Welcome
Guest User
 

    ครั้งที่ 24/2558 : " เราควรเตรียมตัวเตรียมใจ ให้พร้อมกับสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิต"'s Pages

    ครั้งที่ 24/2558 : " เราควรเตรียมตัวเตรียมใจ ให้พร้อมกับสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิต"

    บรรยายพิเศษที่ประชุม 3 ฟอรั่ม เรื่อง " เราควรเตรียมตัวเตรียมใจ ให้พร้อมกับสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิต"

    วันที่ 24 กันยายน 2558 เวลา 12.00-13.00 น. ณ ห้องประชุมสนั่น สุมิตร ชั้น 9 อาคารสำนักงานอธิการบดี

    วิทยากร  รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์   อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล  คณะวิทยาศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

     

    image

         

         ทวีปแอนตาร์กติกหรือขั้วโลกใต้ น้อยคนนักที่ชีวิตนี้จะมีโอกาสได้ไปเยือน แต่ไม่ใช่กับ รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีประสบการณ์ในการไปเยือนขั้วโลกใต้มาแล้วถึงสองครั้ง

         รศ.ดร.สุชนา เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์สตรีไทยคนแรกที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนนัก วิจัยไทยเพื่อร่วมเดินทางไปขั้วโลกใต้กับคณะสำรวจจากประเทศญี่ปุ่นรุ่นที่ 51 ในปี 2551 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการทุนวิจัย บริษัท ลอริอัล (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” เพื่อร่วมศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม


         เนื่องจากเป็นคนที่ชอบท้องทะเลเป็นทุนเดิม จึงเลือกเรียนปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่จุฬาฯ ต่อด้วยปริญญาโทสาขาชีววิทยา และปริญญาเอกสาขาสัตววิทยา จากมหาวิทยาลัยชื่อดังในสหรัฐ เมื่อเรียนลึกลงไป ก็พบว่าขั้วโลกใต้เป็นสถานที่ที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกอยากจะไปสำรวจกันทั้ง นั้น.....เพราะมีสัตว์อยู่หลายชนิดที่ยังคงแสดงพฤติกรรมที่เป็นธรรมชาติอย่าง แท้จริงซึ่งหาดูได้ยาก เหมาะแก่การศึกษาอย่างยิ่ง ไม่ได้มีแต่นกเพนกวินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันนี้เราเป็นห่วงในเรื่องภาวะโลกร้อนกันอยู่ ที่ขั้วโลกใต้จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะจะไปศึกษาวิจัยอย่างมาก เพราะตอนนี้น้ำแข็งที่ขั้วโลกจะค่อยๆ ละลายมากขึ้นเรื่อยๆ.... อีกอย่างที่ขั้วโลกใต้ยังถือเป็นสถานที่รองรับมลพิษเลยก็ว่าได้ เวลาที่มนุษย์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นไปในอากาศ ก๊าซเหล่านี้ก็จะไหลไปรวมกันอยู่ที่ขั้วโลกใต้เพราะแรงดึงดูด.... ของโลก ทำให้ตอนนี้ขั้วโลกใต้มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุดแล้ว การไปขั้วโลกใต้จึงเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่ดิฉันทำอยู่”....

     

    image

     

          สถานีสำรวจของญี่ปุ่นที่ต้องเดินทางไปนั้นตั้งอยู่บนทวีปแอนตาร์กติกในช่วง ที่ไกลมากๆ ไม่สามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้ ต้องเดินทางโดยเรือจากออสเตรเลีย และต้องเป็นเรือตัดน้ำแข็งเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าสู่สถานีสำรวจได้....... ใช้เวลาเดินทางไป 1 เดือน และต้องอยู่ทำการสำรวจที่สถานีอีก 2 เดือน จากนั้นต้องนั่งเรือกลับอีก 1 เดือน รวมแล้วต้องใช้เวลาทั้งหมด 4 เดือน แถมอากาศที่นั่นยังหนาวเย็นจนอุณหภูมิติดลบ 98 องศา อีกด้วย

          ก่อนเดินทางไปต้องมีการเช็คความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทางร่างกายต้องมีการเข้าแคมป์เพื่อเทรนก่อน 1 สัปดาห์ โดยต้องวิ่งตอนเช้าทุกวันเพื่อฟิตร่างกาย มีการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด รวมทั้งการทดสอบจิตใจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ.... ซึ่งสำคัญมาก เพราะใน 4 เดือนนี้จะได้เจอแต่คณะนักวิจัยด้วยกัน 80 คนเท่านั้น ไม่สามารถโทรศัพท์คุยกับครอบครัวหรือญาติพี่น้องได้เพราะไม่มีสัญญาณ ถ้าใช้สัญญาณดาวเทียมก็แพงเกินจำเป็น หรือจะส่งอีเมลหาครอบครัวก็เป็นไปได้น้อยมาก ฉะนั้น จิตใจจึงต้องมั่นคงไม่หวั่นไหวง่าย ซึ่งทุกคนก็ผ่านการทดสอบมาได้ด้วยดี ตอนหลังถึงได้รู้ว่าการที่เขาเทรนเรานั้นมันมีประโยชน์จริงๆ.... เพราะในการสำรวจขั้วโลกใต้ เราต้องเดินไปตามทุ่งน้ำแข็งวันละ 8-9 ชั่วโมง ทุกคนจึงต้องมีร่างกายที่แข็งแรงและจิตใจที่แข็งแกร่ง.... นอกจากนี้ยังต้องฝึกดูเข็มทิศให้เป็น เพราะถ้าดูเข็มทิศไม่เก่ง ก็อาจหลงทางบนทุ่งน้ำแข็งขาวโพลนจนเกิดอันตรายถึงชีวิตได้”....

     

    image

     

         อุปกรณ์สำคัญที่พวกเราต้องมีติดตัวก็คือ นกหวีด เข็มทิศ และมีดพับ ซึ่งต้องห้อยคอไว้ตลอดเวลา....
    จำได้ว่าวันนั้นลมพัดแรงมาก ประกอบกับเราใส่หมวกนิรภัย เวลาใครพูดหรือใครเรียกก็จะไม่ได้ยินเลย แต่จริงๆ แล้วดิฉันกับเพื่อนร่วมทีมห่างกันแค่ 50-60 เมตรเท่านั้นเอง ตอนนั้นเป็นเวลาเย็นมากแล้ว ใกล้จะมืด ขณะที่ดิฉันกำลังเดินเก็บธงตามแนวที่เราสำรวจบนแผ่นน้ำแข็งเพื่อเตรียมตัว กลับสถานี แต่บังเอิญเท้าดิฉันก้าวออกจากแนวสำรวจไปแค่ก้าวเดียวเท่านั้น ก็ทำให้ขาข้างหนึ่งตกยวบลงไปในน้ำแข็งที่ละลาย ด้วยความตกใจทำให้ดิฉันลืมเป่านกหวีดขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทีม ดิฉันก็ตะโกนเรียกเพื่อนใหญ่เลย....... แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน.... ขณะที่ขาอีกข้างหนึ่งของ รศ.ดร.สุชนา กำลังจะยวบตามลงไปอีกข้าง ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดบวกกับความโชคดี ทำให้เธอรีบตะเกียกตะกายขึ้นมายืนบนแนวสำรวจได้สำเร็จ และค่อยๆ เดินตามเพื่อนร่วมทีมไปจนทัน “พอเล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนฟังเพื่อนก็พากันตกใจใหญ่

         และเพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่รวมถึงบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์ได้รู้ผลลัพธ์ของการเดินทางสู่ขั้วโลกใต้ว่าคืออะไร รศ.ดร.สุชนาจึงได้ถ่ายทอดประสบการณ์การเดินทางเพื่อทำการวิจัยดินแดนขั้วโลกใต้ในครั้งแรก ออกมาเป็นหนังสือภาพ Polar Harmony โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (อพวช.) ร่วมกับลอรีอัล ประเทศไทย จัดพิมพ์ขึ้น

     

    image

     

    รศ.ดร.วนิดา  พวกุล  ที่ปรึกษาอธิการบดี  เป็นเกียรติมอบของที่ระลึกให้กับท่านวิทยากรด้วยค่ะ

     

    รับชม Video การบรรยายพิเศษได้ที่   http://vod.kmutt.ac.th/wordpress/index.php/2015/09/24/517/

     
    Edit by naphachanok.yar at 2:32:02 PM 29/09/17