Welcome
Guest User
 
     

    R&D Forum's Group

    Guest
    Pages Home > ครั้งที่ 26/2558 : "ดูแลชีวิตและร่างกายอย่างไรให้หายห่วง"
    ครั้งที่ 26/2558 : "ดูแลชีวิตและร่างกายอย่างไรให้หายห่วง"

    บรรยายพิเศษที่ประชุม 3 ฟอรั่ม เรื่อง "ดูแลชีวิตและร่างกายอย่างไรให้หายห่วง"

    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 เวลา 12.00-13.00 น. ณ ห้องประชุม SoLA ชั้น 9 คณะศิลปศาสตร์

    โดย ศ.แสวง  บุญเฉลิมวิภาส  ศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ และที่ปรึกษาศูนย์กฏหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

     

    image

     

                                ปัจฉิมโอวาทของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ก่อนดับขันธ์ปรินิพพานว่า
    “....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  บัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแห่งเราแล้ว   เราขอเตือนเธอทั้งหลายให้จำมั่นไว้ว่า  สิ่งทั้งปวงมีความเสื่อมและสิ้นไปเป็นธรรมดา  เธอทั้งหลายจงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด”

                                                              สุขภาวะในวาระสุดท้ายของชีวิต

    การทำ Living will หรือ Advance directives การทำ  Living will เป็นการแสดงเจตนาขอตายตามธรรมชาติ มิใช่เรื่องการเร่งการตาย หรือการุณยฆาตมิใช่เรื่องการฆ่าตัวตาย Living will เป็นการปฏิเสธการรักษาพยาบาลที่เป็นเพียงเพื่อยืดการตายโดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ แต่ผู้ป่วยยังคงได้รับการดูแลแบบประคับประคอง (palliative care)
    Euthanasia   รากศัพท์มาจากภาษากรีก ευθανασία  eu + thanatos  = good death ตายดี (mercy killing การุณยฆาต, เมตตามรณะ?)
                                                           พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550
    มาตรา 12  บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้
    การดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่ง  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้ปฏิบัติตามเจตนาของบุคคลตามวรรคหนึ่งแล้วมิให้ถือว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและให้พ้นจากความรับผิดทั้งปวง

    ศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุมาลี นิมมานนิตย์  กล่าวไว้ว่า “Palliative care เป็นหน้าของทุกๆ คนในทีมรักษา โดยเฉพาะแพทย์ทุกแขนงสาขาวิชาจะละเลยสิ่งนี้ไม่ได้และ ถ้าเราทำ palliative care แล้ว นี่คือ การดูแลรักษาอย่างมีมนุษยธรรม มันคือ humanized medicine นั่นเอง ไม่ต้องไปหารูปแบบใหม่  ไม่ต้องไปหาวิธีการใหม่.......เสียเวลา”“ การดูแลรักษาแบบนี้ palliative care นั้นมี spectrum กว้างมาก ตั้งแต่การ support ด้านจิตใจทั่วไปจนถึง end  of  life  care  ซึ่งหมอทุกๆ คนต้องทำเป็น และฝึกตัวเองให้ทำเป็น  เราจะทำได้ทั้ง holistic, humanized….ต่างๆ ทุกอย่าง มันจะเบ็ดเสร็จอยู่ในตัวของpalliative care”

    การดูแลแบบประคับประคอง
    1. Symptom control
    2. Relief pain
    3. Spiritual healing
    4. Support ญาติไม่ให้เกิด guilt after death

                                     ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะใกล้ตายศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุมาลี นิมมานนิตย์ 

    • เมื่อใกล้ตาย ความอ่อนเพลียเป็นสิ่งที่ควรยอมรับ ไม่จำเป็นต้องให้การรักษาใดๆ สำหรับความอ่อนเพลียที่เกิดขึ้น เพราะจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ควรให้ผู้ป่วยในระยะนี้ได้พักผ่อนให้เต็มที่
    • คนใกล้ตายจะเบื่ออาหาร และกินอาหารน้อยลง จากการศึกษาพบว่าความเบื่ออาหารที่เกิดขึ้นเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะทำให้มีสารคีโตนในร่างกายเพิ่มขึ้น สารคีโตนจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น และบรรเทาอาการเจ็บปวดได้

                                      ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะใกล้ตายศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุมาลี นิมมานนิตย์

    • คนใกล้ตายจะดื่มน้ำน้อยลงหรืองดดื่มเลย ภาวะขาดน้ำที่เกิดขึ้นเมื่อใกล้ตายไม่ทำให้ผู้ป่วยทรมานมากขึ้น ตรงกันข้ามกลับกระตุ้นให้มีการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ทำให้คนป่วยรู้สึกสบายขึ้น
    • หากปาก ริมฝีปาก จมูกแห้ง และตาแห้ง ให้หมั่นทำความสะอาด และรักษาความชื้นไว้ โดยอาจใช้สำลีหรือผ้าสะอาดชุบน้ำแตะที่ปาก ริมฝีปาก หรือใช้สีผึ้งทาริมฝีปาก สำหรับตาก็ให้หยอดน้ำตาเทียม
    • การร้องครวญคราง หรือมีหน้าตาบิดเบี้ยวอาจไม่ได้เกิดความเจ็บปวดเสมอไป แต่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางสมอง ซึ่งแพทย์สามารถให้ยาระงับอาการเหล่านี้ได้
    • การบริหารทรัพย์สิน
      • การนำเงินฝากมาลงทุน ?
      • การโอนทรัพย์สินที่มีอยู่แก่ผู้อื่น
      • การส่งมอบสังหาริมทรัพย์
      • การจดทะเบียนโอนสังหาริมทรัพย์ (เช่น รถยนต์ ปืน) และอสังหาริมทรัพย์ (เช่น การโอนที่ดิน)
      • การโอนโดยมีสงวนสิทธิเก็บกิน

    การตกทอดของทรัพย์มรดก

    1. กรณีที่มิได้ทำพินัยกรรมไว้  มรดกจะตกแก่ทายาทโดยธรรม
    2. กรณีที่ทำพินัยกรรมไว้  ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในพินัยกรรม

                                การทำพินัยกรรมและความสามารถในการทำพินัยกรรม

    • มาตรา 1646  บุคคลใดจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรม  กำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง  หรือในการต่าง ๆ อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้
    • มาตรา 1647  การแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายนั้น ย่อมทำได้ด้วยคำสั่งครั้งสุดท้ายกำหนดไว้ในพินัยกรรม

    • มาตรา 1703 พินัยกรรมซึ่งบุคคลที่มีอายุยังไม่ครบสิบห้าปีบริบูรณ์ทำขึ้นนั้นเป็นโมฆะ
    • มาตรา 1704 พินัยกรรมซึ่งบุคคลผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำขึ้นนั้นเป็นโมฆะ

    พินัยกรรมซึ่งบุคคลผู้ถูกอ้างว่าเป็นคนวิกลจริต แต่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำขึ้นนั้น จะเป็นอันเสียเปล่าก็แต่เมื่อพิสูจน์ได้ว่าในเวลาที่ทำพินัยกรรมนั้นผู้ทำจริตวิกลอยู่

    บุคคลหรือหน่วยงานที่จะรับมรดกตามพินัยกรรมได้
    กรณีผู้รับมรดกเป็นบุคคล จะต้องระบุชื่อ นามสกุลให้ชัดเจน
    กรณีที่ยกให้หน่วยงาน องค์กร ผู้รับจะต้องเป็นนิติบุคคล เช่น หน่วยงานราชการระดับกรม มหาวิทยาลัย วัด หรือมูลนิธิ สมาคม เป็นต้น

    ตัวอย่างพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ
    1. ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องเขียนข้อความในพินัยกรรมทั้งฉบับ  ด้วยลายมือของตนเอง
    2. ลงวัน  เดือน  ปี  ในขณะที่ทำพินัยกรรม
    3. ผู้ทำพินัยกรรม  จะต้องลงลายมือชื่อ (ลายเซ็น) ไว้ในพินัยกรรมนั้น  จะลงลายพิมพ์นิ้วมือไม่ได้
    มีข้อที่น่าสังเกตว่า  พินัยกรรมแบบนี้ไม่ต้องมีพยานรู้เห็นในการทำพินัยกรรมแต่อย่างใด

    ตัวอย่างพินัยกรรมแบบธรรมดา
    1. ต้องทำเป็นหนังสือ  จะเขียนหรือพิมพ์ก็ได้
    2. ต้องลงวัน  เดือน  ปี  ในขณะที่ทำขึ้น        
    3. มีพยานอย่างน้อยสองคน
    4. ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานในพินัยกรรมอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน
    5. พยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น
    บุคคลที่จะเป็นพยานในพินัยกรรมไม่ได้ตามกฎหมาย ได้แก่ – ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ – บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ  - บุคคลที่หูหนวกเป็นใบ้หรือตาบอดทั้งสองข้าง

     

    image

     

    image

     

    รับชม Video การบรรยายพิเศษได้ที่ 

    http://vod.kmutt.ac.th/wordpress/index.php/2015/11/26/513/

     

     
    Edit by naphachanok.yar at 2:14:26 PM 29/09/17
     
    Group Function