เลี้ยงต้องการ จะให้อาหารเฉพาะที่บดละเอียดควรให้ในปริมาณเพียงเล็กน้อยและเหมาะสมเพราะอาจจะก่อให้เกิดการหมักหมมตกค้างได้ง่าย เมื่อกุ้งมีขนาด 2-3 MM ขึ้นไปก็จะเริ่มออกมาหากินเหมือนกุ้งใหญ่ทั่วไป ช่วงที่ลูกกุ้งจะถือว่ารอดปลอดภัยแล้วคือลูกกุ้งที่มีขนาด 5 MM ขึ้นไปช่วงที่ขนาดเล็กกว่านี้จะอ่อนแอต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เปอร์เซนต์อัตราการรอดยังเกี่ยวข้องกับอีกหลายส่วนทั้งปัจจัยแวดล้อมตัวกุ้งเองรวมถึงระยะเวลาในการฟักตู้ที่แม่กุ้งฟักมีอุณหภูมิที่เย็นจะทำให้การฟักเป็นตัวนั้นนานขึ้นจึงทำให้ลูกกุ้งที่เกิดมีสุขภาพที่แข็งแรงกว่าตู้ที่เลี้ยงที่มีอุณหภูมิที่สูงและยังต้องผนวกรวมถึงพฤติกรรมผู้เลี้ยงและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงอีกสิ่งนึงที่ไม่ควรมองข้ามคือความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในตู้นั้นๆ (ตู้ที่ตั้งใหม่อายุน้อยกว่าสามเดือนลูกกุ้งอัตรารอดจะไม่ค่อยสูงเท่าใดนัก)

     

    image

     

     

     
    Edit by naphachanok.yar at 11:19:02 AM 25/05/15